คืนนั้นฌอร์นนอนไม่หลับอีกเช่นเคย เขาอยากรู้ว่าตอนนี้เอมมาลินกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อช่วงเย็นเธอให้คนรับใช้นำจักรเย็บผ้าขึ้นมาไว้บนห้อง พอกินข้าวเย็นเสร็จเธอก็หายจ้อยไปเลย ฌอร์นเดินไปที่ห้องนอนของหญิงสาวและถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ
ภาพที่เห็นทำให้ฌอร์นยิ้มน้อยๆ เด็กสาวยังอยู่ในชุดนักเรียนแม้ว่าจะดึกมากแล้วก็ตาม เธอกำลังนั่งตัดผ้าที่พอมีอยู่เป็นชิ้นๆ อย่างเพลิดเพลิน และเธอนั่งอยู่บนพื้นห้อง คืนนี้เขารู้สึกว่าห้องนอนเธอจะรกกว่าปกติ
“พี่ฌอร์น...”
“ทำไมยังไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก” เขาถามและเดินเข้ามานั่งที่เตียง
“ชะเอมอยากทำงานตรงนี้ให้เสร็จก่อนค่ะ”
“ทำอะไร” เขาเดินเข้าไปหาและชะโงกหน้าดู
“ตัดเสื้อค่ะ”
“ตัดให้ใคร”
“ตัดให้คุณพ่อค่ะ” เธอบอกและยิ้มอย่างมีความสุข
“คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่กับเธอนะ” เขาบอก และทิ้งกายนอนลงบนเตียง เอมมาลินหันไปมองชายหนุ่มอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะกลัวจะทำให้เขาหงุดหงิด บางที... เขาอาจจะอยากให้เธอบำเรอความสุขเหมือนคืนที่ผ่านๆ มาก็ได้
“ค่ะ”
เอมมาลินนั่งตัดผ้าจนเสร็จเรียบร้อย เธอเงยหน้ามองนาฬิกา เห็นว่าเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว จึงเก็บของเข้าที่และเดินไปอาบน้ำเพื่อที่จะทำการบ้าน ฌอร์นอ่านหนังสืออยู่บนเตียง สายตาเขาเห็นภาพรกรุงรังในห้องนอนแล้วก็ออกจะหงุดหงิดเล็กๆ เพราะห้องนอนควรเป็นห้องที่ใช้พักผ่อน ไม่ใช่ใช้ทำงาน พอหญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาก็พูดขึ้น
“ชะเอม ฉันจะทำห้องไว้ให้ห้องหนึ่ง เอาไว้ให้เธอตัดเสื้อผ้าและนั่งทำงาน จะได้ไม่มารกห้องนอน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ห้องนอนนี่ก็กว้าง ไม่ได้รกอะไร” เธอบอกขณะเอาผ้าขนหนูเช็ดผมตัวเอง
“ถ้าไม่อยากให้ฉันหงุดหงิดก็ทำตามที่ฉันบอก ห้องทำงานของเธอจะอยู่ติดห้องทำงานของฉัน พรุ่งนี้ฉันจะให้แม่บ้านไปเคลียร์ของให้”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“จะนอนได้หรือยัง” เขาถามอีก
“ยังค่ะ ชะเอมยังมีการบ้านต้องทำอีกนิดหน่อย พี่ฌอร์นนอนก่อนเลยก็ได้ค่ะ”
เอมมาลินนั่งทำการบ้านอีกพักใหญ่ หันมาอีกทีฌอร์นก็นอนหลับไปเสียแล้ว เธอค่อยๆ มุดตัวเข้าไปอยู่ในผ้าห่มเดียวกับเขา พอหัวถึงหมอน ฌอร์นก็พลิกกายทาบทับร่างของเธอทันที
“พี่ฌอร์น... ยังไม่หลับเหรอคะ” เธอถาม แต่เขาไม่ตอบ กลับก้มลงจูบปากเธอเนิ่นนาน เอมมาลินร้องครางเบาๆ เขาลูบไล้ไปทั่วร่างกายและถลกกระโปรงชุดนอนของเธอขึ้น ก่อนจะสอดกายเข้าประสานทันที
“อื้อ... อ่าส์... ซี๊ดส์... พี่ฌอร์น...” ร่างกายบอบบางบิดพลิ้วไปมา คืนนี้เขานุ่มนวลอ่อนโยนกับเธอจนเธอเคลิ้มไปกับรสสัมผัสอันหวานหอม เสียงร้องครวญครางดังขึ้นเรื่อยๆ จนหัวใจของชายหนุ่มเต้นตึกตักรุนแรง
“อ่าส์... พี่ฌอร์น... อ่าส์...”
ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นอย่างเสียวซ่าน เธอลูบไล้เนื้อตัวของชายหนุ่มไปมา ก่อนจะเอามือเล็กไปจับสะโพกสอบเอาไว้แน่น เขาถอดเสื้อตัวเองออก เอมมาลินไล่มองไรขนดกดำที่หน้าอกอย่างเผลอไผล และเอามือไปลูบไล้เบาๆ ฌอร์นเห็นแววตาของเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสียวซ่านก็รู้สึกซ่านสยิวไปด้วย
“อูย... น้ำเยอะเลย เสียวไหม” เขากระซิบพร่าบอก เอมมาลิน หน้าขึ้นสี
“เสียวค่ะ ชะเอมเสียว... อ่าส์...”
“ทั้งน้ำเยอะ ทั้งรัดแน่น” เขาพึมพำ และกระแทกกายเข้าหาแรงๆ หลายที เอมมาลินเสร็จไปหลายรอบแล้ว ฌอร์นจึงปล่อยน้ำรักออกมาจนหมดสิ้น
“อูย...”
เสียงครางยาวจากชายหนุ่มดังขึ้น เขาฟุบกายลงหาหญิงสาว วันนี้เขาเสร็จเร็วเพราะไม่ได้รักเธอมาหลายวัน คืนนั้นเขารักเธอแค่ครั้งเดียว เพราะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อน ภัทรดนัยย้ำนักย้ำหนาไม่ให้เขาใช้แรงงานเธอหนักเกินไป ไม่อย่างนั้นเธอจะล้มป่วยลงไปอีก
เอมมาลินได้รับอนุญาตให้ออกไปซื้อของและไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนได้ เธอดีใจมากเพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านฌอร์น เธอไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเล่นเหมือนแต่ก่อน ฌอร์นมีข้อแม้ว่าจะต้องให้สิณไปด้วยทุกครั้ง เช้านี้เธอจึงตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ
“เป็นอะไร ยิ้มตั้งแต่เช้า” ฌอร์นถามขณะนั่งกินมื้อเช้า
“ดีใจค่ะ จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อน” เธอบอกเสียงใส วันนี้เธอใส่เสื้อแขนกุดสีดำกางเกงขาสั้นสีขาวอวดเรียวขาสวย ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
“ฉันจะไม่อนุญาตให้เธอออกไปข้างนอกก็ตอนที่เธอแต่งตัวแบบนี้เนี่ยแหละ” เขาดุ เอมมาลินก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองอย่างงงๆ
“แต่นี่เป็นชุดที่ชะเอมตัดเย็บเองเลยนะคะ”
“ไปเอาเสื้อคลุมมาสวมทับซะ!” เขาสั่ง เอมมาลินเห็นเขาทำตาดุก็ให้แม่บ้านขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมในตู้เสื้อผ้าให้ เธอไม่อยากดื้อกับเขาเพราะไม่ต้องการให้เขาโกรธหรือโมโหอีก
เอมมาลินหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดูอะไรเพลินๆ ระหว่างกินข้าว ฌอร์นชะโงกหน้าไปมอง เห็นหน้าจอโทรศัพท์เธอเป็นรอยร้าวและมีรอยกระแทกหลายจุด อีกทั้งยังเป็นโทรศัพท์รุ่นเก่าอีกด้วย
“โทรศัพท์ไปโดนอะไรมา”
“หล่นค่ะ ชะเอมทำโทรศัพท์หล่นเมื่อวานนี้” เธอยิ้มแหยๆ
“โทรศัพท์เก่ามากแล้วนะ” เขาเปรย
“ค่ะ แต่ว่ามันก็ยังใช้ได้ดีอยู่นะคะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร” เธอบอก เพราะตอนนี้เธอไม่มีเงินที่จะซื้อโทรศัพท์ใหม่ และไม่กล้าขอเงินพ่อ ด้วยช่วงนี้พ่อกำลังเร่งหาเงินมาใช้หนี้เขาอยู่ พอกินข้าวเสร็จฌอร์นก็หยิบเงินสดมาวางให้เธอปึกใหญ่พร้อมกับบัตรเครดิต
“อยากได้อะไรก็ซื้อเอา ถ้าเงินไม่พอก็รูดบัตรไปก่อน เดี๋ยวสิ้นเดือนฉันจัดการให้ ในบัตรมีวงเงิน 2 ล้าน อยากจะใช้อะไรก็ใช้” ฌอร์นบอกและเดินออกไปทำงาน เอมมาลินมองเงินก้อนโตและบัตรเครดิตวงเงินสูงลิบลิ่วอย่างตกใจ เธอแค่จะไปซื้อของที่พาหุรัดกับสำเพ็ง ไม่ได้ไปซื้อของในห้างหรูๆ ใช้เงินแค่ 2-3 พันบาทก็พอแล้ว เอมมาลินหยิบเงินและวิ่งไปหาฌอร์นที่หน้าบ้าน เธอยื่นเงินคืนให้กับเขา
“อะไร”
“ชะเอมเอาเงินมาคืนค่ะ หนูไปแค่สำเพ็งกับพาหุรัด ใช้เงินแค่ 2-3 พันก็พอแล้วค่ะ ไม่ต้องใช้เงินมากขนาดนี้” เธอบอก ฌอร์นส่ายหน้า
“ถ้าใช้ไม่หมดก็เอาเก็บไว้ เผื่อใช้วันหน้า”
“แต่มันเยอะเกินไป”
“ฉันให้แล้วไม่รับคืน” เขาบอกก่อนจะเดินขึ้นรถไป ทิ้งให้หญิงสาวยืนมองเงินในมืออย่างวิตกกังวล
“ไปกันหรือยังครับคุณหนู” สิณเดินมาถาม เอมมาลินเงยหน้าและทำสีหน้าปั้นยาก
“ไปค่ะ แต่... ขอเอาเงินไปเก็บก่อนได้ไหมคะ กลัวจะทำหาย”
“ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ไปกับผมไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” สิณบอกและเปิดประตูรถให้หญิงสาว เธอขึ้นไปนั่งในรถและถอนหายใจ
“ปกติเจ้านายพี่สิณใช้เงินเปย์สาวๆ แบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่าคะ” เธอถาม สิณอมยิ้ม
“ตลอดครับ ส่วนใหญ่จะซื้อบริการผู้หญิงเป็นคืนๆ ไป จบงานบนเตียงก็ให้เงินตามที่ตกลงกันไว้ตอนแรก ถ้าใครบริการดีก็จะให้เงินเพิ่มพิเศษ” เขาตอบ เอมมาลินหน้าขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเขินอาย สิณมองหญิงสาวผ่านกระจกมองหลังก็อมยิ้ม
“แต่สำหรับคุณหนูชะเอมถือเป็นกรณีพิเศษ เจ้านายรับปากกับคุณพ่อของคุณหนูว่าจะดูแลให้ดี ก็ต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ ดูแลดีกว่าใครๆ ที่ผ่านมา เพราะคุณหนูไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้น”
“ไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้น... แต่เป็นเมียเก็บระยะยาวตามระยะเวลาใช้หนี้” เธอบ่นและถอนหายใจออกมาอีกรอบ
“อยู่กับเจ้านายผม มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดหรอกครับ” สิณปลอบใจ เอมมาลินส่ายหน้าค้าน
“แต่เลวร้ายยิ่งกว่าที่คิดน่ะสิคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดงอน เพราะในใจหวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายวันก่อน ที่เขาทำโทษจนเธอล้มป่วยไม่สบาย สิณได้แต่หัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เอมมาลินนับเงินสดที่เขาให้มา พบว่าเขาให้เงินเธอมาซื้อของที่สำเพ็งกับพาหุรัดถึง 3 แสนบาท! เธอร้องครางเบาๆ ในลำคอ รู้สึกว่าเงินก้อนโตนี้ค่อนข้างเป็นภาระในการดูแลสำหรับเธอมาก เธอจึงให้สิณถือเงินเอาไว้และรอที่รถ ส่วนเธอเอาเงินออกมาแค่ 1 หมื่นบาท ในการซื้อของอะไรก็ตามที่อยากได้ พอซื้อของเสร็จก็ทำการจดบันทึกรายจ่ายเพื่อให้ตัวเองได้รู้ว่าใช้จ่ายอะไรไปแล้วบ้าง สิณบอกเด็กสาวอย่างชื่นชม เพราะเธอค่อนข้างละเอียดและค่อนข้างขี้งกเลยทีเดียว จะซื้ออะไรแต่ละทีก็คิดแล้วคิดอีก