บำเรอรักวิศวะร้าย บทที่ 11
เช้าวันต่อมา..
เสน่หาขอเช่าห้องต่ออีกคืนหนึ่งเธอขอคุยกับเขาดูก่อน ถ้าตกลงกับเขาได้แม่อาจจะมีที่พักใหม่
วันนั้นทั้งวันเธอนั่งรอเวลาให้ถึงตอนเย็นด้วยใจที่กระวนกระวาย ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอจะคุยด้วยเขาจะยอมตกลงไหมแต่ก็ต้องลองดู
จนถึงเวลานั้นเธอก็นั่งรอดูอยู่ว่าเขาจะโทรมาไหม จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นสายของเขาโทรมาเลย
หรือว่าเขาจะลืม? ..อีกฝ่ายไม่โทรมาเธอเลยต้องเป็นคนโทรไปหาเอง
"แม่คะ หนูออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่งนะคะ" บอกแม่แต่ท่านไม่ตอบแถมไม่หันมาด้วย แม่คงเครียดที่เห็นว่าต้องพักห้องนี้อีก ถ้าไม่พักที่นี่ก็ไม่รู้จะไปพักที่ไหนแล้ว ห้องก็หายากขนาดห้องรายวันยังหายากเลย
เสน่หาหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาด้วย ก่อนจะกดโทรออกหาเบอร์ที่เธอโทรหาเมื่อวานนี้
ครืนนน ครืนนนน เสียงโทรศัพท์ดังอยู่หลายต่อหลายที จนเธอจะวางอยู่แล้วปลายสายถึงรับ
>>{"คุณว่างคุยกับฉันหรือยังคะ"} ทางนั้นรับสายแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเธอเลยต้องเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน
{"เดี๋ยวจะส่งโลเคชั่นไปให้"}
>>{"ฉันอยากให้คุณมาหาที่นี่ได้ไหมคะ"}
{"ฉันไม่มีธุระไปทางนั้น"}
>>{"ก็ได้ค่ะงั้นคุณส่งโลเคชั่นมาทางไลน์ตามเบอร์โทรนี้เลยนะคะ"}
หลังจากวางสายเสน่หาเลยออกไปหาซื้ออะไรมาให้แม่ทานตอนเย็นก่อน และเธอก็บอกแม่ว่าจะออกไปทำธุระหน่อย ทานข้าวเสร็จให้แม่นอนก่อนได้เลย
"แกคงไม่ออกไปหางานกลางคืนทำใช่ไหม"
"ไม่ใช่หรอกแม่ ฉันจะไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อน"
"จริงหรือลูก แม่ว่าเพื่อนหนูต้องช่วยได้แน่เลย" ท่าทีของแม่เปลี่ยนไปจากเมื่อสักครู่มาก
"แม่ไม่ต้องออกไปข้างนอกนะคะ ทานข้าวทานยาแล้วก็นอนพัก"
"ไม่ต้องห่วงแม่หรอกน่า คุยกับเพื่อนดีๆ ล่ะ"
ออกมาเธอก็เรียกแท็กซี่ให้ไปตามโลเคชั่นที่เขาส่งมาให้ เวลานี้รถติดมากกว่าจะฝ่ารถติดมาถึงที่นี่ได้ก็เกือบสองชั่วโมง เพราะที่ที่เธอพักอยู่ไกลจากที่นี่ แบบนี้แหละถึงอยากให้เขาไปหา
รถแท็กซี่จอดที่หน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เข้ามาด้านในเธอต้องแจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าอยู่ก่อนจะขึ้นไป
ขึ้นมาถึงเสน่หาก็เคาะประตู ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดจากคนที่อยู่ด้านใน
"เข้ามาสิ"
ตอนที่เดินเข้ามาเธอก็มองไปดูรอบๆ ห้อง คิดว่าเพื่อนเขาอยู่ในนี้ด้วยไหมเพราะเห็นขาดกันไม่ได้ แต่ก็ไม่เจอใครอยู่ในห้องอีกนอกจากเขา
"นั่งก่อนสิ" ชาละวันเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาวางให้กับเธอ แล้วเขาก็นั่งลงโซฟาตัวยาวตัวเดียวกับที่เธอนั่งอยู่
"ฉันอยากมาคุยกับคุณเรื่องนั้น"
"เรื่องอะไร"
"เรื่องที่คุณคุยกับฉันวันก่อน"
"ฉันจำไม่ได้แล้ว"
เสน่หากลืนน้ำลายลงคอแบบฝืดเคือง เธอรู้ว่าเขาต้องจำได้แต่เขาคงอยากให้เธอเป็นคนพูดออกมา "ฉันยอมรับข้อเสนอของคุณ แต่ฉันมีข้อแม้"
"ข้อแม้อะไร"
"ฉันสงสัยคดีของพ่อ" ที่เธอตัดสินใจมาพบเขาในครั้งนี้เพราะเรื่องของพ่อ อาจจะมีความสงสารแม่บ้าง แต่เธอคงไม่ยอมเอาตัวเข้าแลก เพราะอยากให้แม่กลับมาสุขสบายหรอก
"สงสัยเรื่องคดี?"
"ฉันไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว เงินฉันก็ไม่มีสู้คดีคุณพอจะช่วยเรื่องนี้ได้ไหม"
เขาไม่ได้ตอบเธอในทันที แต่สายตาของเขามองสำรวจเรือนร่างของผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ
"นอกจากเรื่องคดีของพ่อแล้วฉันอยากมีที่พักให้แม่ที่ดีหน่อย และฉันก็อยากจะกลับไปเรียนให้จบ" ขณะที่พูดเธอไม่ได้มองสบตาคู่สนทนาหรอก เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นความอ่อนแอในแววตา แค่กลั้นน้ำตาได้ก็ถือว่าเธอเก่งมากแล้ว
"ขอเยอะจังเลยนะ" ทีแรกเสนอให้เธอแค่กลับไปเรียนเขาจะช่วยค่าใช้จ่ายของเธอทั้งหมด เรื่องหาที่พักให้แม่ชาละวันไม่ติดใจหรอก แต่ติดใจเรื่องคดีความ เพราะพ่อของเธอถูกตัดสินแล้วว่าฉ้อโกงจริง ถ้ายื่นมือเข้าไปช่วยเรื่องนี้นั่นหมายถึงเขาหักหลังครอบครัวตัวเอง
"ถ้าคุณยอมช่วยทุกข้อที่ฉันขอมา ฉันรับรองว่าจะมอบความสุขให้คุณสมกับที่คุณยอมช่วย" นาทีนี้ต้องพูดให้เขาใจอ่อนยอมช่วยให้ได้ แม้แต่เรื่องแบบนี้เธอยังพูดได้หน้าตาเฉย
ข้อต่อรองถือว่าคุ้มเลยแหละ แต่เขาก็ยังคงนิ่งเอาแต่จับจ้องไปที่เธอ
"ฉันยังไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นมาก่อน แม้แต่จูบก็ยังไม่เคย" เห็นสายตาอีกฝ่ายมองมาก็พอจะรู้แล้วว่าเขาคงกำลังประมวลผลว่าจะคุ้มไหม
ชาละวันพยักหน้าเล็กน้อย แอบมีรอยยิ้มที่มุมปากด้วย แต่เธอไม่ได้มองมาคงไม่เห็น
"ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของคุณ ตอนที่คุณมีฉันอยู่คุณสามารถมีผู้หญิงคนอื่นด้วยก็ได้ ฉันสัญญาว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องผู้หญิงของคุณ" ถ้าเขายอมตกลงช่วยเรื่องของพ่อ แม้แต่ชีวิตของเธอก็ยอมมอบให้เขาได้ "คุณอยากขอเวลาคิดก่อนก็ได้นะคะ พรุ่งนี้เช้าฉันจะรอคำตอบค่ะ" พูดจบคนตัวเล็กก็ลุกขึ้นพร้อมที่จะออกไป แต่ตอนที่เธอลุกขึ้นก็ถูกมือหนาดึงแขนจนร่างของเธอกระเด็นตามแรงล้มลงบนตักของอีกฝ่าย
เสน่หานิ่งมากเหมือนไม่ตกใจและเธอก็ไม่ขัดขืน แม้เขาจะขยับริมฝีปากเข้ามาใกล้
"ถ้าไม่เคยจูบแล้วจะจูบฉันเป็นเหรอ" ที่เขาขยับเข้ามาใกล้เพราะจะกระซิบพูดข้างใบหู และเสียงที่เขาพูดมันสามารถทำให้ขนลุกได้เลย
"จูบไม่เป็นคุณก็สอนสิ"
"ไม่มีหางเสียงเวลาพูดเลยเหรอ" ชายหนุ่มขยับใบหน้าออกมาจากซอกคอระหงเล็กน้อย
"ถ้าฉันจูบไม่เป็นคุณก็สอนสิคะ" เพื่อพ่อท่องไว้เสน่หา เพื่อช่วยพ่อให้พ้นมลทินและออกมาใช้ชีวิตได้ปกติ
แต่พอเขาขยับริมฝีปากมาจ่อกับริมฝีปากของเธอ หญิงสาวก็เม้มปากไว้แน่นและเบือนหลบเล็กน้อย
"?"
"คุณยังไม่ตกลงเลย"
"ขอเยอะขนาดนั้นจะไม่ให้เช็คของหน่อยเหรอ"
"ของบางอย่างมันเช็คไม่ได้นะคะ" เธอก็บอกอยู่ว่าไม่เคยถูกผู้ชายที่ไหนจูบมาก่อน เผื่อว่าคนอื่นอยากรับข้อเสนอของเธอจะได้พูดได้เต็มปาก "วันนี้ฉันขอกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันโทรมาหาใหม่ตอนเช้า"
เสน่หาดันตัวลุกขึ้นทั้งๆ ที่มือหนายังคงโอบเอวเธออยู่จนมือของเขาหลุดออก
"พรุ่งนี้พาแม่ย้ายไปอยู่บ้านแถวชานเมือง" เขาพูดขึ้นตอนที่เธอกำลังหยิบกระเป๋าพร้อมที่จะออกไป
"คะ?" หญิงสาวหันกลับมามองดู ..เขาตกลงจะช่วยเราใช่ไหม?
"ฉันจะให้รถเธอไปใช้คันหนึ่งก่อน"
"คุณยอมช่วยพ่อฉันแล้วใช่ไหมคะ" เรื่องบ้านและเรื่องรถมันไม่ได้อยู่ในความคิดของเธอเลย อยากได้ยินแค่เขาบอกว่ายอมช่วยพ่อเท่านั้นแหละ
"เรื่องนั้นอาจจะใช้เวลาหน่อย ฉันยังไม่เห็นรูปคดี"
"ขอบคุณมากนะคะ" เรามีหนทางช่วยพ่อแล้วใช่ไหม เธอถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ดีใจที่เขายอมรับปากจะช่วย
"แต่เธอต้องมาอยู่คอนโดนี้กับฉัน"
"....." ให้แม่ไปอยู่ชานเมือง แต่เธอต้องมาอยู่ที่นี่กับเขางั้นเหรอ ถ้าแม่ถามจะบอกแม่ยังไงล่ะ เรื่องนี้ให้ท่านรู้ไม่ได้ด้วยสิ ขนาดทำงานกลางคืนท่านยังไม่ยอมเลย ถ้ารู้ว่าเธอยอมเอาตัวเข้าแลกท่านต้องโวยวายแน่ แถมผู้ชายคนนั้นเป็นเขาด้วยแม่มีหวังได้เครียดหนักกว่าเดิม
"ทำไมต้องคิดนานขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าเธอจะแยกอยู่คนละที่กับฉัน"
"เปล่าค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น ฉันตกลงค่ะ"
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่