ตอนที่ 4 เด็กนั่นจีบเพื่อนฉันแน่ๆ

1955 Words
ตอนที่ 4 เด็กนั่นจีบเพื่อนฉันแน่ๆ “โอ้โฮ ขนมาเกลี้ยงจริงว่ะ สรุปตอนนี้ของกูอยู่ห้องมึงหมดว่างั้นเถอะ” เจ้าเอยมองข้าวของที่ถูกย้ายมาทั้งหมดอย่างจนใจ เรื่องสำคัญแบบนี้เธอควรรู้ก่อนที่จะจัดการจนเสร็จสรรพไม่ใช่หรือ “ก็บอกแล้วว่าให้มึงย้ายมาอยู่กับกูให้จบ ๆ กูก็ไม่มีข้ออ้างบอกแม่ สุดท้ายน้องมันเลยต้องมาอยู่ด้วยไง เอาน่า ไม่น่าถึงเดือนหรอกมั้ง” ชายหนุ่มย้อนคิดไปก็เหมือนจะลืมตกลงเรื่องเวลาให้ชัดเจน แต่ถ้าเป็นฝ่ายกำหนดเองคงโดนแม่ด่าแหง ๆ ที่ทำตัวไม่มีน้ำใจแบบนั้น “เอาเถอะ กูไม่ถือ มึงทำตัวตามสบายเหมือนเดิมได้เลย” สุดท้ายก็ทำได้แค่เลยตามเลย เจ้าเอยจึงพยักพเยิดหน้ากวน ๆ ให้เพื่อนสนิทแทน “เดี๋ยวนะเอย คือกูไหมที่เป็นเจ้าของห้อง มันควรเป็นบทพูดกูปะ” เวสป้าขมวดคิ้วฉับด้วยความปลงกับยัยเพื่อนตัวดี “ใครพูดก็เหมือนกันอะแหละ” “แต่ยังไงมึงก็ผู้หญิงปะ อยู่ห้องก็ควรแต่งตัวดี ๆ มึงจะมาใส่กางเกงสั้น ๆ แล้วโนบราไม่ได้นะ” ร่างสูงเอ่ยดุเพื่อน เพราะกลัวว่าความเคยชินนี้จะเป็นปัญหาได้ในอนาคต “รู้ด้วยเหรอว่ากูใส่หรือไม่ใส่เสื้อใน แอบมองนมกูปะเนี่ย” ทว่าคนฟังนั้นจับประเด็นไปอีกทาง จนหนุ่มหัวทองถอนหายใจรอบที่ร้อยของวันนี้แล้ว “โอ๊ย นี่กูเป็นห่วงมึงอยู่นะเนี่ย” “ค่า คุณผัวขา ดูแลกูดีจริง ๆ อย่าให้รู้นะว่าแอบมอง” ไม่ว่าเปล่า คนตัวเล็กยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะหัวเราะเพราะถูกดันหน้าออกมาอย่างไม่ไยดี “ถ้ากูเป็นผู้ชายแล้วชะนีมาเดินห***มตั้งไปทั่วห้อง ป่านนี้มึงไม่รอดแล้วมั้ง” เวสป้าเท้าเอว ยกมือชี้ไปที่หน้าอกอวบอิ่มนั่น ทว่าไม่ได้ทำให้เจ้าเอยสลดหรือเขินอายแม้แต่น้อย “อีนี่! ถึงจะเห็นก็ไม่ควรพูดปะ ทีมึงไม่เห็นต้องใส่เสื้อใน กูยังไม่ว่าอะไรเลย” แม้จะโวยแบบนั้น แต่คนตัวเล็กกลับทำท่าดันหน้าอกแล้วกระเด้งใส่เพื่อนสนิทเชิงหยอกล้อ ทำเอาเวสป้าต้องเป็นฝ่ายเดินหนีแทนอย่างขี้เกียจจะด่า “กูละเบื่อจะเถียงกับมึงจริง ๆ” ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ทั้งสองคนที่ยังเถียงกันไม่จบชะงักไป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนั่งบนโซฟาด้วยความเรียบร้อย เจ้าเอยรู้สึกประหม่าขึ้นมานิดหน่อย เวสป้าเองก็ยังไม่ได้รู้สึกสนิทกับครามเท่าที่ควร อย่างไรก่อนนี้ก็ห่างหายกันไปนานหลายปี “ขออนุญาตครับ สวัสดีครับ พี่เวส พี่เจ้าเอย” ชายหนุ่มรุ่นน้องยกมือที่เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย พร้อมกับพยักหน้าทักทายทั้งสองคน เวสป้าที่เป็นคนเดินไปเปิดห้องยื่นมือจะช่วยถือ ทว่าครามฟ้านั้นยกเดินไปทางครัวแทน “หอบอะไรมาเยอะแยะน่ะ” “ผมว่าไหน ๆ ก็จะกินข้าวด้วยกันมื้อแรก เลยตั้งใจเป็นคนทำกับข้าวให้พวกพี่เอง หิวหรือยังครับ” เมื่อวางของลงบนเคาน์เตอร์เรียบร้อย หนุ่มผมชมพูก็หันมายิ้มกว้างให้ทั้งสองคนจนตาปิด ทำเอาคนมองรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย เพราะเจ้ามือเป็นคนลงมือทำอาหารเอง ทั้งสองคนเลยเลือกจะเปิดโทรทัศน์ให้บนจอฉายไปเรื่อย อย่างน้อยก็ให้เสียงในทีวีกลบเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบ “อีป้า คือเด็กมึงแบบผัวมาก ดูดิ ท่าหั่นผักยังหล่อ” เจ้าเอยพูดเสียงเบาขณะลอบหันไปมอง ครามฟ้าเปลี่ยนชุดนักศึกษาออกแล้ว ตอนนี้สวมเพียงเสื้อกีฬาสบาย ๆ ยิ่งทำให้ดูดีขึ้นไปอีก “เลิกเรียกว่าเด็กกูก่อนค่ะ เดี๋ยวน้องมันอึดอัด” เวสป้าปราม ถ้าพูดตอนอยู่กันสองคนก็ไม่เท่าไร แต่พอมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวด้วยก็เกิดเกรงใจ แม้รู้ว่าเจ้าเอยคงไม่โพล่งต่อหน้าเจ้าตัว ถึงอย่างนั้นก็อดบ่นไม่ได้ “กูว่าน้องมันชอบมึงชัวร์ เสน่ห์ปลายจวักแล้วหนึ่ง” แต่ก็ใช่ว่าเจ้าเอยจะสนใจ จากที่วิเคราะห์มา ทรงนี้ยังไงก็ต้องมีอะไรแน่นอน แต่ต่อให้ไม่มีอะไร การได้แกล้งเพื่อนสนิทก็ถือเป็นเรื่องบันเทิง “อีบ้า” เวสป้าจิ้มหน้าผากมนไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ เพราะมั่นใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกพิเศษ หรือมีอะไรที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด ยอมรับว่าปัจจุบันครามฟ้าแตกต่างจากสมัยก่อนพอควร แต่เพราะทุกคนย่อมมีการเติบโต ทำให้เขาไม่อยากคิดอะไรมาก ตั้งแต่มัธยมตนก็เป็นแบบนี้มาแต่แรกแล้ว ดังนั้น การที่รู้จักและเคยสนิทสนมกันมา อย่างน้อยทัศนคติของครามฟ้าย่อมไม่มีอะไรให้น่ากังวล ผู้ชายที่เป็นเพื่อนกับเกย์อย่างเขาได้อย่างสนิทใจ มันก็ไม่ได้มีกันเยอะหรอกนะ แม้จะบอกว่าปัจจุบันเปิดกว้างเรื่องนี้มากขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังมีคนที่คิดว่าถ้าอยู่กับเกย์จะถูกมองไม่ดีไปด้วย “พี่ทานเผ็ดกันไหมครับ” พ่อครัวชั่วคราวหันมาถาม แม้จะไม่ได้ยินว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน แต่ก็พอรู้ว่าทั้งคู่แอบกระซิบกระซาบ แน่นอนว่าการแอบคุยแบบนี้ย่อมต้องเป็นเรื่องของตนอย่างแน่นอน “พี่ยังไงก็ได้ ส่วนอีป้าก็กินไม่เลือก” เป็นเจ้าเอยที่ตอบออกไป ทำเอาเวสป้าที่ถูกพาดพิงขมวดคิ้วฉับ “เอ้า อีนี่” “พวกพี่สนิทกันดีนะครับ ผมมาเรียนที่นี่ยังไม่ค่อยมีเพื่อนเลย” ครามหัวเราะเบา ๆ ความจริงแล้วเพราะเขามีเรื่องอื่นที่สนใจมากกว่า ก็เลยปล่อยเรื่องหาเพื่อนไปก่อนต่างหาก ทว่าเมื่อได้ยินเสียงเวสป้าตอบกลับ ก็ทำเอาหลุดขำออกมาเสียงดัง “อย่าเรียกว่าสนิท เรียกว่าไม่มีทางเลือกอื่น” ......................... เหล่ารุ่นพี่พยายามจะเข้าไปช่วยทำอาหาร แต่ครามฟ้าไม่ยอม สรุปแล้วทั้งสองคนได้แค่นั่งรอเฉย ๆ กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วห้อง แม้จะมีเครื่องดูดควันก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกอยากกินลดน้อยลง ทำเอาคนที่เริ่มหิวยิ่งท้องร้องไปกันใหญ่ “โอ้โฮ เก่งมากอะ นึกว่าจะทำอะไรง่าย ๆ ซะอีก” กว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดอาหารหลากหลายก็พร้อมสำหรับมื้อเย็นนี้ เจ้าเอยพูดชมอย่างจริงใจ ไม่คิดว่ารุ่นน้องจะทำอาหารไว้เยอะขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเมนูทอดสองอย่าง เมนูแกง แล้วยังมีผัดผักที่เหมือนง่าย ๆ แต่สีสันสวยงามนี่อีก เรียกว่าคุ้มค่าสุด ๆ สำหรับการที่มีคนเลี้ยงแบบนี้ หญิงสาวเลยแย้มยิ้มกว้าง ครามฟ้าลอบสังเกตรุ่นพี่ทั้งสองคนเล็กน้อย เขาตั้งใจเลือกอาหารให้มีหลายประเภท เพราะไม่รู้ว่าแต่ละคนชอบทานเมนูไหนบ้าง แม้จะบอกว่าอะไรก็ได้ แต่ไม่ว่าใครก็ต้องมีอะไรบางอย่างที่ชอบเป็นพิเศษอยู่ดี “ผมอยากให้เป็นมื้อพิเศษนี่นา” รุ่นน้องหัวชมพูเอ่ย ยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอย พร้อมยิ้มเขิน ๆ “ฮั่นแน่ อยากให้มื้อนี้พิเศษ หรืออยากทำให้คนพิเศษกันน้า” เจ้าเอยอดใจไม่ไหวจึงเอ่ยแซว แน่นอนว่าถูกเวสป้าเบรกในทันทีเช่นกัน “อีเอย หยุดค่ะ ไปตักข้าวเลยมึง” “พี่นั่งรอตรงนี้เลย ผมจะจัดการให้เอง ยังไงผมก็มารบกวนพี่เวส แถมเมื่อวานยังทำให้พี่เจ้าเอยตกใจอีก” ครามฟ้ารีบแย่งหน้าที่นี้ เลื่อนเก้าอี้ให้เจ้าเอยนั่งตามเดิม พอตักข้าวเรียบร้อยก็จัดวางจานให้ตรงหน้าแต่ละคน “เรียกพี่เอยเฉย ๆ ก็ได้ เจ้าเอยมันยาว” เจ้าเอยว่า พลางหยิบช้อนส้อมขั้นมาเตรียมกินข้าว “ครับ พี่เอย” เสียงนุ่มตอบรับอย่างว่าง่าย “น่ารักอ่า” เจ้าเอยหลุดชมอีกครั้ง ในสายตาเธอตอนนี้ เจ้าหัวชมพูนี่เหมือนหมาตัวโตที่พยายามเอาใจทุกคนแล้วกระดิกหางไปมา เหมือนอยากจะบอกว่า ‘ชมผมสิ ๆ’ อย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว “ไม่เห็นรู้เลยว่าทำกับข้าวเป็นด้วยอะ” “ก็ก่อนนี้แม่ผมยุ่ง ๆ เลยต้องหัดทำกินเองเอาไว้ ไป ๆ มา ๆ ก็รู้สึกว่าสนุกดี เลยกลายเป็นงานอดิเรกไป แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกใจพวกพี่ไหม” “โห เลิศอะ ถ้าไม่มีคนทำ ฉันคงจบที่อาหารแช่แข็งแล้วเอาเข้าไมโครเวฟพอ” “ผมต้องคุมร่างกายนี่ครับ อีกอย่าง ทำเองมันก็เลือกวัตถุดิบที่ถูกใจได้มากกว่าด้วย” “พ่อศรีเรือนมากน้องฉัน” เวสป้าเอ่ยออกมาด้วยความชื่นชม เขาเพิ่งรู้มาว่าครามฟ้าใช้โควตานักกีฬาในการยื่นพอร์ตเข้ามหาวิทยาลัย เรียกว่าสองปีที่ไม่ได้ติดต่อกันนั้น มีหลายเรื่องเลยทีเดียวที่ตนไม่รู้ ทั้งสามคนนั่งทานข้าว สลับกับแลกเปลี่ยนเรื่องราวทั่วไปเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ส่วนมากจะเป็นเจ้าเอยที่ถามนั่นนี่ มีเวสป้าคอยห้ามในหลายหน ส่วนครามฟ้าก็ขยันตอบ มีถามกลับบ้างเพียงเล็กน้อย “อีเอยยย เอาน้ำมา กูเผ็ด” เวสป้าอ้าปากที่ขึ้นสีกว่าทุกที พร้อมสูดลมเข้าออกทางปากเพื่อระบายความเผ็ดร้อน แม้เขาจะพอทานเผ็ดได้ แต่พอสะสมกันเยอะ ๆ ก็ทำให้กระหายน้ำ “ไม่เห็นจะเผ็ดเลย อร่อยดีออก” ในขณะที่เจ้าเอยทานอย่างสบาย ๆ เพราะเป็นคนชอบอาหารรสจัดอยู่แล้ว “ชอบกินเผ็ดจริง ๆ สินะ” “ว่าไงนะ” เพราะกำลังเทน้ำให้เวสป้า เลยไม่ได้ยินว่าครามฟ้าพูดอะไร เมื่อถามกลับชายหนุ่มก็ส่ายศีรษะ แล้วก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ “อร่อยมากกกก มากแบบมาก ๆ” เมื่อทานอิ่มแล้วเจ้าเอยก็เอ่ยชมอีกครั้ง พลางลูบพุงเล็ก ๆ ที่ยื่นออกมา บ่งบอกว่ามื้อนี้เจริญอาหารมากทีเดียว “ดีใจที่ชอบนะครับ ไว้คราวหลังผมทำให้ทานอีก” ชายหนุ่มลุกขึ้น พร้อมกับยกจานไปเก็บ เจ้าเอยกับเวสป้าจะจัดการล้างจานเองก็ไม่ยอม เอาแต่บอกว่าไถ่โทษที่ทำให้ตกใจ สุดท้ายทั้งสองคนเลยได้แต่นั่งมองเฉย ๆ “หูย ใจดีสุด ๆ จีบเพื่อนพี่แล้วเข้าทางเพื่อนปะเนี่ย” เจ้าเอยเอ่ยแซว “อีเอยหยุดดด กูรู้กูสวย แต่หยุดมโนเนอะ” “ฮ่า ๆ สมัยก่อนก็มีคนคิดว่าผมกับพี่เวสเป็นแฟนกันจริง ๆ นะ” ครามฟ้าตอบขณะยืนล้างจานไปด้วย “โอ๊ย อย่าไปทำให้อีเอยมันคิด มันยิ่งบ้า ๆ อยู่” “ฮ่า ๆ พวกพี่นี่ตลกจริง ๆ” รุ่นน้องได้แต่อมยิ้ม เขาชื่นชอบบรรยากาศในตอนนี้ไม่น้อย เพราะรู้สึกว่าได้สนิทสนมกับทั้งสองคนมากขึ้นอีกนิด ครามฟ้าลอบยิ้มมุมปาก ไม่เสียแรงจริง ๆ ที่ตั้งใจมาเรียนที่นี่...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD