เอมมาลินยังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เธอฝืนร่างกายตัวเองไปอาบน้ำและแต่งตัวไปโรงเรียน ช่วงที่ลงมาจากบันได เขาเห็นฌอร์นกำลังยืนคุยกับสิณและนัทอยู่ด้านล่าง
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าของสิณ เอมมาลินตกใจและหวาดกลัว เธอค่อยๆ ลงบันไดมาทางชายหนุ่ม
“รู้ใช่ไหมว่าฉันตบแกเรื่องอะไร” ฌอร์นถาม สิณก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด
“รู้ครับ”
“ทีหลังอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก!”
“ครับ” สิณรับปากและเห็นเอมมาลินเดินมาข้างหลังพอดี เขาก้มหน้าลงอีกครั้ง ฌอร์นหันมามองหญิงสาว เช้านี้เธอดูไม่ค่อยสดชื่นสักเท่าไหร่ หน้านวลที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดเผือด ดวงตาของเธอบวมช้ำพอสมควร แต่เขาไม่อยากถามอะไรมาก ได้แต่ตีหน้าขรึมต่อไป
“ไปกินข้าว”
“ชะเอมไม่หิวค่ะ ขอไปโรงเรียนเลยได้ไหมคะ”
“ไม่ได้ มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ ไม่หิวยังไงก็ต้องกิน” เขาบังคับ ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะเขาเป็นห่วงเธอ เมื่อวานเธอก็ไม่ได้กินข้าวเย็น ตอนเช้าจะไม่กินอีกไม่ได้ เอมมาลินเดินตามเขาไปที่โต๊ะอาหารและทิ้งกายนั่งลงอย่างหมดแรง ฌอร์นจึงให้แม่บ้านนำน้ำหวานมาเสิร์ฟตามด้วยข้าวต้มร้อนๆ และนมอุ่นๆ กับผลไม้ เอมมาลินกินได้นิดหน่อยก็อิ่มเสียแล้ว
“ทำไมวันนี้กินน้อย” เขาถามขณะกินไข่ลวก เมนูประจำยามเช้า
“ชะเอมไม่ค่อยหิวค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มนมให้หมดแก้ว จะได้มีแรง”
“ค่ะ” เอมมาลินยกแก้วนมขึ้นดื่มจนหมด แม้จะไม่อยากแต่ก็ต้องฝืนใจ เขาให้สิณขับรถไปส่งเอมมาลินที่โรงเรียนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ส่วนเขาให้นัทไปส่งที่บริษัท ระหว่างที่กำลังทำงานอยู่ จู่ๆ อวสรก็โทรมาหาเขาช่วงเกือบเที่ยง
“สวัสดีครับ”
“คุณฌอร์น ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน” อวสรถามอย่างร้อนรน ทำให้ชายหนุ่มแปลกใจ
“อยู่ที่บริษัท คุณมีอะไรหรือเปล่า”
“ครูที่โรงเรียนโทรมาหาผม บอกว่าชะเอมเป็นลม ไม่สบาย” อวสรบอกอย่างร้อนใจ ฌอร์นลุกขึ้นยืนทันที
“ตอนนี้ชะเอมอยู่ที่ไหน”
“อยู่ที่โรงเรียน ลูกสาวผมไม่ยอมไปหาหมอ ตอนนี้ผมอยู่ในสนามบิน กำลังจะขึ้นเครื่องแล้ว ผมจะต้องบินไปเชียงใหม่เซ็นสัญญาซื้อขาย...”
“โอเค คุณไปทำธุระของคุณเถอะ ผมจะดูแลชะเอมเอง ไม่ต้องเป็นห่วง”
“ขอบคุณมากคุณฌอร์น ขอบคุณมากจริงๆ”
อวสรวางสายไปแล้ว ฌอร์นโทรหาสิณให้ไปรับเอมมาลินไปส่งโรงพยาบาล เพราะก่อนหน้านี้เขาให้สิณไปทำธุระแถวโรงเรียนของเธอพอดี สิณรีบขับรถไปที่โรงเรียนอย่างเป็นห่วง พอไปถึงครูกับเพื่อนๆ ต่างพยุงตัวเธอขึ้นรถ เอมมาลินอาการไม่ค่อยดีนัก เธอหน้าซีดหมดเรี่ยวหมดแรง
“คุณหนูชะเอม ไปหาหมอนะครับ” สิณบอกอย่างเป็นห่วง
“ไม่ค่ะพี่สิณ ชะเอมไม่ไป!” เธอยืนยันคำเดิมกับที่เคยบอกกับครู สิณหันมาหาหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมล่ะครับ คุณหนูไม่สบายนะครับ ต้องไปหาหมอ”
“ไม่... ชะเอมไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”
“แต่เจ้านายบอกให้ผมพาคุณหนูไปที่โรงพยาบาล” เขาขับรถออกจากโรงเรียนของเธอ กำลังมุ่งตรงไปโรงพยาบาล เอมมาลินไม่ยอมท่าเดียว
“ไม่ค่ะ ชะเอมไม่ไป ชะเอมไม่ได้เป็นอะไร ถ้าพี่สิณจะพาชะเอมไปโรงพยาบาล ชะเอมจะลงจากรถตอนนี้” เธอบอก สิณหันมาอย่างตกใจ
“ครับๆ ไม่ไปก็ไม่ไป” เขายอมใจเด็กสาว เพราะเธอกำลังจะเปิดประตูรถลงไปจริงๆ สิณรีบโทรรายงานให้ฌอร์นทราบ เขาจึงรีบขับรถมาที่บ้านตัวเองติดๆ
เอมมาลินลงจากรถอย่างหมดแรง เธอค่อยๆ เดินขึ้นไปพักบนห้องโดยที่มีแม่บ้านพยุงซ้ายขวา พอถึงเตียงนอนเธอก็ผล็อยหลับไปทันที ฌอร์นมาถึงบ้านในเวลาไล่เลี่ยกัน เขารีบเข้าไปดูอาการของหญิงสาว เธอนอนหลับอย่างอ่อนเพลีย ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียวอยู่แม้จะมีแม่บ้านคอยเช็ดตัวให้ตลอดเวลา
เขาจึงตัดสินใจโทรหาภัทรดนัย เพื่อนสนิทที่เป็นหมอ เขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกาเมื่อวานนี้พอดี และวันนี้ยังไม่ได้เริ่มกลับไปทำงานที่โรงพยาบาล คงจะพอมีเวลาว่างมาดูอาการให้เด็กสาว
ภัทรดนัยเดินทางมาถึงบ้านของฌอร์นในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เขารีบเข้ามาในห้อง เห็นฌอร์นกำลังนั่งเช็ดตัวให้เอมมาลินก็แปลกใจและส่งยิ้มกวนบาทาไปให้ ฌอร์นเขม่นตามองเพื่อนสนิททันที
“สวัสดีเจ้าพ่อมาเฟีย คุณหนูชะเอมเป็นยังไงบ้าง” ภัทรดนัยถามกวนๆ
“ยังไม่ตื่นเลย พอกลับมาถึงบ้านก็หลับสนิท ฉันให้สิณพาไปหาหมอก็ไม่ยอมไป ดื้อจริง!”
“ไหน... ให้ฉันดูอาการหน่อยสิ”
ฌอร์นหลีกทางให้เพื่อนรักเข้ามาดูอาการของหญิงสาว เขาจับชีพจรและใช้ที่ฟังหัวใจนาบไปกับหน้าอก เขาส่งสายตาเป็นเชิงขอโทษเพื่อจะแหวกสาบเสื้อนักเรียนของเธอออก พอเห็นเนินอกเท่านั้นภัทรดนัยก็เงยหน้ามองฌอร์นขวับ แต่เจ้าเพื่อนยังคงยืนอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
รอยเขี้ยวที่ฝังจมอยู่บริเวณหน้าอกของเอมมาลินบ่งชัดว่าเมื่อคืนคงจะผ่านสมรภูมิรบอย่างหนักจากเพื่อนรัก เขายิ้มแบบแปลกๆ และตรวจอาการอีกหลายอย่าง ก่อนจะเก็บเครื่องมือลงในกระเป๋าสี่เหลี่ยมใบขนาดกลาง
“เป็นยังไงบ้าง”
“ร่างกายอ่อนเพลีย นอนน้อย เมื่อคืนแกใช้งานน้องเขาหนักเหรอ” ภัทรดนัยถามฌอร์นไปตามตรง
“เออ... ออกมาคุยกันข้างนอกนี่!”
เขาพาเพื่อนตัวเองออกมานอกห้อง เพราะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเอมมาลิน พอถึงเคาท์เตอร์บาร์ ฌอร์นก็หยิบบรั่นดีมารินใส่แก้วให้ภัทรดนัย
“ไม่ยักรู้นะว่าเดี๋ยวนี้นิยมกินเด็ก ไม่ใช่เด็กธรรมดาเสียด้วย แต่เด็กมากกกกก”
“อายุจะ 18 แล้ว ไม่เด็กแล้ว” เขากรอกบรั่นดีใส่ปาก ภัทรดนัยส่ายหน้า
“ลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมถึงมาอยู่ที่บ้านของแกได้ ปกติแกไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาอยู่ในบ้านแบบนี้นี่หว่า”
“ลูกสาวคนเดียวของอวสร ลูกหนี้รายใหญ่ของฉันเอง เขายืมเงินฉันไปใช้หนี้การพนัน 80 ล้านบาท”
“อ้าว... เงินยืมก็เงินยืม เกี่ยวอะไรกับชะเอมด้วย ยืมเงินไปก็คิดดอกเบี้ยตามปกติไม่ใช่เหรอ”
“ฉันเห็นลูกสาวเขาสวย ก็เลยขอมาเป็นเมีย แลกกับหนี้ 80 ล้านแบบไม่คิดดอกเบี้ย”
“โอ๊ะโอ... ฉันรู้เรื่องนั้น นี่ไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่แกเอามาขัดดอก ก่อนหน้านี้ก็มีคนมายืมเงินแกหลายคน แลกกับการเอาลูกสาวมาให้แกอึ๊บเล่น แต่ฉันไม่เคยเห็นแกเอาผู้หญิงคนไหนมาอยู่ในบ้านเป็นเดือนๆ แบบนี้ แกจะให้ชะเอมอยู่ที่นี่ถาวรเลยเหรอ”
“ไม่หรอก พ่อเขาใช้หนี้หมดก็ให้กลับไปอยู่ที่บ้านตามเดิมนั่นแหละ แค่ฉันเห็นเด็กมันยังสด ยังใหม่ ถ้าปล่อยไปง่ายๆ ก็เสียดาย นี่ฉันก็ส่งเสียให้เรียนมหาวิทยาลัยด้วย ทั้งค่ากินค่าอยู่ค่าเทอม อยากได้อะไรฉันก็ซื้อให้...”
“แลกกับการเป็นตุ๊กตายางที่ให้ชายกลัดมันกระทำชำเราอย่างซาดิสม์ใช่ไหม เมื่อกี๊ฉันเห็นรอยเขี้ยวแกยังติดอยู่ที่หน้าอกเธออยู่เลย” ภัทรดนัยแซว ฌอร์นโคลงหัวเล็กน้อยและยิ้มที่มุมปาก
“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น ฉันไม่ชอบเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แกก็รู้”
“แต่ชะเอมยังเด็กมากนะ แกก็อย่าไปรุนแรงอะไรกับเธอมาก เขาควรที่จะได้ใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นให้มีความสุขและสนุกที่สุด ไม่ใช่ให้แกไปกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้เป็นนางบำเรอในกรงทองแบบนี้” ภัทรดนัยเตือนเพื่อน
“ไอ้ภัทร แกรู้ไหม เมื่อวานซืนฉันให้ชะเอมไปซื้อจักรเย็บผ้ากับไอ้สิณ พอมาเมื่อวานไอ้เจ้าของโรงงานจักรเย็บผ้ามันเสือกมาส่งจักรด้วยตัวเอง มันคิดว่าฉันเป็นพี่ชายชะเอม เลยมาขออนุญาตพาชะเอมไปกินข้าว แกคิดดูว่าแค่ฉันปล่อยไปแค่แป๊บเดียว ถ้าขืนฉันปล่อยให้ชะเอมเป็นอิสระมากกว่านี้ มันจะมั่วขนาดไหน” ฌอร์นพูดรัวเร็วจนภัทรดนัยต้องยกมือขึ้นปรามให้ใจเย็นๆ
“ไอ้ฌอร์น แกใจเย็นก่อน เรื่องราวมันอาจจะไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นก็ได้”
“ฉันใจเย็นแล้ว เย็นสุดๆ แล้ว”
“แกต้องนึกย้อนกลับไปตอนที่แกไปขอชะเอมกับพ่อของเขา ตอนนั้นแกขอชะเอมมาเป็นเมียเพราะอะไร” ภัทรดนัยถาม ฌอร์นถึงกับชะงัก
“เพราะชะเอมสวย น่ารัก มีดาเมจทางเพศรุนแรงจนอยากจะได้มาครอบครอง”
“นั่นไง! แกคิดว่าแกจะรู้สึกแบบนั้นเป็นคนเดียวหรือไง ผู้ชายคนอื่นที่เห็นชะเอมก็คิดแบบนั้นก็ทั้งหมดนั่นแหละ ผู้หญิงสาวๆ สวยๆ น่ารักๆ และยิ่งเด็กๆ วัยรุ่นใครก็ชอบ ถูกไหมล่ะ แต่เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับว่าชะเอมจะเล่นด้วยหรือเปล่า อีกอย่างแกไม่เห็นจะต้องกังวลใจอะไรเลย ยังไงชะเอมก็หนีแกไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว เธอก็เปรียบเสมือนลูกไก่ในกำมือที่แกจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด จะไปหึงโหดหึงแรงทำไมวะ”
“ก็จริงของแก”
“อย่าบอกนะว่าที่แกโมโห จัดหนักทั้งคืนจนชะเอมไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะแกรักชะเอมเข้าแล้ว” ภัทรดนัยกระเซ้า ฌอร์น กระแทกแก้ววางแรงๆ
“ไอ้บ้า ฉันไม่ได้รักชะเอมสักหน่อย!”
“ก็ให้มันจริงเถอะ”
“เจ้านายคะ คุณหนูชะเอมฟื้นแล้วค่ะ” แม่บ้านเดินมาบอกกับชายหนุ่ม เขารีบลุกขึ้นยืนทันที
“โอเค ขอบใจมาก”
ฌอร์นและภัทรดนัยเดินขึ้นมาบนห้องนอนของเด็กสาว เอมมาลินกำลังนั่งดื่มน้ำหวาน โดยที่มีแม่บ้านคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ฌอร์นให้แม่บ้านออกไปนอกห้อง เอมมาลินเงยหน้าขึ้นมองฌอร์นแล้วก็ก้มหน้าลง
“ทำไมไม่ไปหาหมอ!” ฌอร์นถามแบบดุๆ เอมมาลินไม่ตอบ
“เอางี้ดีกว่า ฉันว่านายออกไปรอข้างนอกก่อน ฉันตรวจเสร็จแล้วจะเรียก” ภัทรดนัยบอก ทำให้ฌอร์นไม่พอใจ แต่พอเห็นสายตาของเพื่อนแล้วก็จำยอมเดินออกไปนอกห้อง
“อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม” ภัทรดนัยถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและดูเป็นมิตร จนเอมมาลินไว้ใจ
“ค่ะ”
“พี่ชื่อภัทร... ภัทรดนัย เป็นเพื่อนสนิทฌอร์น ฌอร์นโทรไปตามให้พี่รีบมาดูอาการของชะเอม เห็นว่าเป็นลม และไม่ยอมไม่หาหมอ” เขาพูดติดตลก และยิ้มน้อยๆ อย่างเอ็นดูในตัวเด็กสาว
“เป็นยังไง ทำไมถึงไม่ยอมไปหาหมอ” เขาถามอีก พร้อมๆ กับที่หยิบหูฟังมาตรวจเสียงหัวใจไปด้วย
“ชะเอมไม่อยากไปโรงพยาบาลค่ะ ไม่ชอบ”
“ถ้าไม่ชอบก็ต้องมีสาเหตุที่ไม่ชอบ ทำไมถึงไม่ชอบโรงพยาบาลๆ ทั้งๆ ที่มันเป็นสถานที่ที่จะทำให้เราหายป่วย”
“หนูกลัวเข็มค่ะ ไม่อยากไปเพราะไม่อยากโดนเข็มเจาะ” เธอตอบอย่างเหนียมอาย ทั้งที่จริงแล้วเธอกลัวว่าหมอกับพยาบาลจะเห็นร่องรอยบนร่างกายที่ฌอร์นฝากไว้เมื่อคืนมากกว่า เขาทั้งกัด ทั้งดูด จนเนื้อตัวมีแต่รอยเขี้ยวช้ำเป็นจ้ำๆ ท่าทางของเอมมาลินทำให้ภัทรดนัยหัวเราะออกมาเสียงดัง จนทำให้เอมมาลินหน้างอ
“ตลกเหรอคะ”
“ใช่... ตลก... ตลกมาก นี่เธอไม่เห็นจะต้องกลัวเข็มขนาดนั้นเลย กลัวเข็มกับกลัวตาย กลัวอันไหนมากกว่ากัน” เขาถามและหยิบของในกระเป๋ายาออกมา
“กลัวทั้งสองอย่างค่ะ”
“แล้วฌอร์นล่ะ... กลัวไหม” เขาเงยหน้าขึ้นมาถามเธออีก เอมมาลินหน้าแดง เธอพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ
“ถ้ากลัวก็อย่าไปทำให้มันหงุดหงิด มันเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหร้าย โกรธง่ายแต่หายเร็ว อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวเธอจะรู้เอง”
