ตอนที่ 17 : เมื่อคำว่าเราไม่มีอยู่จริง

1317 Words
เช้าวันใหม่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงแดดสาดส่องลงมายังทางเดินคอนกรีตที่พลุกพล่านไปด้วยนักศึกษา แต่บรรยากาศรอบตัวเขื่อนกลับมืดครึ้มเหมือนมีเมฆฝนส่วนตัวตามติด ร่างสูงในเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์ตัวเก่งเดินสะพายเป้ด้วยท่าทางเหม่อลอย ขอบตาคล้ำเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับเกือบทั้งคืน ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังฉายซ้ำอยู่ในหัว คำพูดที่พิมฐาใช้ตัดสัมพันธ์มันช่างเลือดเย็น ร่างกายที่เคยบดเบียดเข้าหากันจนลมหายใจขาดห้วง เสียงครางกระเส่าที่เคยออดอ้อนขอให้เขาปรนเปรอให้หนักขึ้น... ทั้งหมดนั้นเธอบอกว่าเป็นแค่ "อารมณ์ชั่ววูบ" และ "ความต้องการทางกาย" ที่ไม่มีความรักปนอยู่เลย “อ้าว เขื่อน หวัดดี!” วิฬาร์ สาวสวยดาวคณะบัญชีที่ใครๆ ก็ดูออกว่ามีใจให้เขื่อน เดินยิ้มร่าเข้ามาทักทาย “อืม หวัดดี” เขื่อนตอบสั้นๆ พลางถอนหายใจทิ้งอย่างไม่ปิดบัง “มีใครไปแย่งอากาศเธอหายใจหรือเปล่าเขื่อน ทำไมต้องทำท่าทางอึดอัดเวลาเจอฉันด้วย?” “เปล่า” “นายจะเย็นชากับฉันแบบนี้ไปจนเรียนจบเลยเหรอ?” วิฬาร์เริ่มตัดพ้อ “นายก็รู้ว่าฉันรู้สึกยังไง เราใกล้จะจบกันแล้ว จะทำดีกับฉันสักครั้งไม่ได้เลยหรือไง นายเองก็ยังไม่มีแฟน ตั้งแต่รู้จักกันมาฉันยังไม่เคยเห็นนายควงใครเลยนะ นอกจากจะสนิทกับภูฟ้า...” วิฬาร์ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้พลางชี้หน้าเขาอย่างจับผิด “หรือว่านายสองคน...” “พูดอะไรบ้าๆ” เขื่อนเบี่ยงตัวหลบแล้วก้าวยาวหนีอย่างรำคาญใจ “เฮ้ย ไอ้เขื่อน!” เสียงทุ้มอันคุ้นเคยทำให้เขื่อนต้องชะงัก ภูฟ้าเดินตรงเข้ามาพร้อมกับโยน เสื้อช็อปสีแดงใส่หน้าเพื่อนรัก เขื่อนรีบยกมือรับไว้ทันควัน ภูฟ้าจ้องหน้าเพื่อนเหมือนมีคำถามเป็นล้านคำว่า 'มึงไปถอดทิ้งไว้ที่บ้านกูทำไม' แต่พอเหลือบไปเห็นวิฬาร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาจึงกลืนคำพูดนั้นลงคอไปก่อนเพื่อตัดรำคาญ “ไงภูฟ้า หวัดดี” วิฬาร์ทัก “อืม... หวัดดี” “พวกนายเป็นอะไร เจอหน้าฉันทีไรต้องทำหน้าเหมือนจะตายกันทั้งคู่เลย” “รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายเขาไม่สนใจแล้วจะตามตื๊อไปทำไมวะ” ภูฟ้าแซวตรงๆ จนวิฬาร์หน้าหงิก “ภูฟ้า! ถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่านายเป็นใบ้นะ!” ในจังหวะนั้นเอง นีน่า เพื่อนสนิทของวิฬาร์ก็เดินเข้ามาดึงแขนเพื่อน “ยัยวิฬาร์ รีบไปเหอะ ได้เวลาวิทยากรจะมาบรรยายแล้วนะ” “แป๊บนึงสิ ขอแอ๊วผู้ชายก่อน” “แอ๊วมาจนจะเรียนจบ ฉันถามหน่อยเถอะ อีเขื่อนมันเคยสนใจแกบ้างไหม?” นีน่าเตือนสติพลางหันไปมองภูฟ้าที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ผู้ชายตั้งเยอะแยะมาตามจีบ แกก็ไม่สน” “แหม สวยเลือกได้เนาะ ผู้ชายตั้งเยอะแยะมาจีบ” ภูฟ้าสำทับประชดประชัน “ยัยวิฬาร์ รีบไปได้แล้ว! คุณพิมฐา จาก โมโนลิธ มาร์เก็ตติ้ง จะมาบรรยายวันนี้ไง ถ้าเราทำตัวเด่นๆ ขยันตอบคำถามนะ อาจจะได้ที่ฝึกงานดีๆ ด้วยก็ได้” ชื่อนั้นทำให้ภูฟ้าขมวดคิ้วฉับ ส่วนเขื่อนถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนเพื่อเก็บอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน นีน่าลากวิฬาร์จากไปทิ้งให้สองหนุ่มยืนอยู่ตามลำพัง “เป็นอะไรไปวะไอ้เขื่อน ยืนบื้อเป็นซากอะไรของมึง” ภูฟ้าหันมาจ้องหน้าเพื่อนอย่างเอาเรื่อง “กูยังไม่ได้เคลียร์เรื่องเสื้อที่มึงไปถอดทิ้งไว้ที่บ้านกูเลยนะ มันคืออะไรวะ?” “ก็... คืนนั้นพี่มึงกินเลี้ยงจนเมา แล้วมึงก็ไปกางเต็นท์พอดี กูก็เลยต้องอยู่ดูแลไง” เขื่อนอธิบายเลี่ยงๆ “เออๆ กูก็ไม่ได้จะอะไรหรอก แค่ถามเฉยๆ” ภูฟ้าโบกมือปัด “ว่าแต่วันนี้พี่พิมจะมาบรรยายให้คณะบัญชีเหรอ?”เขื่อนถามเสียงเรียบ แต่ในใจกลับสั่นไหว “ก็คงอย่างนั้นแหละ มึงก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ กูเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของพี่หรอก...” ภูฟ้าบอก “เออ…มึงเข้าแล็บไปก่อนเลยแล้วกัน…กูไปเข้าห้องน้ำแป๊บ” เขื่อนพูดจบก็เดินแยกตัวออกมาทันที ภูฟ้ามองตามแผ่นหลังเพื่อนพลางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปทางตึกเรียน โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนรักของเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องบรรยายรวมของคณะบัญชี... เพื่อเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เพิ่งสลัดเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี เขื่อนยืนพิงเสาโถงทางเดินคอนกรีต มือหนากระชับเสื้อช็อปสีแดง ที่เพิ่งได้รับคืนจากภูฟ้าขึ้นมาสวม กลิ่นอายของแดดและฝุ่นจางๆ บนตัวเสื้อไม่ได้ช่วยให้ใจเขาเย็นลงเลยแม้แต่น้อย วูบหนึ่งภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมาแล่นเข้ามาในหัว... ภาพเรือนร่างเย้ายวนที่บิดเร่าอยู่ใต้ร่างของเขา เสียงครางกระเส่าที่เรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพยายามจะดึงเขาให้จมดิ่งลงไปในความทรงจำนั้น แต่เขาก็ต้องรีบสลัดความคิดบ้าๆ ทิ้ง เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังของรถยุโรปคันหรูที่เลื่อนมาจอดสนิทหน้าอาคาร พิมฐาก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจ ชุดสูทสีครีมเข้ารูปขับเน้นรูปร่างสมส่วนให้ดูภูมิฐาน แว่นกันแดดราคาแพงปกปิดดวงตาคู่สวยที่เคยฉ่ำปรืออยู่ใต้ร่างของเขาเมื่อคืนวันก่อน ท่าทางเชิดหน้าเดินอย่างมั่นใจและสายตาที่เรียบเฉยเย็นชา ทำให้เขื่อนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ นี่น่ะเหรอ... พิมฐาคนที่ครางชื่อเขาซ้ำๆ ในห้องนอน เขื่อนมองตามแผ่นหลังบางที่เดินผ่านกลุ่มนักศึกษาไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองใคร ความหยิ่งยะโสและอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้เขารู้สึกว่าช่องว่างระหว่าง “นักศึกษาธรรมดา” กับ “นักธุรกิจสาวผู้สูงส่ง” มันช่างกว้างจนน่าใจหาย พิมฐาก้าวขึ้นบนเวทีกลางห้องบรรยายรวมท่ามกลางสายตาชื่นชมของเหล่านักศึกษาและคณาจารย์ เธอถอดแว่นกันแดดวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะจับไมค์ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว “สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องกลยุทธ์การปรับตัวของธุรกิจในยุคดิจิทัล...” เสียงหวานที่เคยกระซิบพร่าข้างหูเขา บัดนี้กลับฉะฉาน มั่นคง และเต็มไปด้วยพลังในการโน้มน้าวใจ เธอวิเคราะห์ตัวเลขและแผนผังบนจอโปรเจกเตอร์อย่างมืออาชีพ ทุกคำพูดที่หลุดออกมาดูมีการกลั่นกรองมาอย่างดี ไม่มีร่องรอยของความหวั่นไหวหรืออารมณ์ชั่ววูบอย่างที่เธอเคยบอกเขาไว้ที่หน้าบ้านแม้แต่นิดเดียว เขื่อนลอบเข้าไปยืนอยู่หลังสุดของห้องบรรยาย สายตาคมกริบจ้องมองร่างบนเวทีไม่วางตา ความรู้สึกขัดแย้งตีกันในอก ใจหนึ่งเขาก็หลงใหลในความเก่งกาจของเธอ แต่อีกใจหนึ่งเขากลับรู้สึกสมเพชตัวเอง... สมเพชที่เผลอเอาใจลงไปเล่นกับผู้หญิงที่มองว่าเซ็กซ์เป็นแค่เรื่องการระบายความใคร่ และมองว่าเขาเป็นแค่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทางสถานะสังคม “มีใครมีคำถามไหมคะ?” พิมฐาเอ่ยถามทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มทางธุรกิจที่ดูเพอร์เฟกต์จนน่าหมั่นไส้ สายตาของเธอวาดผ่านเหล่านักศึกษาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดกึกอยู่ที่มุมหลังห้อง... สายตาคมเฉี่ยวสบเข้ากับดวงตาแข็งกร้าวของเขื่อนที่สวมเสื้อช็อปสีแดงเด่นชัดอยู่ท่ามกลางฝูงชน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD