หลังเดินทางกลับจากทริปเชียงใหม่แล้ว ในสัปดาห์ต่อมาบุษบาเริ่มย้ายของไปอยู่ที่คอนโดฯ ที่เธอทำเรื่องยื่นกู้ซื้อไว้เมื่อปีก่อน ทั้งนี้แผนการขยายร้านดอกไม้เพิ่มขึ้นอีกสาขาหนึ่งเธอและมัทรีคิด กันไว้ก่อนหน้านี้ราวหกเดือนแล้ว และร้านใหม่ที่ว่าอยู่ในช่วงกำลังตกแต่งพอดีเธอ จึงมีข้ออ้างในการขอย้ายมาอยู่ข้างนอก
“บุษจะกลับมาหาคุณแม่บ่อยๆ นะคะ” เธอกอดตอบ คุณวิชุตาที่มาส่งขึ้นรถก่อนออกจากบ้าน
“ดูสิ จะย้ายทิ้งแม่กันไปหมด” ท่านพูดแกมหยอกแต่ก็ใจหายนิดๆ เพราะว่าเคยมีหญิงสาวอยู่ร่วมบ้านกันมาหลายปี ก่อนที่มัทรีจะแต่งงานกับรามอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ
“ไม่ทิ้งค่ะ ใครจะกล้าทิ้งคุณแม่คะ” บุษบารีบพูด
“เอ... คอนโดบุษอยู่ไม่ห่างจากร้านของไอ้หัส จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน บุษจะได้มีเวลาเข้าไปดูแลเรื่องแฟรนไชส์ด้วยเพราะช่วงนี้ต้องมีจัดการเรื่องเอกสารหลายอย่างครับแม่” รามพูดขึ้นบ้างเขาเองผ่านช่วงหนุ่มสาวที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านมาแล้ว จึงเข้าใจดีว่าน้องสาวภรรยาต้องการความเป็นส่วนตัวบ้างในบางช่วงของการใช้ชีวิต
“ก็ดีนะลูก ยังไงเรื่องร้านหมอของพ่อหัสแม่ฝากบุษดูแลประสานงานเลยละกัน ส่วนตอนนี้ก็ไปได้แล้วบุษจะได้ไม่ถึงห้องดึกเกินไป” คุณวิชุตาตัดบทเมื่อมองฟ้าเริ่มมืดลงทุกที
บุษบามาถึงคอนโดฯ ในตอนที่มีสายเรียกเข้าพอดี หญิงสาวหยิบมากดรับเพราะรู้ว่าเป็นสายจากใคร
“คะพี่หัส วันนี้ไม่ได้ค่ะบุษต้องจัดของ” เธอปฏิเสธเมื่อ ชายหนุ่มโทรมาชวนไปฟังเพลง
“จัดที่ไหนครับ บุษย้ายของมาแล้วเหรอ งั้นพี่ช่วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ บุษจัดการเองได้พี่พักผ่อนเถอะทำงานมาทั้งวันแล้ว” เธอชิงกดวางสายไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อยัง ไม่เก็บโทรศัพท์เธอก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงเคาะกระจกรถด้านคนขับ
หญิงสาวนั่งนิ่งเพราะยังตกใจว่าเขามาที่นี่ได้อย่างไร จนได้ยินเสียงเคาะกระจกซ้ำเธอจึงปลดล็อกรถแล้วเปิดลงไปเผชิญหน้า
“พี่หัสมาได้ยังไงคะ”
ชายหนุ่มยิ้มมองเธออย่างรู้ทัน
“บุษไม่อยากให้พี่รู้เหรอคะ ว่าบุษจะย้ายมาที่นี่”
“เปล่าค่ะ” เธอตอบอุบอิบแล้วหันไปเปิดประตูด้านหลังเพื่อหยิบของเตรียมขนขึ้นไป
“พี่ช่วยค่ะ มีแค่นี้ใช่ไหมท้ายรถมีอะไรอีกรึเปล่า” หัสดี ตรงไปรวบของทั้งหมดที่ถูกจัดใส่ถุงเพื่อให้ยกง่ายทีเดียวเต็มสองมือ ซึ่งส่วนมากจะเป็นของจุกจิกและของใช้ส่วนตัวของบุษบาจำพวกอุปกรณ์ทำงานต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไอแพด คีย์บอร์ดและอุปกรณ์เสริมต่างๆ
“ไม่มีแล้วค่ะ ของอื่นคนงานที่บ้านขนมาหมดแล้ว”
“งั้นบุษล็อกรถแล้วนำไปเลยจ้ะ พี่ถือเองหมดนี่ล่ะ”
สิบนาทีต่อมาบุษบาเปิดประตูห้องที่ล็อกด้วยระบบดิจิทัล โดยมีชายหนุ่มร่างสูงที่มีสถานะเป็นคนรักที่ยังไม่เปิดตัวเดินตามเข้ามาเงียบๆ เขากวาดตามองห้องพักขนาดหกสิบตารางเมตรที่ตกแต่ง คุมโทนสีขาวครีมดูสบายตาและเรียบง่ายอย่างนึกชมเจ้าของห้องในใจ
“บุษซื้อที่นี่เองเหรอ” เขาถามขณะที่วางของที่ขนมาลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่น เนื่องจากบุษบาตกแต่งให้มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ส่วนอีกห้องเธอใช้เป็นห้องนั่งเล่นหรือพักผ่อน
“ค่ะ ดาวน์เองผ่อนเองกับมือ”
เธอหันมาตอบกึ่งอวดอย่างภูมิใจ ว่ารายได้จากร้านดอกไม้ ที่ทำกับพี่สาวนั้นมากพอที่จะซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ส่วนรถยนต์นั้นมัทรีเป็นคนดาวน์ให้แต่เธอผ่อนจ่ายเองในแต่ละเดือน
“เหลือเท่าไหร่ พี่ปิดให้ก็ได้นะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่มาศสงสัยว่าบุษเอาเงินมาจากไหน” เธอปฏิเสธส่ายหน้าทันที เงินตั้งหลายล้านจะไปรบกวนเขาขนาดนั้นได้อย่างไร
“ก็ไม่ต้องบอกพี่สาวเราก็ได้ แต่ความจริงพี่ไม่ติดอะไรถ้ามาศจะรู้เรื่องของเรา”
“แต่บุษยังไม่อยากให้ใครมาจับตามองเรื่องของเราค่ะ”
เธอยืนกรานจนหัสดีถอนใจ อยากจะดื้อแพ่งมากกว่านี้แต่ก็รู้ตัวว่าเขารุกเธอแรงมากแล้ว บุษบาคงตกใจด้วยเธอคงต้องการเวลาปรับตัว
“ถ้าแค่อึดอัดพี่ก็เข้าใจและจะพยายามเข้าใจ แต่มัน ไม่เกี่ยวกับว่าถ้าบุษมีคนอื่นนะ”
“คนอื่นที่ไหนคะ” บุษบาปรับความคิดไม่ทันเมื่อเขาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
“ก็ไอ้คนที่เราเจอบนรถไฟน่ะใคร ทำไมท่าทางสนิทกัน” เขามองเธอเขม็งเมื่อนึกออกว่าจะถามเรื่องไอ้หมอนี่และไม่ได้ถามสักที
“อ๋อ อาจารย์พี่เนศ” เธอเอ่ยชื่อเมื่อนึกออกว่าพบใคร บนรถไฟในหลายวันก่อน
“นั่นล่ะ มันเป็นใคร” หัสดีเสียงห้วนเขาย้ายตัวเองมายืนตรงหน้าเธอจ้องใบหน้านวลรอคำตอบอย่างจริงจัง เขาขมวดคิ้ว มากขึ้นเมื่อเธอทำท่าหัวเราะ
“พี่ไม่ตลกนะบุษ”
“บุษก็ไม่ตลกค่ะ พี่หัสดูไม่ออกเลยเหรอว่าเขามากับแฟน” เธออธิบายต่อเมื่อเห็นเขาทำสีหน้าไม่แน่ใจ
“เขาเคยเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะค่ะ อายุห่างกับพวกบุษ ไม่มากแล้วพี่เขาก็เป็นกันเองเลยคุยเหมือนสนิทกันดี แต่เขามีแฟนแล้วค่ะ วันนั้นบุษเองก็เจอในไอจีเขาโพสต์รูปว่ามาเที่ยวกับแฟน ที่เชียงใหม่"
“อ้อ แล้วไป งั้นวันนี้บุษขนของเสร็จแล้ว เราก็...” ชายหนุ่มยิ้มออกพลางเปลี่ยนเรื่อง แต่เขาก็ชะงักเมื่อเธอขัดเสียก่อน
“เราก็ต้องแยกย้ายค่ะ บุษเหนื่อยอยากพักผ่อนส่วนพี่มีตรวจ แต่เช้าไม่ใช่เหรอคะ ยังไงค่อยว่ากันวันหลังนะคะ ส่วนวันนี้บุษขอบคุณมากค่ะที่พี่หัสช่วยขนของขึ้นมา”
เธอพูดเร็วจนเขาฟังไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวบุษบาก็ดันตัวเขา จนออกมายืนนอกห้องและปิดประตูล็อก หัสดีได้สติเขาเคาะประตูห้องเรียกเธอ
“เดี๋ยวบุษ น้ำสักแก้วก็จะไม่เลี้ยงพี่เหรอ ยายตัวแสบ”