ตอนที่ 1 เพื่อนใหม่

1037 Words
เสียงนกบนต้นไม้ใหญ่หน้าคณะบริหารธุรกิจถูกกลบด้วยเสียงโหวกเหวกของเหล่านักศึกษาปีหนึ่งที่กำลังเดินแถวอยู่กลางลานกว้าง เสียงนกหวีด เสียงหัวเราะ เสียงพี่ว้ากที่ตะโกนสั่งดังลั่น “ปีหนึ่งนั่งลง!” ทุกเสียงผสมปนเปกันจนกลายเป็นบรรยากาศวุ่นวายแต่มีชีวิตชีวาตามแบบฉบับของวันรับน้องในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แดดยามสายส่องลงมากระทบพื้นสนามหญ้าจนเกิดเงาเข้มของผู้คนที่ยืนเบียดกันเป็นกลุ่มๆ เหงื่อที่ซึมออกตามไรผมและต้นคอทำให้หลายคนเริ่มบ่นงอแงเบาๆ แต่ในดวงตาส่วนใหญ่ยังเต็มไปด้วยความคึกคัก ตื่นเต้น และคาดหวังต่อชีวิตมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเริ่มต้น ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น มีเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของภาพตรงหน้าเสียทีเดียว ปาณชีวา ยืนกอดกระเป๋าผ้าลายดอกไม้ใบเล็กไว้แนบอก ใบหน้าเรียวรูปไข่มีเหงื่อเกาะบางๆ ผิวของเธอไม่ได้ขาวจัดแบบเด็กกรุงเทพฯ ที่ขลุกอยู่แต่ในห้องแอร์ หากเป็นสีขาวอมเหลืองแบบคนที่เคยช่วยพ่อแม่ทำสวนกลางแดดตั้งแต่เด็ก ดวงตากลมโตของเธอสอดส่ายไปทั่วลานกิจกรรมด้วยแววตาทั้งเกร็งและประหม่า เสียงพี่ว้ากจากบนเวทีชั่วคราวดังผ่านไมโครโฟน “ปีหนึ่งคณะบริหารฯ ทุกคน! วันนี้เราไม่ได้จะมาทรมานใคร แต่อยากให้พวกคุณรู้จักกันเอง เปิดใจ และพร้อมจะก้าวไปด้วยกันในอีกสี่ปีต่อจากนี้ เข้าใจมั้ย!” “เข้าใจครับ/ค่ะ!” เสียงตอบรับดังสนั่นไปทั่วลาน ปาณชีวาเองก็ขยับปากตอบตาม แต่เสียงของเธอกลับจมหายไปในคลื่นเสียงของคนอีกกว่าสองร้อยชีวิต เสียงเป่านกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง ประกาศถึงการเริ่มกิจกรรมฐานถัดไป พี่ปีสองในชุดเสื้อชมรมคณะเดินถือป้ายไม้ขึ้นมาบอกหมายเลขฐานกิจกรรม พร้อมทั้งสั่งให้นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนจับคู่กัน ภายในไม่กี่นาที บนลานก็เต็มไปด้วยความโกลาหลเล็กๆ เด็กใหม่แต่ละคนรีบหันไปชวนเพื่อนข้างๆ ให้เป็นคู่ทำกิจกรรม หลายคนรู้จักกันมาตั้งแต่โรงเรียนมัธยมเดียวกัน ทำให้การจับคู่สำหรับพวกเขาไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย แต่สำหรับปาณชีวา เรื่องนั้นกลับไม่ง่ายแม้แต่น้อย... เธอยืนอยู่คนเดียว ปล่อยให้คนรอบข้างจับคู่กันไปทีละคู่สองคู่ ความอุ่นที่ก่อตัวเฉพาะตรงกลางวงคนรู้จักกันยิ่งทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ริมขอบภาพ เสียงหัวเราะของเด็กผู้หญิงสองคนที่คุยกันถึงน้ำหอมกลิ่นใหม่ที่แม่ซื้อมาฝากจากต่างประเทศและเสียงเด็กหนุ่มอีกกลุ่มที่พูดถึงรถคันใหม่ที่พ่อเพิ่งซื้อให้ยิ่งตอกย้ำว่าตัวเธอมาจากโลกที่แตกต่างกันเหลือเกิน เธอเผลอก้มมองรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ซื้อตอนลดราคา ขณะที่คนอื่นใส่รองเท้ากีฬายี่ห้อดังราคาแพง เธอเกือบจะถอนหายใจออกมาอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะเสียงใสๆ ดังขึ้นใกล้ๆ กันนั้น “ตัวเอง…ยังไม่มีคู่ใช่มั้ยคะ” ปาณชีวาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงนั้น หญิงสาวตรงหน้ามีผิวขาวอมชมพู ผมยาวสีน้ำตาลเข้มรวบหางม้าอย่างลวกๆ แต่ดูดี ดวงตาโตสุกใสส่องประกาย ความมั่นใจฉายออกมาอย่างชัดเจนแม้ในชุดนักศึกษาธรรมดา “เอ่อ…ใช่จ้ะ” ปาณชีวาตอบอย่างเก้อๆ เสียงเบากว่าที่ตั้งใจจะให้เป็น “ดีเลย” หญิงสาวยิ้มกว้าง “เราชื่อเกสรานะ เรียกแก้วก็ได้ พอดีพี่เขาบอกให้จับคู่ทำฐานด้วยกัน เราวิ่งหาเพื่อนไม่ทัน แล้วก็เห็นเธอยืนอยู่คนเดียว…เธอชื่ออะไร” ปาณชีวารีบตั้งสติก่อนตอบไป “เราชื่อปาณชีวา…เรียกป่านก็ได้จ้ะ” “ป่านมาจากไหนล่ะ เรียนมัธยมที่ไหนเหรอ” เกสรา ถามด้วยความสนใจจริงๆ ไม่ได้ถามตามมารยาท “ป่านมาจากเชียงใหม่จ้ะ บ้านอยู่อำเภอเล็กๆ นอกเมือง พ่อแม่ทำสวนลำไย ป่าน...เพิ่งมากรุงเทพฯ ได้ไม่กี่วันนี่เอง” เธอหัวเราะแห้งๆ พยายามทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่ในใจยังไม่ชินกับการประกาศว่าตัวเองมาจากต่างจังหวัดแต่เกสรากลับตาโตอย่างตื่นเต้น “โห…ฟังดูดีจัง แก้วชอบกินลำไยนะแต่ไม่เคยไปสวนลำไยจริงๆ เลย อยากลองไปเหมือนกัน ไว้ป่านกลับบ้านตอนปิดเทอมชวนแก้วด้วยนะ ไม่งั้นแก้วจะขอเกาะแข้งเกาะขาป่านไปเลยล่ะ” คำพูดเล่นๆ ของเกสราทำให้ปาณชีวาหลุดยิ้มกว้างกว่าที่ตั้งใจ ดวงตาไหวระริกด้วยความรู้สึกอบอุ่น “ได้สิ ถ้าแก้วอยากไปจริงๆ ป่านยินดีเลย บ้านป่านไม่มีอะไรหรูหรา แต่มีลำไยเยอะมากอร่อยด้วยนะ” “พูดซะน้ำลายไหลเลย” เกสราหัวเราะ “งั้นไปฐานกัน รุ่นพี่เขาบอกว่าฐานพวกบ้าพลังจะตามมาหลังจากนี้ เราต้องรอดไปด้วยกันนะป่าน!” ความเป็นกันเองของเกสราเหมือนสายลมเย็นที่พัดผ่านทะลุความประหม่าในใจของปาณชีวาที่ถูกพับเก็บไว้ตลอดวัน เด็กสาวจากเชียงใหม่เริ่มผ่อนคลาย ท่าทางเก้ๆ กังๆ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นก้าวเดินที่มั่นคงขึ้นทีละน้อยเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพังอีกต่อไป เมื่อเข้าสู่ฐานกิจกรรม พวกเธอถูกพาให้เล่นเกมอย่างการเดินตามเชือกด้วยเท้าผูกติดกัน การตอบคำถามเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และการแนะนำตัวเองต่อหน้ากลุ่มใหญ่ น้ำเสียงหัวเราะของเกสราดังแทรกในทุกจังหวะของเกม เธอคอยช่วยปาณชีวาตอบคำถาม คอยแอบกระซิบให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์หรือระบบมหาวิทยาลัยที่เธอพอจะรู้จากพี่ๆ ทำให้ปาณชีวารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ตกขอบอย่างที่เคยรู้สึกตอนแรกที่ก้าวเข้ามา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD