CAP 9 | โกรธ

1861 Words
ชาลีจูงมือลูกชายมายังตึกลุกซ์ ลิมิเต็ดในเวลาแปดโมงเช้าตามสัญญา แม้ความจริงเวลาที่ลูเซียกำชับเอาไว้คือเก้าโมงเช้า แต่หญิงสาวเลือกที่จะเผื่อเวลาครึ่งชั่วโมง เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีนิสัยตรงต่อเวลาขนาดไหน ไม่อยากเอาเรื่องมาสายเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นข้ออ้างให้เขาหาเรื่องเธอแต่เช้า อยากรีบทำงานให้เสร็จและรีบกลับ “มี้~ เพื่อนมี้อยู่ที่นี่เหรอ” ลูกชายกระตุกแขนถามไม่หยุดตั้งแต่เดินผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาภายในตึก ลูกจะสงสัยก็ไม่แปลก เพราะชาลีเคยบอกลูกชายเอาไว้ว่าที่นี่คือสถานที่ทำงานของผู้ใหญ่ “ใช่ค่ะ สัญญากับหม่ามี้แล้วนะ ว่าจะไม่เดินซน ต้องนั่งนิ่งๆ จนกว่าหม่ามี้จะทำงานเสร็จ” นิ้วก้อยเรียวชูขึ้นมาตรงหน้าเด็กชายเชิงขอคำตอบรับจากลูก “สัญญาครับ” นิ้วเล็กป้อมรีบยื่นเกี่ยวก้อยให้คำมั่นกับผู้เป็นแม่พร้อมรอยยิ้มสดใส จากนั้นทั้งสองจึงเปลี่ยนจากการเกี่ยวก้อยเป็นจับมือเดินแกว่งแขนตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เธอควรติดต่อว่าอะไรดี ขอขึ้นไปห้องพักคุณลูเซียงี้เหรอ ขืนบอกแบบนั้นเธอกับลูกคงถูกลากคอออกจากตึกโดยที่ไม่ต้องรอให้คนขี้โมโหจับโยน “นายกำลังรออยู่เลยครับ” ร่างสูงกำยำของใครบางคนเดินมาดักหน้าจากมุมเสาไม่ให้สุ้มให้เสียง ทำเอาเด็กชายสะดุ้งโหยงผละหนีไปซ่อนด้านหลังผู้เป็นแม่ตามสัญชาตญาณ อย่าว่าแต่ลูกเลย เมื่อกี้ชาลีก็แอบตกใจเหมือนกัน แต่เมื่อมองใบหน้าของเจ้าของร่างนั้นดีๆ และรับรู้ว่าคือเชร์ เชสนีย์ จึงเปลี่ยนจากสีหน้าตกใจเป็นรอยยิ้มยินดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องบากหน้าไปหาพนักงานประชาสัมพันธ์เพื่อขอขึ้นห้องอดีตคนรักเก่า “สวัสดีค่ะคุณเชร์” เสียงหวานกล่าวทักทายเป็นมารยาท ไม่ลืมที่จะดันตัวของลูกชายออกจากทางด้านหลังให้กลับมายืนข้างกัน “น้องคลาวด์ สวัสดีคุณเชร์สิคะ” สองมือเล็กประนมมือไหว้ เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับเด็กน้อยก็รีบยกมือกลับไปกุมมือมารดาแน่นตามเดิม ลูกจะตื่นตกใจก็ไม่แปลก เพราะนี่คือการพบกันครั้งแรกระหว่างบอดีการ์ดมาเฟียกับลูกชายตัวน้อย “เชิญครับ” เขาแตะคีย์การ์ดลงบนเครื่องกั้นรักษาความปลอดภัยผายมือให้สองแม่ลูกเดิมนำเข้าไปก่อน จากนั้นจึงหยิบการ์ดอีกใบแตะลงบนจอทัชสกรีนเรียกลิฟต์โดยสารให้ลงมารับขึ้นไปยังจุดหมาย ชาลีมองปราดเดียวก็รู้ว่าการ์ดใบนั้นคงเป็นคีย์การ์ดพิเศษสำหรับขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนสุดของเจ้าของตึกโดยเฉพาะ ทั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมและการรักษาความเป็นส่วนตัวที่สูงเหมาะกับคนฐานะอย่างลูเซีย กรอสเวอเนอร์ที่สุด ดีแล้วที่ตัดสินใจต่างคนต่างเดิน »»-----✧-----«« “โอ้ มาย ก็อด...” คำอุทานนี้ไม่ได้มาจากเจ้าของริมฝีปากอวบอิ่ม แต่มาจากลูกชายตัวน้อยที่เปิดประตูห้องพักหรูเข้ามาเห็นสภาพห้องที่เรียกได้ว่า...เละเทะ “กะ เกิดอะไรขึ้นคะ” หญิงสาวถามบอดีการ์ดหนุ่มเสียงสั่น เธอจำได้ว่าครั้งก่อนที่มาที่นี่ สภาพห้องไม่ได้เป็นแบบนี้ ดวงตากลมโตหลุบมองพื้นพรมตั้งแต่ทางเข้า ซึ่งเต็มไปด้วยเศษผงคล้ายมันฝรั่งทอด มันสกปรกจนไม่อาจอนุญาตให้ลูกถอดรองเท้าด้วยซ้ำ ยิ่งเดินผ่านห้องต่างๆ ที่เปิดอ้ารอการทำความสะอาดชาลีก็แทบลมจับ ที่นอน หมอน ผ้าห่มกระจัดกระจาย เสื้อผ้ามากมายวางระเกะระกะเต็มไปหมด เรียกได้ว่ามีเสื้อผ้าอยู่ทุกที่ ยกเว้นในตะกร้าผ้า!! สองแม่ลูกกลืนน้ำลายมองหน้ากัน กลั้นใจเดินต่อไปยังห้องนั่งเล่น มือน้อยที่จับมือคนเป็นแม่แนบแน่น บัดนี้สะบัดออกและรีบคว้าหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวม เพราะนอกจากกลิ่นบุหรี่ที่คละคลุ้งติดตามเฟอร์นิเจอร์ ยังมีจานชามจำนวนมากเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะหน้าโซฟา “เมื่อคืนมีปาร์ตี้ดูบอลครับ ห้องเลยเลอะนิดหน่อย” นิดหน่อย? คิ้วเรียวเลิกขึ้นกับคำว่านิดหน่อยของอีกฝ่าย จะหลอกว่าโจรขึ้นบ้านตอนนี้เธอก็เชื่อ หรือต่อให้บอกว่าทอร์นาโดพัดผ่านห้องนี้ไปเมื่อคืนก็ย่อมได้ “พี่...คุณลูเซียปาร์ตี้ด้วยเหรอคะ” อยู่ด้วยกันเมื่อก่อนเขาทั้งรักความสะอาดและเจ้าระเบียบ อีกทั้งยังสันโดษขนาดฉลองวันวาเลนไทน์ยังสั่งอาหารมาทานที่ห้อง “ไม่ใช่นายครับ เมื่อคืนนายไม่ได้นอนที่นี่ เลยยกห้องให้บอดีการ์ดใช้เป็นพื้นที่จัดงานปาร์ตี้” เชร์อธิบายให้คนตัวเล็กฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่ผมสำรวจเมื่อเช้าแล้ว ไม่มีอ้วกครับ สบายใจได้” สบายใจยังไงก่อน นี่มันคือการกลั่นแกล้งกันชัดๆ ลูเซียต้องการให้เธอเหนื่อยที่สุด วุ่นวายที่สุดจึงเลือกวิธีนี้ หญิงสาวส่ายหัวให้กับพฤติกรรมเด็กน้อยของมาเฟียตัวโต คว้าหน้ากากอนามัยจากกระเป๋ามาสวมและเริ่มจัดการทีละส่วน จากการสำรวจห้องโดยรอบ ดูเหมือนจุดที่สะอาดที่สุดที่ลูกชายพอจะนั่งรอได้คือเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มติดกับโซนครัว ชาลีจึงไม่ลังเลที่จะอุ้มลูกขึ้นไปนั่งห้อยขาบนนั้นก่อนเป็นอันดับแรก “นั่งรอหม่ามี้ตรงนี้แป๊บนะคะ หม่ามี้จัดการห้องนั่งเล่นก่อน” แล้วค่อยพาลูกไปนั่งรอตรงนั้น “อุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่มุมห้องนะครับ” “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวมีเวลาสนทนากับอีกฝ่ายเพียงเท่านั้น รีบเดินไปเก็บกวาดจานและเศษอาหารไปไว้บริเวณซิงค์ล้างจานเป็นอย่างแรก ตามด้วยการดูดฝุ่นและเศษอาหารที่ตกตามพื้น ต่อด้วยการเช็ดถูกทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ดับกลิ่นควันบนโซฟาราคาแพงระยับนั่นเป็นลำดับต่อมา รู้สึกตัวอีกทีทั้งห้องก็เหลือเพียงเธอกับลูก ส่วนคนที่พาขึ้นมาหายไปไหนแล้วก็ไม่ทราบ ชาลีอุ้มลูกชายมานั่งลงบนเบาะโซฟากำมะหยี่เนื้อนุ่ม ลูกน้อยหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อให้ผู้เป็นแม่ด้วยความอ่อนโยนจนเธออดยิ้มไม่ได้ “มี้เหนื่อยไหม” “ไม่ค่ะ ยังไม่เหนื่อย” “ทำไมเพื่อนมี้ทำห้องรก” ก็เพราะไม่ใช่เพื่อนมี้ยังไงล่ะถึงได้จัดหนักห้องจนได้สภาพแบบนี้ หลายวันที่ผ่านมาลูเซียชอบแอบมาคุยกับลูกบ่อยครั้ง รู้ตัวอีกทีคลาวด์ก็เชื่อคำพูดอีกฝ่ายสนิทใจว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกัน “ไม่เป็นไรค่ะ หม่ามี้ไหว” “ไหวก็รีบทำงาน อู้อยู่ได้” “...!” เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากทางด้านหลังชาลีหันขวับมองไปตามต้นเสียงก็เห็นว่า ลูเซียในชุดเสื้อยืดกางเกงสแลกส์กำลังยืนกอดอกมองมาที่เธอด้วยความหงุดหงิดใจ “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาเด็กมา ฟังไม่รู้เรื่อง?” “ฉันบอกคุณแล้วไงคะ ว่าลูกฉันเด็กเกินกว่าจะให้อยู่บ้านคนเดียว” “ก็เอาไปฝากไว้สิ! คิดไม่ได้?” น้ำเสียงนั้นเข้มขึ้นเมื่ออารมณ์โกรธมีมากขึ้น “เป็นแม่คนแล้วยังไม่มีหัวคิด” คำต่อว่าของเจ้าของห้องทำเธอลอบถอนหายใจออกมา ทำไมจะไม่คิด แต่ละแวกนี้มันเขตออฟฟิศ จะมีสถานที่รับเลี้ยงเด็กได้ยังไงล่ะ! เขานั่นแหละที่ไม่มีหัวคิด “คุณลุงไม่ชอบคลาวด์เหรอ...” น้ำเสียงสั่นเครือดังขึ้นมาจากเด็กน้อยที่นั่งแหมะฟังผู้ใหญ่เถียงกัน เมื่อชาลีหันกลับไปดูก็เห็นว่าหน้าเล็กๆ แดงก่ำทำท่าจะร้องไห้ คนเป็นแม่รีบเดินกลับเข้าไปหาลูกพร้อมกับสวมกอดเอาไว้ “ไม่ใช่นะคะน้องคลาวด์ ไม่มีใครไม่ชอบน้องคลาวด์นะคะ...” “ฉันไง...ไม่ชอบ” น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นมาแทรกคำพูดหญิงสาวกลางคัน ชาลีตวัดตาใส่คนตัวสูงด้วยความโกรธ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นขอบตา เมื่อได้ยินเขาพูดเต็มปากว่าไม่ชอบลูก แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับคืนไปเพราะเริ่มได้ยินเสียงสะอื้นเล็กๆ ดังขึ้นมาจากคนในอ้อมกอด “ให้มาทำงาน ไม่ได้ให้มาโอ๋กัน” คำพูดจากคนตัวสูงไม่ได้ทำให้เธอขยับตัวออกจากลูกชายแม้แต่น้อย คนเป็นแม่จะมีกะจิตกะใจทำงานได้ยังไงถ้าลูกยังร้องไห้อยู่แบบนี้ “พ่อก็ไม่รักหรือเปล่า ถึงทิ้งให้อยู่กับแม่” เพียะ! คนตัวเล็กพุ่งเข้าไปหาร่างสูงอย่างลืมตัว รู้ตัวอีกทีมือเรียวก็ฟาดลงบนซีกหน้าของอีกฝ่ายจนใบหน้าคมคร้ามสะบัดตามแรงมือโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ตบเสร็จก็ต้องรีบซ่อนมือที่กำลังสั่นเทาของตนเองไว้ด้านหลัง “ฮือ...” ลูกชายตัวน้อยร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม เพราะสัมผัสถึงบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องได้ และเป็นจังหวะเดียวกับเชร์เดินเข้ามาในห้อง “เอาเด็กออกไป / ฉันฝากลูกหน่อยค่ะ” บอดีการ์ดหนุ่มไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่รีบอุ้มเด็กน้อยออกจากห้องทันทีหลังจากได้ฟังคำสั่งของผู้เป็นนายและน้ำเสียงเจือด้วยอารมณ์โกรธของแม่เด็ก ปัง! เสียงประตูห้องพักปิดลงเป็นสัญญาณของการเริ่มปะทะคารมระหว่างคนทั้งสอง เจ้าของดวงตาสีเทาเป็นคนแรกที่ปรี่เข้ามาบีบคางมนของอีกฝ่ายจนเจ็บแปลบ “กล้ามากนะที่ตบฉัน” “คนอย่างคุณแค่ตบมันน้อยไป!” “โกรธแทนลูกตัวเอง” “ไม่มีพ่อแม่คนไหนทำลูกตัวเองเสียใจหรอก” ชาลีโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ สะบัดใบหน้าจนมือสากหลุดจากการเกาะกุม “หัดสงสารเด็กบ้าง ลูกฉันไม่เกี่ยวกับเรื่องของเรา” “อย่าใช้คำว่า ‘ของเรา’ ไม่มีเรา มีแต่เธอกับฉัน” “...” “อย่าคิดว่าฉันจะสงสารลูกที่เกิดจากผัวใหม่ของเธอ ผู้หญิงอย่างเธอเป็นแม่คนได้ก็ประหลาดใจจะแย่” คำพูดโหดร้ายจากอดีตคนรักไม่ได้ทำให้ชาลีสะทกสะท้าน ก่อนกลับมาเจอเขา เธอเองก็ผ่านคำพูดแบบนี้มาตั้งเท่าไหร่ ชาลีในตอนนี้เข้มแข็งเกินกว่าจะสนใจลมปากของคนที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอกับลูกดีขึ้น “แต่ฉันกลับไม่ประหลาดใจเลย ที่ผู้ชายอย่างพี่ไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมให้เป็นพ่อของลูก” “ชาลี!!” “ถ้าโกรธเกลียดฉันก็ทำแค่ฉัน อย่าให้เห็นว่าทำน้องคลาวด์ร้องไห้อีก” นิ้วชี้เรียวยกขึ้นจ่อหน้าคนตัวสูงคาดโทษ “ไม่งั้นคนที่จะเสียใจในอนาคตก็คือพี่” »»-------✧-------««
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD