ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างสายตาของเขื่อนและพิมฐา มือเรียวสวยที่ทาเล็บสีแดงสดของวิฬาร์สาวบัญชีตัวท็อปของรุ่นก็ยกขึ้นทำลายจังหวะขัดแย้งนั้น
วิฬาร์ลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่มั่นใจ ชุดนักศึกษาที่รัดกุมแต่ขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างจงใจทำให้สายตาหนุ่มๆ ทั้งห้องบรรยายหันไปมองเป็นตาเดียว เธอยิ้มหวานอย่างอ่อนน้อมแต่แฝงไปด้วยจริตจะก้านที่ดูเลอค่า ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขออนุญาตนะคะคุณพิมฐา ในฐานะที่บริษัทของคุณพิมฐาเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่ วิฬาร์อยากทราบว่าทางบริษัทมีนโยบายรับนักศึกษาฝึกงานไหมคะ และคุณพิมฐามีความคาดหวังหรือต้องการคุณสมบัติพิเศษแบบไหนในตัวนักศึกษาที่จะเข้าไปเรียนรู้งานคะ?”
วิฬาร์ขยับรอยยิ้มให้กว้างขึ้น พลางสบตาพิมฐาอย่างสื่อความหมาย
“พอดีวิฬาร์มีความสนใจในสายงานบริหารบัญชีและการจัดการของที่นี่มากเป็นพิเศษค่ะ หากคุณพิมฐาต้องการคนที่มีความตั้งใจและพร้อมจะทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ วิฬาร์ก็อยากจะขอโอกาสเสนอตัวลองเข้าไปพิสูจน์ความสามารถดูสักครั้งค่ะ”
คำถามที่ดูเหมือนเป็นการเสนอตัวอย่างสุภาพทว่ารุกหนักในที ทำให้พิมฐาต้องละสายตาจากเขื่อนมามองสาวน้อยช่างเลือกคนนี้ รอยยิ้มธุรกิจของพิมฐากระตุกขึ้นเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าสวยหวานนั้น
ขณะเดียวกัน เขื่อนที่ยืนอยู่หลังห้องถึงกับเหยียดยิ้มเย็นชา เขาเพิ่งรู้ซึ้งว่าโลกของพิมฐามันเต็มไปด้วยคนที่พร้อมจะเสนอตัวเพื่อผลประโยชน์
ไม่ต่างจากที่เขากำลังทำอยู่... เพียงแต่เขาส่งมอบ “ความใคร่” ส่วนวิฬาร์กำลังส่งมอบ “ภาพลักษณ์และการทำงาน”
พิมฐาคลี่รอยยิ้มกว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทางของเธอเปลี่ยนจากความตึงเครียดเมื่อครู่กลายเป็นผู้บริหารสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและวิสัยทัศน์ เธอพยักหน้าเบาๆ ให้กับวิฬาร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
“เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ และขอบคุณมากนะคะที่คุณวิฬาร์ให้ความสนใจในบริษัทของพี่” เสียงของเธอหวานกังวานและดูจริงใจ “สำหรับพี่ ความรู้เป็นเรื่องที่สอนกันได้ค่ะ แต่ทัศนคติและความกระตือรือร้นแบบที่คุณแสดงออกมาเมื่อกี้ต่างหากค่ะที่เป็นคุณสมบัติพิเศษที่พี่มองหา”
พิมฐากวาดสายตามองไปรอบห้องบรรยาย ก่อนจะกลับมาหยุดที่สาวบัญชีคนสวยอีกครั้ง
“ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยความเร็ว พี่ต้องการนักศึกษาฝึกงานที่ไม่ใช่แค่มานั่งทำงานตามสั่ง แต่ต้องเป็นคนที่มีความกล้า กล้าที่จะเสนอตัว กล้าที่จะเรียนรู้ และพร้อมจะทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างที่คุณพูดมาจริงๆ ซึ่งความมั่นใจของคุณวิฬาร์ในวันนี้สร้างความประทับใจให้ดิพี่มากค่ะ”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางหยิบนามบัตรสีทองหรูหราออกมาวางไว้บนโต๊ะบรรยาย
“หลังจบการบรรยาย เชิญคุณวิฬาร์มาพบที่หน้าเวทีนะคะ พี่ยินดีมากที่จะรับพิจารณาใบสมัครของคุณเป็นกรณีพิเศษ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้งานแบบนี้ล่ะค่ะ คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในโลกธุรกิจ”
คำตอบที่เต็มไปด้วยการสนับสนุนและชื่นชมทำเอาวิฬาร์ยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ ท่ามกลางเสียงฮือฮาชื่นชมในความใจกว้างของวิทยากรสาวสวย
ขณะเดียวกันที่หลังห้อง...
เขื่อนยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบคั้น เขาเห็นพิมฐาหยิบยื่นโอกาสและนามบัตรให้คนอื่นอย่างง่ายดายด้วยรอยยิ้มที่แสนดี ต่างจากความสัมพันธ์ที่เขามอบให้ ซึ่งเธอพยายามจะโยนมันทิ้งราวกับขยะที่น่าอับอาย
พี่ใจดีกับทุกคน ยกเว้นกับผมงั้นเหรอพิมฐา...
เขื่อนคิดพลางกำหมัดแน่นจนสั่น แววตาที่จ้องมองร่างบนเวทีเปลี่ยนจากความตัดพ้อกลายเป็นความดุดันที่ยากจะหยั่งถึง
สิ้นสุดการบรรยายที่เต็มไปด้วยความกดดัน พิมฐารีบพูดคุยทิ้งท้ายและเอ่ยร่ำลาอาจารย์ประจำภาควิชาด้วยท่วงท่าที่พยายามรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ให้ได้มากที่สุด
เธอเร่งฝีเท้าเดินออกมาจากห้องบรรยายรวมเพื่อมุ่งหน้าไปยังรถที่จอดรออยู่ โดยไม่ทันได้ระวังตัวว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องทุกย่างก้าวของเธอมาจากมุมมืด
“อุ๊ย!”
พิมฐาร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ มือหนาอันทรงพลังก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอแล้วกระชากร่างระหงเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ข้างโถงทางเดินอย่างรวดเร็ว เสียงประตูปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านในดัง “คลิก!” ท่ามกลางความสลัว
ร่างของพิมฐาถูกดันเข้าไปกระแทกชิดกับผนังเย็นเฉียบอย่างแรง ก่อนจะถูกคร่อมปิดทางหนีไว้ด้วยลำแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างที่ยันกำแพงเอาไว้
เธอเงยหน้าขึ้นมองด้วยอาการขวัญเสีย แล้วก็ต้องสบเข้ากับแววตาแข็งกร้าวที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะของร่างสูงในเสื้อช็อปสีแดงที่เธอพยายามเดินหนีมาตลอดทั้งวัน
“เขื่อน!” พิมฐาร้องเรียกชื่อเขาเสียงหลง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“หนีเก่งจังนะครับคุณพิมฐา” เขื่อนเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูขี้เล่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนอย่างที่เธอไม่เคยเห็น “บนเวทีดูสูงส่งเหลือเกินนะ ชื่นชมคนโน้นคนนี้ที่เขาเสนอตัวทุ่มเทให้... แล้วผมล่ะ? ความทุ่มเทของผมบนเตียง พี่ลืมมันไปหมดแล้วจริงๆ เหรอ!”
“ปล่อยพี่นะเขื่อน! นี่มันในมหาวิทยาลัยนะ เธอจะบ้าหรือไง!” พิมฐาพยายามขัดขืนและดันแผ่นอกกว้างที่สวมเสื้อช็อปหยาบกร้านนั้นออกไป แต่กลับถูกเขื่อนเบียดกายเข้าหาจนร่างกายของทั้งคู่แทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
“บ้าเหรอ? ใช่! ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ ที่หลงเชื่อคำว่า เปิดตัว ของพี่” เขื่อนโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นเหงื่อจางๆ ของเด็กหนุ่ม ทำให้พิมฐารู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด
“พี่ทำเหมือนผมไม่มีตัวตน ทำเหมือนเรื่องที่เราเอากันมันเป็นแค่ฝันร้าย... พี่อายนักใช่ไหมที่มีผัวเป็นนักศึกษาธรรมดาแบบนี้!”
“หยุดพูดจาทุเรศๆ แบบนั้นนะ!” พิมฐาตวาดเสียงสั่น ใบหน้าแดงก่ำทั้งความโกรธและความอาย
“ทุเรศเหรอ? ตอนที่พี่แหกขาให้ผมกระแทก ทำไมพี่ไม่บอกว่าทุเรศล่ะครับ” เขื่อนเหยียดยิ้มร้ายพลางลดมือลงมาบีบเค้นสะโพกมนผ่านชุดสูทราคาแพงอย่างแรง
“พี่พิมคนสวย... พี่จะทำเป็นจำผมไม่ได้ต่อหน้าคนอื่นผมไม่ว่า แต่ในห้องนี้... ผมจะเตือนความจำให้พี่เองว่า เด็กอย่างผม มันทำให้พี่มีความสุขได้มากกว่าพวกนักธุรกิจหน้าโง่พวกนั้นขนาดไหน!”