“แต่ชะเอมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
“ฉันรู้ว่าเธอยังไม่ได้ทำอะไร แค่บอกไว้เฉยๆ เท่านั้น ยังไงเธอก็ยังจะต้องอยู่กับฌอร์นอีกนาน อาจจะหลายปีก็ได้ เพราะฉะนั้นระหว่างที่อยู่กับเขา ก็ทำตัวดีๆ ให้เขารักและเอ็นดู”
“ค่ะ”
ฌอร์นยืนรออยู่หน้าห้องนอนของเอมมาลิน เขาทนรอต่อไปไม่ไหว จึงเปิดประตูพรวดเข้าไปในห้อง เห็นภัทรดนัยกำลังจัดยาให้เอมมาลินอยู่ ภัทรดนัยมองคนใจร้อนแล้วก็ส่ายหน้าระอา
“เป็นยังไงบ้าง ทำไมตรวจนาน เมื่อกี๊ก็ตรวจไปแล้วไม่ใช่เหรอ” ฌอร์นถามเป็นชุดๆ และเดินตรงมาที่เตียง
“ก็ต้องตรวจอย่างละเอียด ชะเอมฟื้นแล้วก็ต้องสอบถามอาการกันนิดหน่อย”
“แล้วเป็นยังไง ต่างจากเดิมไหม”
“ไม่ต่าง แต่ช่วงนี้ชะเอมจะต้องกินและนอนพักผ่อนให้เยอะๆ อย่าพยายามอดนอน อย่านอนดึกและอย่าเครียด ไม่อย่างนั้นจะเป็นลมไปอีก ถ้าเป็นลมอีกครั้งจะต้องพาไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลแล้วนะ ทีนี้ได้โดนเข็มเจาะจริงๆ แน่” ภัทรดนัยขู่ เอมมาลินเบ้ปาก
“ฉันจะให้ชะเอมกินเกลือแร่แทนก็แล้วกัน แล้วก็มียาบำรุงกับวิตามิน ช่วงนี้ใกล้สอบ ต้องอ่านหนังสือเยอะ กินอาหารเสริมหน่อยก็ดีนะ ว่างๆ ก็หาเวลาไปออกกำลังกายบ้าง ภูมิคุ้มกันจะได้แข็งแรง”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ภัทร”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้ามีอะไรก็ให้ฌอร์นโทรหาพี่ก็ได้ หรือจะเอาเบอร์พี่ไว้ เผื่อมีอะไรสอบถามเพิ่มเติม” เขาถามอย่างลืมตัว ฌอร์น มองเพื่อนรักตาขวาง
“ไม่ต้องก็ได้ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวฉันโทรไปหาแกเอง!”
“อะ... โอเคๆ ขอโทษทีลืมไป” ประโยคสุดท้ายเขากระซิบให้ได้ยินกันสองคน
“แกลงไปรอฉันที่ห้องรับแขกก่อน เดี๋ยวฉันตามลงไป” ฌอร์นไล่เพื่อนสนิท ภัทรดนัยเดินลงไปด้านล่างอย่างอารมณ์ดี พอเพื่อนรักก้าวขาออกจากห้อง เขาก็ล็อกประตูห้องนอนทันที
“จะอาบน้ำหรือจะเช็ดตัว”
“อาบน้ำค่ะ เดี๋ยวชะเอมอาบน้ำเองค่ะ พี่ฌอร์นไม่ต้อง...”
“ถ้าจะอาบน้ำ ก็ไปอาบตอนนี้ แล้วจะได้กินข้าวกินยาพักผ่อน” เขาดุ
“ค่ะ” เธอเห็นสายตาดุๆ ของเขาแล้วก็เดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ฌอร์นคอยประคองตัวเธอ เพราะตอนที่เธอลุกเร็วๆ เธอเผลอวูบไปนิดหน่อย เขาพาเธอเดินไปถึงห้องน้ำและปล่อยให้เธออาบน้ำโดยที่ตัวเองยืนมองอยู่ห่างๆ พอเธออาบน้ำเสร็จก็ออกมาสวมชุดนอน เขาคอยอำนวยความสะดวกให้เธอ จนเธอถึงเตียง จึงให้แม่บ้านยกอาหารอ่อนๆ ขึ้นมาให้
“กินซะให้หมด จะได้มีแรง ฉันลงไปหาไอ้ภัทรก่อน พรุ่งนี้ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องไปเรียน นอนพักผ่อนอยู่บ้าน”
“ไปไหวค่ะ ชะเอมไปไหว พรุ่งนี้มีสอบด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็พักผ่อนให้เยอะๆ มีอะไรก็เรียกฉันไม่ก็เรียกแม่บ้าน”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
ฌอร์นเปิดประตูห้องนอนไปอาบน้ำ และเตรียมนอน หลังจากที่เขาดื่มและคุยกับภัทรดนัยหลายชั่วโมง แต่นอนยังไงเขาก็นอนไม่หลับ นึกเป็นห่วงเด็กสาวอยู่ตลอดเวลาจนต้องเดินเข้ามาดูเธอในห้อง เขาเห็นเอมมาลินนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ก็สบายใจขึ้น อาจเป็นเพราะยาที่ภัทรดนัยให้กินก็ได้ ฌอร์นค่อยๆ นั่งบนเตียงและล้มตัวนอนข้างเธอ ความเย็นจากแอร์ทำให้เขาต้องซุกตัวในผ้าห่ม
เอมมาลินรู้สึกถึงไออุ่นด้านหลัง เธอจึงพลิกกายเข้าหาและสวมกอดไว้แน่นด้วยเข้าใจว่าเป็นหมอนข้าง เนื้อนุ่มจากหน้าอกพวงโตบดเบียดกับหน้าอกอันแข็งแกร่งของเขา ฌอร์นใจเต้นแรง เขาเป็นผู้ชายที่มีความต้องการทุกที่ทุกเวลาอยู่แล้ว แต่คืนนี้เขาไม่สามารถจับเธอมาย่ำยีได้เพราะเธอยังป่วยอยู่ เขาจึงได้แต่นอนกอดเธอเอาไว้แน่น เพียงไม่นานเขาก็หลับอย่างสนิท
ตะวันโผล่พ้นจากขอบฟ้าในช่วงเวลารุ่งสาง เอมมาลินค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ และพบว่าเธออยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของผู้ชายที่เธอปรามาสว่าใจร้าย เขากอดเธอแน่นไม่ยอมปล่อย พอเงยหน้าขึ้นมองสภาพแวดล้อมก็เห็นว่าเธอยังอยู่ในห้องนอนของตัวเอง จึงแปลกใจที่เขามานอนที่นี่ทำไม
“พี่ฌอร์นคะ” เธอสะกิดปลุกเขา
“อื้ม...”
“พี่ฌอร์น”
“มีอะไร ปลุกทำไม” เขาถามอย่างหงุดหงิด เพราะกำลังนอนเพลินๆ
“ปล่อยชะเอมก่อนค่ะ” เธอบอก ฌอร์นลืมตาขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ทำไมต้องปล่อย นอนกอดแค่นี้ไม่ได้หรือไง”
“ได้ค่ะ แต่... ชะเอมปวดฉี่ อยากเข้าห้องน้ำ” เธอสารภาพ ฌอร์นได้ยินแบบนั้นก็รีบปล่อยเธอทันที เขานอนมองหญิงสาวเดินเข้าห้องน้ำไป และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คงานที่จะต้องทำวันนี้ เอมมาลินอาบน้ำและออกมาแต่งตัวเพื่อเตรียมไปโรงเรียน ขณะที่เขายังคงนอนอยู่ที่เดิม
“พี่ฌอร์นไม่ไปทำงานเหรอคะ”
“ไป”
“ไปสายเหรอคะ” เธอถามอีก ฌอร์นทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างหงุดหงิด
“ไม่สาย เดี๋ยวจะไปอาบน้ำแล้ว” ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นและมองเธออย่างแสนเสียดาย เพราะตอนนี้เธอกำลังบรรจงทาครีมบนเนื้อกายอันแสนขาวผ่อง ฌอร์นต้องข่มอารมณ์เป็นอย่างมาก เพราะหากเขาเผลอไผลไปนิดเดียว ทั้งเขาและเธอจะต้องไปสายแน่ๆ