ก็ไม่เห็นจะทำจริงดั่งปากว่า เพราะพอลี่หมวยลองท้าทายระบบโดยการบดสะโพกลงไปไม่เท่าไหร่คนปากดีที่ขยำก้อนกลมกันอยู่อย่างสนุกมือก็รีบปล่อยหญิงสาวจากตักทิ้งให้หงายหลังลงเตียงนอนแล้วก้าวเท้ายาว ๆ เข้าห้องน้ำไปเสียอย่างนั้น
เหอะ อย่าให้รู้แล้วกันว่าแอบไปช่วยตัวเองเพราะแค่โดนเธอลองเชิง!
“ซ้อออใหญ่จ๋า”
“อ้าว ว่าไงหมวย ตื่นบ่ายเชียว”
ได้ยินไม่ผิดหรอก ลี่หมวยโต้รุ่งอ่านหนังสือดึกดื่นอยู่ร่วมหลายวันเพื่อควิซในห้องก่อนเริ่มชั่วโมงเรียนเพิ่งจะได้นอนเต็มอิ่มก็วันนี้ ยังดีครอบครัวของคู่หมั้นนั้นเข้าใจว่าเด็กที่เรียนปีสุดท้ายมันหนักหนาสาหัสเพียงใด เพราะถ้าไม่ใช่ตระกูลพรรณรายณ์ก็คงจะเฉดหัวเธอออกจากบ้านตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่แล้ว
หญิงสาวที่เลือกคู่ครองแบบมองขาด ประจบประแจงซ้อใหญ่มาตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งกับเสี่ยช่างเก่งกาจจริง ๆ ภูมิใจในตัวเองเป็นที่สุด ถึงป๊าจะไม่มีการเห็นชอบ ด่ากราดวายวอดมากแค่ไหนก็ตาม
“แหะ เพิ่งได้นอนเต็มอิ่มเลยจ้ะ ว่าแต่ซ้อใหญ่ทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ มันเลยเที่ยงวันมาแล้วไม่ใช่เหรอ”
“วันนี้เสี่ยว่างแล้วบ่นว่าอยากทานทับทิมกรอบน่ะ”
“อ๋อ งั้นหมวยช่วยจ้ะ ซ้อใหญ่เพิ่งหายป่วยเองไม่ใช่เหรอจ๊ะ เดี๋ยวยืนนาน ๆ จะหน้ามืดเอานะจ๊ะ”
บัวหอมจะบอกไปได้อย่างไรว่าต่อให้ไม่สบายอยู่ผู้เป็นสามีก็ยังหน้าระรื่นพาทำเรื่องอย่างว่า ฉะนั้นแค่ลุกมาทำของหวานฝากจิรากรนำไปให้เจ้าตัวพร้อมทั้งแจกจ่ายคนงานด้วยแค่นี้สบายมาก
คงเพราะเราย้ายออกมาอยู่ที่นี่กันถาวรแล้ว เสี่ยเลยสั่งลูกน้องทำที่พักให้พวกคนงานช่วงฤดูกาลทำนาแบบเว้นระยะห่างกับบ้านไกลหน่อยเพื่อความเป็นส่วนตัว มองจากตรงนี้ไปเลยเห็นไกล ๆ ว่าพวกเขาใช้แรงกันอยู่ ยังดีที่วันนี้พวกฝาแฝดนั้นเข้าในเมืองไปกับนายตำรวจอย่างเมธวิน เลยไม่ต้องมานึกห่วงหน้าพะวงหลัง
“ไม่เป็นไร พี่ทำเสร็จแล้ว เหลือแค่ตักแบ่งส่วนของอาหลานแล้วเอาไปให้แค่นั้น งั้นพี่รบกวนหมวยเอาไปให้ปราบด้วยนะ ส่วนของเสี่ยเดี๋ยวพี่จัดการเอง”
“โอเค รับทราบจ้ะซ้อใหญ่”
จักรยานคู่ใจไม่สามารถที่จะใช้มันเป็นยานพาหนะปั่นไปให้ถึงตัวคู่หมั้นที่มีถึงร้านทองเป็นของตัวเองแต่ยังทำตัวเป็นหนุ่มไทบ้านรับจ้างดำนาในเวลาบ่ายคล้อยแบบนี้ให้เห็นอยู่ ทว่านั่นแหละที่เป็นเสน่ห์เหลือล้นของอ้ายปราบที่ลี่หมวยพ่ายแพ้!
คิดได้ดั่งนั้นก็รีบทิ้งเจ้าสองล้อเอาไว้ข้างถนนแล้ววิ่งลงไร่นาเพื่อไปหาคนที่แอบอู้พักเหนื่อยใกล้ ๆ กับไอ้ดำลูกชายเสี่ยซึ่งเคี้ยวหญ้าสําราญใจอยู่ ข้างกายมีวิทยุขนาดพกพาเปิดบรรเลงเพลงอีสานเอาไว้ แม้เจ้าตัวจะใช้หมวกฟางนอนปิดหน้าปิดตาอย่างไรออร่าของปราบก็ไม่พ้นเรเด้ของน้องลี่หมวยคนนี้หรอก
“อ้ายปราบจ๋า”
อึก!
“โคตรแม่มึง อีหมวย! กระโดดมาทับเอิกกูหาสะแตกหยัง!” (โคตรแม่มึง อีหมวย! กระโดดมาทับอกกูหาอะไร!)
จากที่เฝ้าพระอินทร์รับลมยามบ่ายให้หายเหนื่อย กลายเป็นว่าปราบต้องสะดุ้งตื่นสุดตัวราวคนบาปหนานั้นตกสวรรค์ร่วงหล่นลงอเวจีขุมลึกสุดก็ไม่ปาน เล่นอะไรของแม่มันก็ไม่รู้เนี่ย
คนแห่งเมื่อยอยู่ (คนยิ่งเหนื่อยอยู่)
“แหะ หมวยดีใจที่ได้เจออ้ายปราบมากไปหน่อยจ้ะ เจ็บมากไหม”
เมื่อคืนยังนอนด้วยกันอยู่เลยจะมาดีใจอะไรขนาดนั้น!
“บ่เจ็บมั้ง กูจนสะดุ้งตื่น ลุกเลย เดี๋ยวคนงานเห็นแล้วเขาสิเอาไปเว้าพื้นอีก” (ไม่เจ็บมั้ง กูจนสะดุ้งตื่น ลุกเลย เดี๋ยวคนงานเห็นแล้วเขาจะเอาไปนินทาอีก)
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่จ๊ะ เขารู้ทั่วกันไปหมดแล้วมั้งว่าหมวยเป็นเมียอ้ายปราบ คิก ๆ”
“กูบอกให้ลุก โอ้ย มันหนักนิ” (กูบอกให้ลุก โอ้ย มันหนักเนี่ย)
“จ้ะ ๆ” เรือนกายเล็กรีบพยุงตัวเองขึ้นตามคำสั่งของคู่หมั้น แล้วยื่นของหวานยามบ่ายคล้อยพร้อมกับพวกเครื่องดื่มชูกำลังให้คนที่มาใช้งานแรงเอาสังคมเหนื่อย ๆ ได้ทานให้ชื่นใจ
“ร้านใด๋” (ร้านไหน)
“ร้านซ้อใหญ่จ้า รับรองกินแล้วไม่ตายแน่นอน”
“เออ ระดับอาสะใภ้กูเฮ็ดเนาะ ถ้ามึงเฮ็ดน่ะรับรองตายแท้แน่นอน” (เออ ระดับอาสะใภ้กูทำ ถ้ามึงทำยังว่าไปอย่าง รับรองตายแท้แน่นอน)
“แทงใจดำมาก”
“จ่มหยัง อยากให้แดกกะประเคนให้ฮอดปากกู” (บ่นอะไร อยากให้แดกก็ประเคนให้ถึงปากกู)
ปราบยอมหยัดตัวขึ้นมานั่งพิงกองฟองชันเข่า เพื่อให้เด็กตรงหน้าป้อนของหวานให้ตัวเองได้สะดวก ไม่ได้เป็นง่อย แต่มีคนเต็มใจจะทำให้ขนาดนี้ เรื่องอะไรต้องออกแรงยกช้อนตักใส่ปากเอง
ลี่หมวยที่นั่งอมลมเพราะโดนอีกฝ่ายหงุดหงิดใส่ไม่เลิกก็ดวงตาเป็นประกาย ทว่าก่อนที่จะได้ตักของหวานให้ปราบชิม ตาก็ไปสะดุดเข้ากับโคลนตมที่เปรอะเปื้อนใบหน้าหล่ออยู่ จึงหวังจะใช้ปลายของเสื้อแขนยาวเอื้อมขึ้นไปเช็ดมันออกให้
แต่ปราบที่เร็วกว่านั้นเบือนหน้าหนีไปอีกทางเสียก่อน ตอนนี้จึงกลายเป็นว่ามีเพียงความเงียบงันปกคลุมพร้อมกับสายลมพัดผ่านในช่วงเวลาใกล้จะเย็นเต็มที หญิงสาวลอบยิ้มจาง กลับมานั่งตัวตรงเช่นเดิม ก่อนจะยื่นของหวานไปจ่อริมฝีปากของอีกฝ่าย
ไม่ให้แตะ ได้ป้อนของหวานเขาก็ยังดี
“เป็นไงจ๊ะ อร่อยไหม”
“ระดับมันเปิดร้าน ไปเรียนฮอดเมืองนอกเมืองนา บ่แซ่บไผสิอยากซื้อแดก ถามหลาย อยากฮู้กะชิมเอา” (ระดับมันเปิดร้าน ไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ไม่อร่อยใครจะซื้อแดก ถามเยอะ อยากรู้ก็ชิมเอา)
ปราบไม่ได้ชอบของหวานขนาดนั้น แต่เป็นลี่หมวยต่างหากที่ยัดของพวกนี้เข้าไปในกระเพาะขนาดไหนตัวมันก็โตสุดได้เท่านี้ ที่พอรู้เรื่องของเธอบ้าง ไม่ใช่เพราะใส่ใจอะไร แต่ถึงเวลาต้องแวะรับหญิงสาวกลับบ้านด้วยกันทีไรก็ชอบสั่งขนมหรือไม่ก็พวกน้ำหวานให้เขาซื้อติดรถไปประเคนให้ตลอด
ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยจริง ๆ แค่ปราบความจำดีเป็นเลิศก็เท่านั้นแหละ
“โห ถึงว่า ทำไมซ้อใหญ่ทำกับข้าวแล้วก็ขนมเก่งจัง หมวยไม่รู้เลยว่าซ้อใหญ่เคยไปเรียนเมืองนอกด้วย สุดยอดไปเลยจ้ะ” คงจะเป็นช่วงที่อีกฝ่ายหายหน้าหายตาไปตอนนั้นแน่ ๆ ทว่าลี่หมวยเองก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรละลาบละล้วงหรอก แค่ได้เข้ามาเป็นส่วหนึ่งในบ้านที่อบอุ่นแบบนี้ก็ดีมากแล้วจริง ๆ
“สุดยอดกะแดกเข้าไป” (สุดยอดก็แดกเข้าไป)
ปราบเลิกให้ความสนใจคู่หมั้น เอื้อมมือไปหยิบเอาเครื่องดื่มชูกำลังตรงหน้าขึ้นมาเปิดดื่ม แม้จะบอกว่าเป็นยามเย็นแล้ว แต่ช่วงดำนาก็ร้อนแบบไม่ตลกเลย รวมถึงรายได้ยังไม่คุ้มเสีย แต่จะทำเช่นไรได้ หากไม่อยากอดตาย เกษตรกรหลายคนจึงเลือกหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินกันต่อไป
“แล้วเสร็จจากตรงนี้อ้ายปราบจะไปไหนต่อไหมจ๊ะ”
“สิให้กูไปไส เฮือนกะอยู่ส่ำนี้” (จะให้กูไปไหน บ้านก็อยู่แค่นี้)
“ไม่ใช่จ้ะ หมวยหมายถึง... วันนี้อ้ายปราบจะไปกินเหล้าไหม”
“กะให้กูพักตับแนเถาะหมวย เสี่ยจ่มกูมาเป็นเดือนละ” (ก็ให้กูพักตับบ้างเถอะหมวย เสี่ยบ่นกูมาเป็นเดือนละ)
“จริงเหรอจ๊ะ ทีหมวยบอกอ้ายปราบยังไม่ยอมฟังกันเลย” ไม่ได้อายชาวบ้านหรอก ที่ต้องคอยตามแบกว่าที่สามีกลับบ้านอยู่บ่อยครั้ง แค่เป็นห่วงชายหนุ่มแบบที่อาเขาเป็นห่วงนั่นแหละ
“เป็นไผล่ะ กูต้องฟัง” (เป็นใครล่ะ กูต้องฟัง)
“เมียในอนาคตอ้ายปราบไง”
“ไปเรื่อยอีหมวย แต่มื้ออื่นวันเกิดบักพากภีม กูบ่ไปกะบ่ได้อีก สังคมต้องการโต” (ไปเรื่อยอีหมวย แต่พรุ่งนี้วันเกิดไอ้ห่าภีม ไม่ไปไม่ได้อีก สังคมต้องการตัว)
“ง่า ไหนว่าช่วงนี้จะพักก่อนไงจ๊ะ” หญิงสาวที่เนียนขยับเข้าไปนั่งใกล้อีกฝ่ายมีใบหน้าสลดลงเล็กน้อย จะบอกว่ายังไงดี เธอรู้จักกับปราบมาตั้งแต่ตัวเท่าเอวชายหนุ่ม เห็นทุกช่วงชีวิตของเขามาเกือบจะทั้งหมด เมื่อก่อนรุ่นพี่ยังดื่มแค่เอาสังคมเฉย ๆ
ทว่าตั้งแต่ตอนนั้น ปราบก็เลือกจะดื่มมากขึ้น ภาพลักษณ์หลานชายคนเดียวของเสี่ยเจ้าของโรงสีที่เคยมีแต่คนเอ็นดูก็ไม่เหลือ เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองเสมอ ก็ยังสำมะเลเทเมามีเรื่องกับพวกวัยรุ่นหมู่บ้านอื่นให้เห็นบ้างจนคนที่ไม่รู้อะไรเลยเริ่มเอือมระอา ตัดสินกันไปเอง
ส่วนชายหนุ่มที่ทำเหมือนจะไม่ได้สนใจอะไรหญิงสาวก็มีแววตาอ่อนลงยามลอบมองลี่หมวยอยู่เงียบ ๆ ทราบแหละว่านอกจากลูกน้องเสี่ยที่ตามแบกตัวเองกลับบ้านก็เป็นมัน
เขาเมามากก็จริง แต่ไม่ได้ถึงขั้นหมดสติไปเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นคิดหรือว่าตัวอีกฝ่ายที่เล็กแค่นี้จะพาปราบที่ตัวยังกับควายกลับบ้านมาได้ ไม่รู้ว่าสมองเล็ก ๆ ของลี่หมวยมันพาเจ้าตัวให้อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ได้ยังไง
“ยากนำกูคักเนาะ ขั่นปานนั้นกะไปนั่งคุมเอา” (วุ่นวายแต่กับกู ถ้าขนาดนั้นก็ไปนั่งคุมเอา)
TBC.
พะนะอ้าย