ตอนที่ 3
แม่สาวขี้เมา
“อีเอย เดี๋ยว!” เวสป้าที่ได้ยินเสียงร้องก็รีบวิ่งออกมาจากห้องนอน ทว่าไม่ทันการณ์ ร่างบางวิ่งพ้นประตูห้องไปแล้วเรียบร้อย สภาพเขาตอนนี้ไม่สามารถตามไปได้ทันที เลยเปลี่ยนเป็นพยายามโทรหาอีกฝ่ายแทน
“กูจะบ้า” ชายหนุ่มสบถ
“เอ่อ...ผมทำอะไรผิดหรือเปล่าครับ” ครามฟ้า ชายหนุ่มที่มีชื่อตรงข้ามกับสีผมของตนซึ่งเป็นสีชมพูเอ่ยขึ้น ตอนนี้เขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เมื่อครู่ก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน เพียงแค่ไม่ได้ร้องออกมา
“ช่างเถอะ ฉันผิดเองแหละที่ไม่ได้บอกมันไว้ก่อน” ตั้งใจจะบอกรายละเอียดตอนอีกฝ่ายมาถึง ใครจะไปรู้ว่าเพื่อนบ้าดันเข้ามาในตอนที่เขาอาบน้ำพอดีกันล่ะ
“แล้วพี่ไม่ตามเพื่อนไปเหรอครับ”
“มันโตเป็นควายแล้ว ถ้าไม่มีที่นอนเดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ” เวสป้าตอบ แล้วไปจัดการตัวเองต่อ เพราะเมื่อกี้รีบวิ่งออกมา ตอนนี้เลยสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำ
“เพื่อนพี่จะไม่เข้าใจผิดใช่ไหม” ครามฟ้าถาม พลางหยิบแว่นขึ้นมาสวม เวสป้ามองอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
“เดี๋ยวไว้บอกมันเอง” เขาถอนหายใจแล้วตอบออกไปแบบนั้น ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว และเจ้าเอยเองก็ไม่ใช่คนเข้าใจยาก
.........................
“มึง - เล่า - มา - เดี๋ยว - นี้!” เจ้าเอยเน้นเสียงทีละคำ พร้อมดึงแขนเวสป้ามานั่งทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเดินมาใกล้ห้องเรียน ยังมีเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนที่อาจารย์จะเข้าสอน เธอไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน
“กูก็จะเล่าให้มึงฟังอยู่แล้ว มึงนั่นแหละรีบหนีไปไหน แถมไม่ยอมรับสายกูอีก” เวสป้าบ่นอุบ ยังดีที่อีกฝ่ายส่งข้อความทิ้งไว้ให้ว่า ยอมกลับไปนอนหอในให้ลุงยามบ่นเล็ก ๆ แทนดีกว่า
“ใครจะไปอยู่เป็นก้างขวางคอพวกมึงคะ”
“ก้างอะไรของมึง เพ้อเจ้อ” ชายหนุ่มทำท่าเบื่อหน่าย เพราะจากที่คิดว่าเจ้าเอยเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิด
“กูไม่โกรธหรอกน่าที่มึงมีผัวก่อนกู” หญิงสาวหรี่ตา มือลูบแก้มของเวสป้าเบา ๆ อย่างหยอกล้อ ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“โอ๊ย อีนี่ หยุดมโนแล้วฟังกูก่อนค่า” ร่างสูงยื่นมือไปจิ้มหน้าผากมน แล้วผลักหัวอีกฝ่ายออกในทันที
“ว่ามาค่ะ ขอสรุปก่อนอาจารย์มา” เจ้าเอยยกมือเท้าคาง ดวงตาเป็นประกายด้วยความสนใจเรื่องชาวบ้าน
จากที่เวสป้าเล่ามาสรุปได้ว่า ทางบ้านโทรมานัดให้เขาไปเจอลูกชายของเพื่อนแม่ ซึ่งเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ ทว่าหอพักที่จองไว้นั้นไม่ตรงกับเงื่อนไข ทนอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือนเลยต้องการจะย้ายออก แต่เพราะเป็นช่วงกลางเดือนจึงหาหอใหม่ลำบาก ระหว่างนี้เลยจะมาพักกับเขาจนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่
เมื่อชายหนุ่มไปตามนัดหมาย ก็พบกับ ‘ครามฟ้า’ เด็กน้อยที่ตนรู้จักตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ตอนเขาอยู่ ม.4 หมอนี่ก็อยู่ ม.2 ยังจำได้อยู่เลยว่าตอนก่อนเรียนจบ เจ้าหนุ่มนี่ตัวเตี้ยกว่า พอมาเจอกันอีกทีในเวอร์ชันผมสีชมพู ไอ้ตัวเปี๊ยกวันนั้นกลับสูงเกือบร้อยเก้าสิบ เล่นเอาเวสป้าตกใจไม่น้อย
เพราะไม่ได้เจอกันนานเลยถามไถ่ความเป็นมาอยู่หลายชั่วโมง อีกทั้งครามฟ้าก็ชวนคุยไม่หยุด แถมยังมีกระเป๋าเดินทางพร้อมสรรพ เวสป้าจึงต้องปล่อยเลยตามเลยด้วยการพามาที่คอนโดด้วย เดิมทีตั้งใจจะบอกเจ้าเอยเรื่องยกห้องให้รุ่นน้อง และให้หญิงสาวมานอนห้องตนในระหว่างนี้ แต่ว่าดันเกิดเรื่องขึ้นมาก่อน
“อีป้า กูว่าไอ้เด็กนี่มันมีแผน”
“อะไรของมึงอีก”
“มึงคิดดู นี่มันกลางเทอมนะ คนเราอยู่ ๆ ก็อยากจะเปลี่ยนหอเหรอวะ แล้วมาเรียนตั้งนานมึงยังเพิ่งรู้เลยว่าเรียนที่เดียวกัน แล้วแม่มึงรู้ได้ไงเถอะ” เจ้าเอยเริ่มวิเคราะห์ถึงความไม่สมเหตุสมผล
“เอ้า มึงนี่ก็ช่างคิด คนแก่เขาเหงาก็คุยกันไปเรื่อย ไม่คุยเรื่องตัวเอง เรื่องชาวบ้าน ก็เรื่องลูก ก็มีแค่นี้ปะ พอแม่กูเห็นว่าเพื่อนแกเดือดร้อนก็เลยรีบโทรหากูไง”
“กูว่ามีซัมติง เชื่อกู เซนส์ชะนีเชื่อถือได้”
“เพ้อเจ้อ”
“แหม มึง แล้วดูน้องมันนะ ถึงจะดูติ๋มนิด ๆ แต่ติ๋มที่ไหนจะทำผมชมพูวะ อีกอย่างนะ มึงสาวขนาดนี้ ถ้าเป็นคนทั่วไปเขาก็ต้องกลัวถูกลือว่าเป็นเกย์ปะ แล้วเรียนคณะวิทย์กีฬาอีก ปีหนึ่งมันก็ต้องคีปลุคอยากโชว์สาวมากกว่าปะ ถ้ามันไม่ได้ชอบมึง ก็แปลว่าต้องเป็นเกย์แน่นอน” จากที่ฟังเวสป้าเล่าเรื่องส่วนตัวของครามฟ้าคร่าว ๆ แล้ว เจ้าเอยก็ไม่อาจคิดเป็นอื่นได้จริง ๆ
“โอ๊ย สมองมึงนี่เชื่อมโยงเก่งจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่มึงจะเรียนเก่ง กูบอกอยู่ว่ารู้จักกันตั้งแต่เด็ก ไม่มีอะไรจริง ๆ ย่ะ แล้วอีกอย่าง น้องมันก็ไม่ได้มาอยู่นาน เดี๋ยวก็ย้ายออกแล้ว มึงเถอะ ต่อไปถ้าจะมานอนหอกู ก็ต้องนอนห้องกูแล้วนะ” เวสป้าเริ่มบ่นกลับ เพราะเพื่อนเอาแต่เพ้อเจ้อไปไกล
“ทำอย่างกับไม่เคยนอนด้วยกันงั้นแหละ มึงนั่นแหละมีผู้ชายมาอยู่ห้องแล้ว ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้กูไปหาเองมากกว่า” ที่ผ่านมาพวกเธอมีไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันบ้าง ทุกครั้งก็จองแค่ห้องเดียวเสมอ ดังนั้น การที่ต้องนอนร่วมห้องไม่ได้ทำให้เจ้าเอยรู้สึกแปลกหรืออึดอัดแต่อย่างใด
“กูละเหนื่อยใจกับมึงจริง ๆ” เวสป้าได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา เพราะไม่ว่าอย่างไรเจ้าเอยก็ยังคิดว่าเขากับครามฟ้านั้นมีอะไรมากกว่าพี่น้อง ไม่ทันได้โต้เถียงกันต่อ อาจารย์ก็เข้าห้องมาพอดี ทั้งสองจึงหยุดบทสนทนาไว้เพียงเท่านี้
เจ้าเอยไม่ชอบทบทวนบทเรียนย้อนหลัง ในเวลาเรียนจึงตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก หากไม่เข้าใจก็จะยกมือถามจนกว่าจะเข้าใจ ยกเว้นเจออาจารย์ที่ไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะยอมอ่านหนังสือเองทีหลัง เพราะแบบนี้ทำให้คะแนนของเธอดีมาตลอด
ในขณะที่เวสป้าทำคะแนนได้ระดับกลาง ๆ ไม่มาก ไม่น้อย แต่เพราะเพื่อนสนิทตั้งใจเรียนมาก พลอยช่วยให้เขาตั้งใจเรียนไปด้วย เนื่องจากไม่มีเพื่อนให้แอบเมาท์ระหว่างอาจารย์สอนนั่นเอง
“ไปร้านหรือกลับหอ” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อคลาสเรียนจบลง
“ทำไม จะไล่กูแล้วไปเดตกับน้องหัวชมพูเหรอจ๊ะคนสวย”
“น้องมันอยากขอโทษที่ทำให้มึงตกใจ เลยอยากเลี้ยงข้าวตอนเย็น มันส่งข้อความมาพอดี” เขาข้ามคำหยอกล้อบ้าบอนั้นไป แล้วยื่นมือถือให้อีกฝ่ายอ่านหน้าจอแทน
“ฮั่นแน่ มีแลกชงแลกแชตกัน” ทว่าโฟกัสของเจ้าเอยกลับอยู่ที่อย่างอื่นมากกว่า จนชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมายาว ๆ
“จะไปไม่ไป” เพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง เลยเอ่ยเสียงเข้มแทน
“ไปจ้า มีคนเลี้ยงนี่ดีจะตาย”
“งกกับเรื่องข้าว แต่เรื่องเหล้านี่ไม่ยั้งจริง ๆ”
“เอาน่า อาทิตย์นี้มึงห้ามเบี้ยวนะ กูไม่ได้เที่ยวมาสองอาทิตย์แล้วเนี่ย” เจ้าเอยเกาะแขนเพื่อนสนิทอย่างออดอ้อน ยังไงเธอก็ชอบบรรยากาศเวลากรึ่ม ๆ เมา ๆ มากกว่าอยู่ดี เพราะถ้าเรียนจบแล้วทำงาน ก็คงเที่ยวไม่ได้บ่อยแบบนี้ เลยอยากเก็บเกี่ยวช่วงเวลาวัยรุ่นให้คุ้มค่า
“ค่า ค่า ค่า แม่สาวขี้เมา” เวสป้ากระแทกเสียงเล็กน้อย ก่อนจะพากันเดินไปกินข้าวในโรงอาหารคณะ จากนั้นก็กลับไปนอนเล่นที่คอนโดของเขา เพื่อรอเวลาทานข้าวเย็นแบบมีเจ้ามือ แน่นอนว่าทุกอย่างนั้นเป็นกำหนดการของเพื่อนสนิทขี้งกของตนทั้งหมด