เป็นค่ำคืนที่ไร้เงาแสงดวงจันทรา ฝนเม็ดเล็กเริ่มต้นฤดูกาลยังคงทำหน้าที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เช่นเดียวกันกับยานพาหนะสองล้อคันเก่ง สีบ่งบอกสภาพการใช้งานยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยแรงถีบของเท้าเรียวอย่างทุลักทุเล
“กอดเอวหมวยไว้ ห้ามปล่อยเด็ดขาดเลยนะจ๊ะ”
ไม่ต้องพูดถึงความสมดุลของจักรยาน เพียงแค่ตาเห็นก็สามารถทราบได้เลยทันทีว่ามันเป็นศูนย์ เสียงจิ้งหรีดเรไรบริเวณนาข้าวสองข้างทางที่เริ่มเติบโตให้เห็นประสานกันจนคนอาศัยอยู่แค่ในตัวอำเภอของตลาดนั้นรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยว
หากแต่ก็ทราบดีว่าที่แห่งนี้นั้นปลอดภัย เพราะต่อให้เจ้าของบ้านตัวจริงจะไปค้างในเมืองยังไงก็มักมีคนของเสี่ยคอยสังเกตการณ์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้เสมอ
ทว่าจะออกมาแบกหลานชายเจ้าของโรงสีที่เมาแทบเดินเองไม่ตรงช่วยกันหน่อยไม่ได้เลยหรือยังไง!
จอดจักรยานคู่ใจยามถึงที่หมายได้พักสักแล้วไม่เห็นใคร ก็คงจะต้องเป็นเธอที่พาคนนิสัยเสียเข้าไปส่งในบ้าน กลิ่นฉุนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรงยังคงลอยคลุ้งอยู่รอบกายเจ้าของร่างสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร ชวนให้ปลายจมูกรั้นย่นเข้าหากันอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่ได้คิดที่จะลดละความพยายามพยุงชายที่มีขนาดตัวต่างกันลิบลับเดินเข้าห้องนอนชั้นล่างเลย
เป็นคนรับปากลี่หมวยเองแท้ ๆ ว่าจะพาเดินเที่ยวงานบุญซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งที่ควรจะชินชาหรือหมดหวังที่ต้องเอาแต่วิ่งตามจีบบุคคลที่เธอผลักลงเตียงกว้าง โดยเขาไม่มีใจให้เลย ทว่าสุดท้ายแล้วก็ยังเป็นเธอที่ทำไม่ได้เสียที
ฉะนั้นต่อให้ปราบจะลืมเรื่องที่พยักใบหน้าตกลงให้ตนเองส่ง ๆ หรือทำเพื่อตัดรำคาญไปกี่ครั้ง หญิงสาวที่มีเพียงจักรยานคู่ใจก็อดทนยอมปั่นมันจากบ้านดึกดื่นเพื่อออกไปเจอเขา และสภาพที่เห็นก็เหมือนเคย ดื่มหนักจนแทบยืนไม่ตรงอยู่แล้ว ยังริอาจไปกอดคอเพื่อนแหกปากร้องเพลงอยู่หน้าเวทีหมอลำ รวมถึงปล่อยตัวเองให้สาว ๆ ในนั้นฉวยโอกาสอีกด้วย
มันน่าโมโหไหม
ถ้าลี่หมวยไม่ฝ่าดงผู้คนเข้าไป ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่ารุ่นพี่ร้านทองคู่แข่งจะได้นอนอยู่ตรงนั้นไปจนถึงเช้าของวันใหม่ ไม่ก็มีเรื่องชกต่อยกับพวกวัยรุ่นต่างถิ่นหรือไม่ เนื่องจากพอเมาแล้วปราบก็ชอบหัวร้อน ช่วงนี้ยิ่งทราบมาว่าเสี่ยเพชรนั้นยุ่งอยู่กับงานที่รัดตัว อีกทั้งเขาเองก็ไม่ชอบให้ลูกน้องผู้เป็นอาตามวุ่นวายดูแลด้วย
ฉะนั้นตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ช่วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แล้วขอน้องลี่หมวยคนนี้แต่งงานซะ!
“อึก...”
“เหวอ!”
คนที่เปียกปอนยืนเท้าเอวก่นด่าเจ้าของเตียงอยู่ได้ไม่นานต้องล้มลงตามแรงฉุดกระชากอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนร่างบอบบางที่ทับอยู่บนอกแกร่งของปราบจะตาโต ตอนรับรู้ได้ถึงห้วงลมหายใจที่หอบรุนแรงผิดปกติ รวมถึงบั้นท้ายกลมยังถูกอีกฝ่ายบีบขยำหนักหน่วง ทั้งที่ปกติแค่ได้ยินเสียงเธอเจ้าตัวก็วิ่งหนีป่าราบแล้ว
เกิดอะไรขึ้น
“สี้ได้บ่” (เอาได้ไหม)
“ห้ะ? อะไรเนี่ยอ้ายปราบ! ปล่อยหมวยเลยนะ จะมาบีบก้นกันทำไม”
“สี้แนได้บ่ครับ อ้ายปวดหัว... ล่างคัก ๆ” (เอาได้ไหมครับ พี่ปวดหัว... ล่างฉิบหายเลย)
หญิงสาวที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีสติดีมากน้อยแค่ไหนพยายามที่จะขืนกายออกห่างจากการถูกกอดรัด แต่มือหนาที่เปลี่ยนจากการเคล้นคลึงก้นงอนก็สอดล้วงเข้าไปภายในรอยแยกใต้กระโปรงตัวสั้นจนเธอสะดุ้งสุดตัว ไม่ปฏิเสธหรอกว่าชอบคนตรงหน้ามากมายแค่ไหน แทบจะเรียกได้ว่าเป็นรักแรกและรักเดียวเลยด้วยซ้ำ
แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ
“อ้ายปราบ... รู้ไหมว่าคนตรงหน้าอ้ายปราบคือใคร”
นิ้วเรียวยาวที่พยายามจะแหวกกลีบแรกแย้มเข้าไปในตอนแรกหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ดูจะขัดขืนนั้นเลิกดิ้นพล่าน พร้อมทั้งยังเอื้อมฝ่ามือขาวขึ้นมาจับที่ใบหน้าคมคายของปราบเพื่อให้สบนัยน์ตากลมโตที่ช้อนมองกันอยู่
“อ่า ลี่หมวย”
“ใช่จ้ะ หมวยเอง รู้แบบนี้อ้ายปราบยังอยากจะเอาหมวยอยู่ไหมจ๊ะ”
“ให้กูได้บ่ล่ะ ถ้าบ่ได้กะลุกออกไป” (ให้กูได้ไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ก็ลุกออกไป)
ปราบทราบดีว่ามันเป็นคำตอบที่เห็นแก่ตัวมากเพียงใด ทว่าช่วงที่อยู่ในงาน เขาก็ชนแก้วกับคนอื่นไปทั่ว คงจะมีเพื่อนหมู่บ้านอื่นที่มันเล่นพิเรนทร์หรือใครสักคนใส่อะไรแปลก ๆ ลงไปในเครื่องดื่ม เพราะเขาก็นับได้ว่าเป็นสายปาร์ตี้คอแข็ง
ไม่น่าจะมีอารมณ์พลุกพล่านจนควบคุมความอยากของตัวเองไม่ได้ ขนาดที่ว่าคว้าเอาเด็กตรงหน้าขึ้นเตียง ยังดีที่ลี่หมวยมันสามารถเรียกสติเขากลับมาได้ทัน ไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าระหว่างเรามันจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ปากที่ไปไวแบบแก้ไม่หายก็เล่นเอายัยลูกหลานเชื้อสายจีนน้ำตาคลอให้เห็นอย่างที่ไม่เคยจะเป็นมาก่อน หรือเขาเมามากแล้ววะ
“อ้ายปราบอยากขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ”
“เออ นอนทับของกูอยู่ปานนี้ มึงบ่เห็นติว่ามันแข็งจนเกือบสิเสียบมึงแล้ว” (เออ นอนทับของกูขนาดนี้ มึงไม่เห็นเหรอว่ามันแข็งจนเกือบจะเสียบมึงอยู่แล้ว)
ปราบเลิกให้ความสนใจหญิงสาวที่ยังคงทับอยู่บนอก ก่อนจะควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเรียกใครสักคนที่สามารถช่วยตัวเองได้ในเวลานี้ให้ออกมาเจอกันหน่อย
เขาก็ผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมปล่อยตัวเองเป็นโสดมานาน ก็ไม่แปลกเลยที่จะมีพันธะชั่วครั้งชั่วคราวกับคนที่ถูกใจ
“จะโทรหาใครจ๊ะ”
“กูอยากสี้ ปวดไปเบิดล่ะหมวย จักไปถืกโตใด๋มา” (กูอยากเอา ปวดไปหมดละหมวย ไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา)
ดีที่ไม่ใช่ความรู้สึกเหมือนกับโดนวางยาในตอนเด็ก ไม่เช่นนั้นลี่หมวยที่อยู่ตรงหน้าปราบก็คงจะไม่รอด หรือถ้าฤทธิ์มันแรงมากกว่านี้หน่อย ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเสร็จไปหลายน้ำแล้ว
“อิง ใคร อิงไหน”
“เฮ้ย!” ปราบกำลังจะกดโทรออก แต่โดนลี่หมวยที่เร็วกว่านั้นแย่งเครื่องมือสื่อสารไปอย่างหน้าตาเฉย รวมถึงความกลัวและกังวลที่มีให้เห็นเมื่อสักครู่ยังเปลี่ยนเป็นสายตาหึงหวงแบบที่เจ้าตัวชอบทำเวลามีคนอื่นเข้าใกล้เขาให้เห็น “เอาโทรศัพท์กูคืนมา”
“ไม่ เพราะหมวยเข้าใจแล้วว่าอ้ายปราบจะโทรไปมีอะไรกับเขา”
“เออ กะยังว่ากูมีอารมณ์ อยากสี้คนแมะหมวย มึงสิมายากหยังนำ” (เออ ก็บอกว่ากูมีอารมณ์ อยากเอาคนอะหมวย มึงจะมาวุ่นวายทำไม)
“ยาก!”
“ยากหยัง เมียกูกะบ่แม่น!” (วุ่นวายอะไร เมียกูก็ไม่ใช่!)
“ได้เลยอ้ายปราบ ได้เลย ถ้าวันนี้อ้ายไม่ได้หมวยเป็นเมีย อย่ามาเรียกน้องลี่หมวย สวย อึ๋ม คนนี้ว่าซ้อเล็กน้องรักพี่บัวหอม!”
ปราบดวงตาเบิกโพลงทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น อีกฝ่ายกระชากกางเกงพร้อมอันเดอร์แวร์ราคาแพงของเขาออกได้ ก็เป็นชายหนุ่มเองนี่แหละอดทนอดกลั้นไม่ไหวตอนปลายหัวหยักถูกไล้ละเลงเลียปลุกเร้า เขาล็อกศีรษะเล็กกดลงใส่ความแข็งขืนกลางกายแล้วกระแทกเข้าใส่จนไม่รู้ว่าขึ้นสวรรค์ปล่อยน้ำไปกับยัยเด็กร้านทองตรงข้ามกันกี่ยก
แล้วปากแม่งเสือกนิ่มถืกใจลูกชายกูคักเนาะอีหมวย! ซั่นกะอมให้กูซอดแจ้งโลดมึง (แล้วปากแม่งเสือกนิ่มถูกใจกูมาก งั้นก็อมให้กูยันเช้าไปเลยมึง)
“เก็บฟันดี ๆ หมวย ถ้าขูดโดนลูกชายกูเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่ปากเล็ก ๆ มึงที่จะโดนกูกระแทก”
รุ่งอรุณมาเยือน พร้อมกับสติสัมปชัญญะครบถ้วนจึงทราบได้ว่าตัวเองทำเรื่องไม่สมควรลงไปอย่างมหันต์ แล้วเมื่อคืนที่ตอกอัดไปแรงขนาดนั้นก็เข้าใจว่าหญิงสาวแบกเขามาส่งที่ร้านทองชั้นบน ทว่าไม่ใช่
ยัยเด็กลี่หมวยมันพาปราบมาส่งที่บ้านสวนเลยต่างหาก แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหนที่เปิดประตูมาเจอพวกเขาในสภาพที่เพียงเห็นก็รู้ได้เลยว่าเพิ่งผ่านการได้เสียกันมา หากไม่ใช่เจ้าของบ้านตัวจริงที่หอบลูกเมียกลับเข้าบ้านมาในช่วงเช้าตรู่
ตายโลดกู (ตายแน่นอนกู)
แน่นอนว่าตามขนบธรรมเนียมประเพณี เขาที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ต้องออกมานั่งคุกเข่าสำนึกผิดที่หน้าบ้านสวนตั้งแต่ไก่ที่เลี้ยงเอาไว้หลังบ้านขันแข่งกันกับนก พร้อมกับลอบมองแค้นเมียในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย
“ตกลงว่าเอ็งจะหมั้นหรือแต่งน้องเข้าบ้านไอ้ปราบ”
โคตรแม่มึงเอ้ย สี้กะทันได้สี้อยู่ เสี่ยสิให้กูแต่งอีหมวยที่ทำท่าฮ้องไห้เป็นเมียแล้ว! ความดีที่เคยเฮ็ดมา บ่ซอยหยังกูเลยติ (โคตรแม่มึง เอาก็ยังไม่ได้เอา เสี่ยจะให้กูแต่งอีหมวยที่แกล้งร้องไห้เป็นเมียแล้ว! ความดีที่เคยทำมาไม่ช่วยอะไรกูเลยเหรอ)
“ผม...”
“ยืดอกขึ้น แล้วตอบข้ามาเดี๋ยวนี้”
“หมั้นครับเสี่ย! ถ่าน้องเรียนจบก่อนจั่งแต่งครับ” (หมั้นครับเสี่ย! รอน้องเรียนจบก่อนค่อยแต่งครับ)
“ดี ข้าจะได้ไปคุยกับเถ้าแก่ลี่หมิง แล้วหาฤกษ์งามยามดีเอาไว้ให้พวกเอ็งสองคน”
ชายหนุ่มที่กลั้นใจตะโกนตอบผู้ปกครองไปได้แต่บีบมือเข้าหากันแน่น
หนึ่งคือผิดหวังในตัวเองที่ไม่หนักแน่นให้อารมณ์นำพา
สองคือเห็นว่าที่คู่หมั้นกำลังแกล้งบีบน้ำตาให้อาสะใภ้เขากอดโอ๋อยู่ในอ้อมอกไม่พอ ทว่าลี่หมวยมันยังทำท่าทีล้อเลียนปราบด้วยการทำมือไม้ชักเข้าออก ใกล้ ๆ ริมฝีปากเล็กในท่วงท่าแสนจะลามกให้เห็นอีกด้วย
กูมาเหลือใจแท้ หมั้นตอนใด๋กูสิเลิกนัดเด็กให้เบิด เตรียมถืถกูสี้เช้าสี้แลงโลดอีหมวย! (กูเวทนาตัวเองมาก หมั้นตอนไหน กูจะเลิกนัดเด็กให้หมด เตรียมถูกกูเอาเช้าเย็นได้เลยอีหมวย!)
TBC.
เอ้า คือเป็นแนวนั้นละอ้าย แม่นบุญผลาคักเนาะ 5555555555555555