เสียงเงียบที่ดังที่สุด

1521 Words
ตอนที่ 8 ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาถึงปลายคาง ฝุ่นหลับตาแน่น เหมือนถ้าปิดโลกภายนอกลงได้ ความวุ่นวายในหัวใจจะเงียบตามไปด้วย แต่เสียงลมหายใจอีกคน… อยู่ใกล้เกินไปใกล้จนเธอรู้สึกได้ว่าเขายังไม่หลับ อากาศในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ กับจังหวะหัวใจของตัวเองที่ยังเต้นแรงไม่ยอมลดลง ด้านหลังเธอ เอริคลืมตาขึ้นอีกครั้งสายตาคมมองแผ่นหลังเล็กๆ ใต้ผ้านวมอยู่นานเขาไม่เข้าใจตัวเอง คนอย่างเขา… ควรจะชินกับการอยู่คนเดียว ควรจะชินกับความเย็นชา ควรจะชินกับการมองทุกคนเป็นแค่ 'ภารกิจ' แต่ผู้หญิงคนนี้… กลับทำให้ห้องที่เคยว่างเปล่ารู้สึกอุ่นขึ้นอย่างน่ารำคาญ เขาถอนหายใจช้าๆ ก่อนจะขยับตัวนอนหงาย ระวังไม่ให้แผลตึง เวลาล่วงเลยไปช้าๆ เสียงนาฬิกาเดินสม่ำเสมอ ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินลมหายใจของกันและกันฝุ่นค่อยๆ หลับลงจากความเหนื่อยและความอุ่นใจแปลกๆ ด้านหลัง เอริคมองแผ่นหลังเธออยู่นาน ก่อนจะหลับตามไปในที่สุด เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาหลับ โดยไม่ต้องระแวงใครอีกคนในห้องเดียวกัน อีกฝากหนึ่งของโลก Japan เสียงกระบอกปืนฟาดลงบนใบหน้าชายคนหนึ่งอย่างแรง เพี๊ยะ! 'คราฟ' ชายหนุ่มใบหน้าหล่อคม แต่ดวงตาโหดเย็นยืนอยู่กลางโถงคฤหาสน์หรู บ้านตระกูลวินสัน “แกบอกว่าแกยิงเอริคกับมือ แล้วศพมันอยู่ไหนแล้วข่าวตายมันอยู่ไหน!” เขาตะคอกลั่นทั้งคฤหาสน์ ลูกน้องยืนเรียงหน้ากระดาษนับสิบนาย “รู้ไหม… ถ้ามันรอด พวกเราซวยทั้งเครือ!” เขากระชากคอเสื้อลูกน้องขึ้น “ฉันวางแผนเรื่องนี้มานานแค่ไหนรู้ไหม ส่งคนเข้าไปในสายการบินมันเกือบสองปี ขนของผิดกฎหมาย… ให้มันสืบเองเพราะฉันรู้ คนอย่างเอริค ไม่มีวันปล่อยเรื่องในบริษัทตัวเองหลุดออกมา!” ตุบ!! เขาถีบลูกน้องจนร่างกระแทกพื้น เลือดไหลจากศีรษะและมุมปาก “นะ… นายครับ ไว้ชีวิตผมด้วยครับ ผมรอเสี่ยเอริคลงจากเครื่อง… แต่ไม่มีวี่แวว ตำรวจเต็มสนามบินเลยครับ… ผมคิดว่าเขาอาจตายแล้ว” ปัง!! กระสุนเจาะต้นขาลูกน้องทันที เสียงร้องโหยหวนดังลั่น “โอ๊ย! นายครับได้โปรด ลูกผมกำลังจะเกิด” คราฟยิ้มเย็นใบหน้านิ่งโหดเหี้ยม “ไอ้โง่… นั่นตำรวจมาจับแกต่างหาก” ปัง!! กระสุนอีกนัดฝังลงอีกข้างของขา เสียงกรีดร้องดังสะท้อนทั่วคฤหาสน์ "อ๊าก โอ๊ย น...นาย ไว้ชีวิตผมด้วยครับ ลูกผมใกล้จะคลอดแล้วครับนายเมียผมท้องเก้าเดือนแล้ว โอ๊ย" แต่คราฟเพียงมองลงมาสีหน้าไม่สะทกสะท้าน “ถ้าเอริคยังไม่ตาย…” เขาพึมพำช้าๆ “งั้น…วันนี้แกก็ตายแทนมัน" คราฟกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นชัด มือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดตึง ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ทุกคน เขาเดินไปหยุดยืนตรงมุมสว่างเพียงเล็กน้อยของห้อง แสงจากหน้าต่างด้านข้างสาดเข้ามาเฉียงๆ ตัดผ่านความมืดทาบลงบนเงาร่างสูงใหญ่ของเขา ใบหน้าครึ่งหนึ่งจมหายไปในเงาดำ อีกครึ่ง… เย็นชาไร้ความรู้สึก "ฉันจะฆ่ามันด้วยตัวเอง” คราฟพยักหน้าให้ลูกน้องเล็กน้อย สำหรับเขา… นั่นคือคำสั่ง ไม่ต้องมีเสียง ไม่ต้องมีคำพูดในโลกของเขาใครทำงานพลาด เท่ากับตาย ศพจะถูกกำจัดแบบเดิมเสมอ โยนลงบ่อจระเข้ ที่อยู่นอกเขตคฤหาสน์ บ่อเอกชนที่ถูกซื้อไว้เงียบๆ ใช้เป็นที่เพาะเลี้ยง และค้าจระเข้ผิดกฎหมาย และนั่น… คือชะตากรรมของปิง ร่างที่สั่นเพราะเสียเลือด ถูกลากผ่านพื้นหินเย็นเฉียบ เสียงร้องขอชีวิต ค่อยๆ แผ่วลง "นายครับไว้ชีวิตผมด้วยครับ" แต่ไม่มีใครสนใจ ประตูเหล็กถูกเปิดออก กลิ่นคาวโคลน และกลิ่นเนื้อสดลอยขึ้นมา คราฟมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันหลัง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำหรับเขา…มันก็แค่การกำจัด 'ความผิดพลาด' เท่านั้น ระหว่างทางไปบ่อจระเข้ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าปิงดังขึ้น กรี้ง! กรี้ง! เสียงเรียกเข้าดังแหลม ขัดกับความเงียบของทางเดินมืดสนิท เขาเงยหน้าขึ้น มองลูกน้องสองคนที่ลากเขาอยู่ แววตาอ้อนวอน… แตกสลาย… น่าสงสารเกินกว่าจะมองเฉยได้ “…ขอ… รับสายสุดท้ายได้ไหม” เสียงเขาแหบสั่น “เผื่อ… เป็นเมียฉัน… เธอกำลังจะคลอดลูกชายให้ฉัน…” ลูกน้องสองคนชะงัก พวกเขาสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนคนหนึ่งจะถอนหายใจหนัก แล้วพูดสั้นๆ เสียงต่ำ “…แกรู้ใช่ไหมกฎของที่นี่คืออะไร? ปิงพยักหน้าช้าๆ กฎคือห้ามปริปากห้ามทรยศ ห้ามทำให้ชื่อคราฟโผล่ออกไป ไม่งั้น…จะตายทั้งโคตร และคราฟ… จะตามเก็บหมด มือสั่นๆ เขารับสาย “ฮัลโหล…” ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงสดใส ปนดีใจเล็กน้อย “พี่มะปิง! พี่อยู่ไหนคะ ตอนชุลมุนบนเครื่อง เราไม่ได้คุยกันเลย เจ้าหน้าที่แยกลูกเรือกับผู้โดยสารออกคนละโซน…” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโล่งใจที่ได้ยินเขารับสาย “พี่ไปถึงบ้านหรือยังคะ...พี่… ใบข้าวปวดท้องคลอดแล้วนะคะ แม่กำลังพาไปโรงพยาบาล…” คำพูดนั้น เหมือนมีใครเอามีดกรีดลงกลางอกเขา มะปิงกำโทรศัพท์แน่น ไหล่สั่น น้ำตาไหลเงียบๆ ไม่หยุดเขาอยากพูดอะไรสักอย่าง อยากบอกว่าเขาขอโทษ... อยากบอกให้ลูก… โตมาดีๆ... อยากบอกให้เมีย… เข้มแข็ง... แต่เขาพูดไม่ได้เพราะถ้าเขาพูด ทุกคนจะต้องตายตกตามกันไปทั้งหมด หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบชื่อในสาย 'มะยมหวาน' นิ้วเขาสั่นหนักขึ้นก่อนจะกดตัดสายทันที เสียงสัญญาณว่างดังขึ้น… สั้น… เย็นชา ตืด! ตืด! เขาหลับตาแน่น “…ไปต่อเถอะ” เสียงเขาเบา เหมือนคนที่ยอมรับชะตากรรมแล้วทางเดินข้างหน้า มืดกว่าเดิมอีกขั้น ฝากฝั่งสนามบิลม่านฟ้า เสียงจอแจของสนามบินม่านฟ้าลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบตัว แต่สำหรับมะยะหวาน ทุกอย่างเหมือนถูกกดให้เบาลง เหลือแค่เสียงหัวใจตัวเองที่เต้นหนักอยู่ในอก เธอยกโทรศัพท์แนบหู ปลายสายกลับถูกตัดสายหายเงียบไป ตูด! ตูด! “ฮัลโหล… พี่มะปิง?” เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย มองปลายนิ้วตัวเองที่ยังสั่นไม่หาย “ฮัลโหล… ได้ยินไหมคะ” เงียบ~ "อะไรของเขานะถึงบ้านหรือยัง? เสียงประกาศไฟลต์ดังแทรกขึ้นมา เหมือนเร่งให้เธอตัดสินใจบางอย่าง มะยะหวานเม้มปากแน่นก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วพูดกับตัวเองอย่างหงุดหงิด "ฉันต้องรีบไปทำงานแล้ว ฝุ่นก็ลา ไอ้กระเป๋าใบนี้มันเป็นภาระฉันมาสองปีละ ทำไม่ฉันต้องหิ้วมันขึ้นเครื่องด้วยตลอดคือ 'งงมาก' ว่าทำไมต้องเป็นหน้าที่ฉันตั้งแต่มาทำงานเป็นแอร์โฮสเตสที่นี่ มีใครให้คำตอบกับฉันได้บ้าง ถึงมันจะใบไม่ใหญ่ ไม่ได้หนักอะไรเลย แต่ข้างในสั่งห้ามให้เปิดดูงงชิบ" ลมเย็นจากประตูอัตโนมัติพัดผ่านปรอยผมบาง ที่รวบขึ้นไม่หมดของเธอ ผู้คนเดินสวนไปมา แต่เธอเหมือนยืนอยู่คนเดียวกลางโลกใบนี้ เธอยิ้มบางๆ สูดลมหายใจลึก “แต่ฉันกลับเป็นคนที่รักในหน้าที่ด้วยสิ เขาไม่ให้เปิดดูฉันก็ไม่เคยคิดที่จะทำ” มะยมหวานกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ก่อนเงยหน้ามองป้าย Departures อีกครั้ง “พรุ่งนี้เจอกันนะพี่มะปิง… พร้อมหลานชายคนแรกของบ้าน” เสียงเธอสั่นนิดเดียว… แต่เต็มไปด้วยความดีใจ “วันนี้… หลานฉันจะลืมตาดูโลกแล้ว” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ หวังว่าพี่ชายคงถึงบ้านแล้ว ไม่แวะดื่มกับเพื่อนจนเมาเหมือนทุกที ลมหายใจหนักๆ หลุดออกจากอก มะยมหวานในชุดแอร์โฮสเตสสีชมพูอมม่วง ส้นสูงแหลมกระทบพื้นดังฉับ ฉับๆ ร่างบางก้าวเข้าสนามบิน สวมบทบาทหน้าที่ของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเธอไม่รู้เลยว่า ในวินาทีเดียวกันนั้นพี่ชายของเธอสิ้นใจลง พร้อมกับเสียงร้องของเด็กทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลก อะแว้… อะแว้… ขณะเดียวกันเครื่องบินของสายการบินม่านฟ้าก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปลายทางเมือง Japan เครื่องบินทะยานผ่านกลุ่มเมฆสีขาวหนา ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องล่าง… โดยไม่มีใครรู้ว่ามีบางอย่างจบลงแล้วตลอดกาล ขณะที่อีกชีวิตหนึ่ง กำลังเริ่มต้นขึ้นบนแผ่นดินไทย พร้อมเสียงร้องแรกของการมีลมหายใจ และที่ปลายทาง เธอกำลังเดินเข้าไปหาชะตากรรม โดยไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีนั้น พี่ชายของเธอจะเหลืออยู่แค่ในความทรงจำ 'พี่มะปิง'
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD