ถนนในตัวอำเภอแม่ออนเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงสาย รถกระบะ รถเก๋ง และมอเตอร์ไซค์วิ่งสวนกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย ร้านรวงสองข้างทางเปิดรับลูกค้า เสียงทักทายในภาษาท้องถิ่นดังเป็นระยะ ท่ามกลางบรรยากาศนั้น รถเอสยูวีสีดำคันใหญ่ของอธิชนม์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าร้านเสริมสวยขนาดใหญ่ที่สุดของอำเภอ
ป้ายชื่อร้าน ‘กลิ่นเกสร บิวตี้ซาลอน’ ตัวอักษรสีทองสะท้อนแดดเป็นประกาย ตัวอาคารสองชั้นตกแต่งอย่างหรูหราเกินกว่าร้านเสริมสวยทั่วไปในละแวกนั้น กระจกใสบานใหญ่เปิดให้เห็นพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง แบ่งเป็นหลายโซนอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งตัดผม สระผม ดัด ย้อม ทำเล็บ แต่งหน้า และโซนรับรองลูกค้าที่มีโซฟานุ่มวางเรียงรายอย่างสวยงาม
อธิชนม์เปิดประตูรถ ก่อนจะก้าวลงไปแล้วเปิดประตูหลัง เขาก้มลงปลดสายเข็มขัดตรงคาร์ซีตให้หนูชัญญ่า เด็กหญิงวัยห้าขวบในชุดเดรสสีพาสเทลถูกอุ้มลงมาอย่างอ่อนโยน มือเล็กคว้ามือคนเป็นพ่อไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งไป
“แด๊ดดี้ หนูอยากได้ผมสั้นแค่นิดเดียวค่ะ ไม่ตัดออกเยอะนะคะ หนูเสียดายผมเดี๋ยวมัดจุกกับถักเปียไม่ได้” หนูชัญญ่าพูดพลางทำมือวัดปลายผมของตัวเอง
“เดี๋ยวแด๊ดบอกช่างเค้าให้นะครับ”
อธิชนม์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะจูงมือลูกสาวเดินเข้าไปในร้าน
เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นเบาๆ ทันทีที่บานประตูกระจกถูกผลักเข้าไป กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ และเสียงไดร์ผมดังประสานกันเป็นจังหวะ พนักงานหลายคนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน
“ตายแล้ว! นี่...หมอชนม์ใช่มั้ยคะเนี่ย เจ๊ฝันไปรึเปล่า”
กลิ่นเกสร หรือ เจ๊สร เจ้าของร้านในชุดเดรสสีสด ผมดัดลอนอย่างตั้งใจ รีบเดินออกมาจากโซนด้านในด้วยสีหน้าตื่นเต้นราวกับเจอดารา เธอหยุดยืนตรงหน้าอธิชนม์ก่อนจะกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพึงพอใจ
“หล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะเรา หายหน้าหายตาไปตั้งนาน ได้ยินเค้าพูดกันอยู่ว่าฟาร์มแสนรักมีคนหล่อมาดูแล ก็ไม่นึกว่าจะเป็นลูกชายเจ้าของฟาร์มนี่เอง กลับจากเมืองนอกนานแล้วเหรอคะคุณหมอ” กลิ่นเกสรพูดเสียงดังจนคนทั้งร้านได้ยิน
“สวัสดีครับเจ๊สร ผมกลับมาได้ประมาณสามเดือนแล้วครับ พอดีวันนี้อยากพาลูกสาวมาตัดผมสักหน่อย”
อธิชนม์พยักหน้าทักทายตามมารยาท
สายตาของกลิ่นเกสรเลื่อนลงมาหยุดที่เด็กหญิงตัวน้อยข้างกายเขา ก่อนจะเบิกตากว้าง
“อุ๊ย! คุณหมอสุดหล่อมีลูกแล้วเหรอคะ แถมยังเป็นสาวน้อยลูกครึ่งด้วย หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาเลยค่ะ ชื่ออะไรคะคนสวย”
หนูชัญญ่าเงยหน้าขึ้นยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะ หนูชื่อชัญญ่าค่ะคุณยาย”
“แหม คนสวยจ๋าลูก เรียกว่าป้าก็พอมั้งคะ ป้าแก่กว่าพ่อหนูแค่สิบปีเอง” กลิ่นเกสรยิ้มแห้งก่อนจะหันไปมองอธิชนม์ “แล้วนี่...คุณหมอพาแม่ของหนูชัญญ่ามาด้วยมั้ยคะ เจ๊จะได้ทำความรู้จักไว้”
“แม่ของชัญญ่าเสียไปนานแล้วครับ”
คำตอบเรียบๆ ของเขาทำให้ร้านทั้งร้านเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเกิดเสียงฮือฮาเบาๆ ตามมา
“อ้าวเหรอคะ เจ๊เสียใจด้วยนะคะ” กลิ่นเกสรยิ้มเจื่อน
“งั้น...ก็แปลว่าคุณหมอเป็นพ่อหม้ายสิคะ แหม ท่าทางจะเป็นพ่อหม้ายเนื้อหอมซะด้วยนะคะเนี่ย ดูสิ ลูกค้าเจ๊บางคนแทบจะน้ำลายหกอยู่แล้ว สาวๆ สงวนท่าทีกันหน่อยนะคะ” เธอหันไปยิ้มกริ่มกับลูกค้าทั้งหลายทั้งสาวน้อสาวใหญ่ที่มองคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวจนตาปรอย
ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินต่อไป เสียงใสๆ อีกเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากโซนทำเล็บ
“พี่ชนม์!”
การะเกด ที่ออกไปซื้อลูกชิ้นทอดร้านรถเข็นฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าคนคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสผุดขึ้นบนใบหน้าสะสวย ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้า เธอรีบลุกขึ้น เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางกระตือรือร้นอย่างไม่ปิดบัง
“พรหมลิขิตทำงานแล้วใช่มั้ยคะเนี่ย”
การะเกดเอ่ยเสียงหวาน “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่ชนม์ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ”
“สวัสดีครับเกด” อธิชนม์ทักทายสั้นๆ
สายตาของการะเกดเลื่อนไปหยุดที่หนูชัญญ่า เธอชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้น
“อุ๊ย เด็กน้อยคนนี้ใครคะ น่ารักจังหลานพี่ชนม์เหรอคะ”
“ลูกสาวพี่เองครับ” เขาตอบแทนลูกโดยไม่ต้องคิด
การะเกดเบิกตากว้างกว่าเดิม
“หา? พี่ชนม์...มีลูกแล้วเหรอคะ แบบนี้ก็...ไม่โสดแล้วสิคะ”
ใบหน้าของการะเกดแปรเปลี่ยนเป็นตกใจระคนเศร้าหมอง แต่กลิ่นเกสรก็รีบพูดขึ้นมาเสียก่อนที่ลูกสาวจะหมดความหวัง
“โสดจ้ะ แม่ของหนูชัญญ่าเค้าเสียไปนานแล้ว”
“จริงเหรอคะ ดีจัง เอ๊ย...เอ่อ...เกดเสียใจด้วยนะคะ” ดวงตาของสาววัยรุ่นเปล่งประกายขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินสิ่งที่มารดาบอก
หนูชัญญ่าที่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนรีบขยับตัวเข้ามาเกาะแขนบิดาแน่นขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา
“สวัสดีค่ะพี่สาว หนูชื่อชัญญ่าค่ะ”
เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แววตาไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
“ชื่อเพราะจังเลยจ้ะ” การะเกดย่อตัวลงเล็กน้อย “พี่ชื่อเกดนะจ๊ะ เป็นลูกสาวเจ๊สร”
“อ๋อค่ะ” หนูชัญญ่าตอบทันที
การะเกดชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยังยิ้มเต็มดวงหน้า
“หนูชัญญ่าอายุเท่าไหร่แล้วคะ”
“ห้าขวบแล้วค่ะ”