บทที่ 1 คุณหนูคีตะวัน
“นี่มันเรื่องอะไร” คีรินยื่นข่าวในสมาร์ทโฟนให้ลูกสาวตัวเองดูเพราะข่าวฉาวกำลังเป็นที่ถกเถียงกันในโลกออนไลน์ว่าลูกสาวตัวดีเพิ่งแย่งแฟนคนอื่น
“ก็แค่ข่าวนะคะคุณแม่”
คีตะวันยังคงนั่งเล่นไอแพดโดยไม่สนใจเสียงของมารดานักข่าวคงไม่มีข่าวอะไรที่จะเล่นงานเธอแล้วจึงไปขุดรูปเก่าๆ ขึ้นมา
“แค่ข่าว แต่แกควงผู้ชายขึ้นคอนโดเนี้ยเหรอ” คีรีนแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนีลูกสาวตัวดีแต่ละวันสร้างแต่ข่าวไม่ดีสมกับฉายานางร้ายชอบแย่งแฟนคนอื่น
“ก็ซันนี่กับดลเราเป็นแค่เพื่อนกันค่ะคุณแม่อย่าคิดมากเลย”
ณดลที่คีตะวันพูดถึงคือทั้งสองเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันและรูปที่ออกมานั้นทั้งสองพักอยู่คอนโดเดียวกันไม่แปลกที่จะเจอหน้ากันบ้าง
“ซันนี่แม่อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วนะ” คีรินมีลูกสาวคนเดียวคือคีตะวันและเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาโดยตลอดทั้งเลี้ยงลูกทั้งเป็นกรรมการผู้บริหารดูแลกิจการนับหมื่นล้านแทนพ่อของคีตะวันที่ประสบอุบัติเหตุเสียไปเกือบสิบปีแล้ว
“คุณแม่ก็เอาหน้าไว้ที่บ่านั่นแหละค่ะ”
“ยัยซันนี่! ต่อไปถ้าแกมีข่าวอะไรที่ไม่ดีอีกฉันจะส่งแกไปดัดนิสัยที่บ้านนอก นิสัยแกนี่เหมือนใคร”
“คุณแม่ขา ลูกแม่ก็เหมือนแม่สิคะจะให้เหมือนคนข้างบ้านไม่ได้”
“ยัยซันนี่!” คีรินอยากจะร้องกรีดร้องออกมาคีตะวันถอดแบบเธอสมัยวัยรุ่นมาไม่มีผิดโชคดีพอได้มาเจอกับพ่อของคีตะวัน คีรินจึงยอมเชื่อฟังสามี
คีตะวันเดินออกมาทิ้งให้มารดาโมโหอยู่คนเดียวก็เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิดนักข่าวก็เล่นข่าวเอง เธอกับณดลแค่เพื่อนร่วมงานกันเมื่อขึ้นมานั่งบนรถจึงเปิดดูคอมเม้นซึ่งมีคนมารุมด่าเธอ
“พวกบ้าน่าจะฟ้องให้เข็ด”
‘หน้าตาก็ดีบ้านก็รวยไงถึงควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า’
‘อย่ามายุ่งกับณดลขอลฉันนะ’
‘ครั้งก่อนก็มีข่าวแย่งแฟนรุ่นน้อง’
‘ร้ายทั้งในจอและชีวิตจริง’
คีตะวันจึงปิดคอมเม้นต์หนีเบื่อพวกที่ดีแต่พิมพ์ครั้งก่อนที่มีข่าวว่าคีตะวันแย่งแฟนรุ่นน้องเธอกับเจตนิพัทธ์เคยคบหาดูใจกันในช่วงเวลาหนึ่งแต่ก็โดนดาราน้องใหม่แย่งไปและทิ้งให้เธอเป็นคนร้าย
ครืด ครืด ครืด
“ค่ะพี่จีจี้”
“ทำอะไรลงรู้ไหมเจ้าภาพโทรมายกเลิกงานกันหมดแล้ว”
“ก็ยกเลิกให้หมดเลยค่ะซันนี่เบื่อ”
“ยัยซันนี่” จีรภัทรหรือจีจี้สาวประเภทสองที่ดูแลคีตะวันมาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการเริ่มปวดหัวขึ้นมาเมื่อเอาเด็กในสังกัดไม่อยู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดข่าวเสียหายทุกครั้งแม่ของคีตะวันจะเป็นคนใช้เงินปิดข่าวไว้
“แค่นี้นะคะซันนี่ปวดหัว” คีตะวันวางสายไม่สนใจเสียงตะคอกของผู้จัดการ เธอสนใครที่ไหนหญิงสาวขับรถมุ่งตรงไปที่คอนโดหรูของตัวเอง
คีตะวัน ธนโชควาณิช ชื่อเล่น ซันนี่ วัย 24 ปี ดารานางแบบดาวรุ่งในบทบาทของนางร้ายที่ชอบแย่งคนรักของคนอื่น นิสัยไม่แคร์ใครเอาแต่ใจตัวเองและไม่ฟังใคร มีแม่คอยหนุนหลังคลอดลูกคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล
“ซันนี่คิดถึงพ่อจังเลยค่ะ” หญิงสาวมองไปที่รูปถ่ายของบิดาที่จากไปแล้วเกือบ 10 ปี
คุณคณิน ธนโชควาณิช ที่สร้างอาณาจักรใหญ่โตเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านแต่อายุสั้นเพราะเสียชีวิตรถประสานงากับรถบรรทุกเสียชีวิตคาที่ในวัยเพียง 38 ปี ทิ้งให้ภรรยารับภาระดูแลทุกอย่าง จนคีรินละเลยความรู้สึกของลูกสาวคนนี้
ติ้งต่อง
เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นคีตะวันจึงเดินมาเปิดโดยลืมดูกล้องว่าใครเป็นคนมาหาพอเปิดไปกับเจอคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดอย่างเจตนิพนธ์ อดีตแฟนหนุ่มของเธอ
“ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม”
“มาขอส่วนบุญอะไรอีก!” คีตะวันยอมให้อดีตแฟนหนุ่มเข้ามาให้ห้องเพราะกลัวจะมีข่าวออกไปอีก
“ซันนี่ เจตผิดไปแล้ว”
“ผิด? ผิดแล้วไม่แก้ข่าวละว่าดาราหน้าตาใสซื่อแท้จริงก็ร่านไม่น้อย”
เมื่อคิดถึงดาราสาวรุ่นน้องอย่าง เกวลิน ที่กำลังดังในทุกวันนี้แล้วรู้สึกเจ็บใจ หญิงสาวรับบทนางเอกอ่อนแอจนผู้คนติดภาพใครจะคิดว่าคนที่รับบทนางเอกมาตลอดจะแอบมาลักลอบคบกับแฟนของเธอ
“ก็ซันนี่ไม่ยอมให้...”
“ยัยเกลคันขนาดนั้นเลยเหรอเจตถึงยอมไปนอนกับมัน” วันที่เธอเปิดประตูห้องของเขาไปแล้วเจอทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมโดยไม่มีอะไรติดตัวสักชิ้นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าทำอะไรกันมา
“ซันนี่เจตอยากขอโอกาส”
“โอกาสมันไม่มีแล้วเจต เจตทำลายความไว้ใจของเราไปจนหมดแล้ว แถมเจตยังเอาเหตุผลที่เห็นแก่ตัวมาเป็นข้ออ้างว่าซันนี่ไม่ยอมนอนด้วย”
“เจตไม่เคยรักเกลเลยนะ เจตรักซันนี่คนเดียว” หากว่าหญิงสาวไม่รวยอย่าหวังเลยว่าเขาจะตามมาง้อแถมเล่นตัวไม่ยอมนอนกับเขาอีก
“เจตไม่เคยรักเกลเลยเหรอแล้วที่นอนด้วยกันหมายความว่าอะไรละ” คีตะวันยิ้มอย่างคนมีแผนร้ายคนอย่างเจตนิพนธ์ไม่มีวันตามเกมเธอทัน
“ก็เกลง่ายเอง...”
ปัง!
เกลวลินเปิดประตูห้องของคีตะวันเข้ามาพร้อมแววตาที่ดูโกรธเธอได้รับสายของคีตะวันและได้ยินเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดและโกรธชายหนุ่มไม่น้อย
“เกลคุณมาได้ยังไง”
“ฉันได้ยินทั้งหมดแล้ว” เกวลินมองไปที่เจตนิพนธ์อย่างเกลียดชังที่แท้ชายหนุ่มก็แค่หวังผลประโยชน์เท่านั้น
“ซันนี่ทำแบบนี้ทำไม”
“ออกไปคุยกันที่อื่นไม่งั้นฉันจะแฉพวกแกให้หมดทุกคนเลยหรืออยากจะลอง”
เจตนิพนธ์จึงลากเกวลินออกไปคีตะวันรู้สึกเบื่อจึงโทรนัดเพื่อนสาวอย่างขวัญพิชชา ซึ่งเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของคีตะวันที่จริงใจเสมอมา
“ว่าไงยะ”
“เบื่อๆ ขอไปผับผัวแกได้ป่ะ”
“ได้จ้าเจอกัน”
ตกเย็นหญิงสาวจึงอาบน้ำแต่งตัววันนี้คีตะวันอยู่ในชุดเกาะอกสีดำกระโปรงรัดรูปสวมส้นสูงสีดำและเกล้าผมขึ้นทำให้เห็นลำคอระหงชุดสีดำขับกับผิวขาวเนียนได้อย่างลงตัว
“นมใหญ่ซะมัดเลย”
หน้าอกไซส์ 36 ของเธอทำให้หญิงสาวเป็นคนที่น่ามองทั้งตัวและใบหน้าพ่อกับแม่เป็นคนให้มาโดยที่ไม่ต้องเพิ่งมีดหมอ
เมื่อกำลังจะออกไปก็เห็นซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะซึ่งแม่เป็นคนให้มาไม่รู้อะไรดลใจให้หญิงสาวเปิดดู
“ไร่ผลไม้มนต์รัก” คีตะวันพลิกดูไปมาแต่ก็ไม่ได้สนใจและวางลงที่เดิมเตรียมตัวออกไปดื่มกับเพื่อน
คีตะวันเดินเข้ามาทางห้องวีไอพีที่คนรักของเพื่อนจองไว้ให้และนั่งลงอย่างเบื่อหน่าย ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นข่าวไปหมดไม่รู้ว่านักข่าวขยันทำข่าวอะไรนักหนา
“มาแล้วจ้า” ขวัญพิชชาเดินมาพร้อมกับบดินทร์เจ้าของไนต์คลับแห่งนี้
“สวัสดีค่ะพี่ดิน” คีตะวันทักทายบดินทร์ตามประสาคนรู้จักชายหนุ่มคบกับเพื่อนของเธอมาเกือบหนึ่งปีแล้ว ด้วยความที่บดินทร์เป็นคนเก่งคีตะวันมักจะคุยเรื่องธุรกิจกับเขา
“สวัสดีครับซันนี่ตามสบายกันเลยนะวันนี้เพื่อนพี่มา พี่ต้องขอตัวไปดูแลเพื่อนก่อน”
“แกรู้ป่ะตอนฉันเข้ามาฉันเจอใคร”
“ใคร?”
“ไอ้เจตไงมันรู้ได้ไงว่าเธอมาที่นี่” ขวัญพิชชาเจ็บใจแทนเพื่อนที่โดนผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้นรังแกแถมไม่ยอมแก้ข่าวให้อีก
“ปล่อยไปเถอะเรามาดื่มฉลองให้ความโสดของฉันกัน”
คีตะวันดื่มไปหลายไปหลายแก้วจนเริ่มเมามายจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำในระหว่างนั้นเองที่เจอเข้ากับเจตนิพนธ์อย่างจัง
“ซันนี่มาเที่ยวเหรอเมาหรือเปล่า”
“อย่ายุ่งได้ป่ะ”คีตะวันสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรถึงได้ตามราวีชีวิตเธอนักหนา
“เจตขอโทษ ขอให้เจตแก้ตัวได้ไหม”
“กลับไปแก้ผ้ากับยัยเกวเถอะ ปล่อย!” หญิงสาวเริ่มหัวเสียที่โดนชายหนุ่มรั้งไว้ เมื่อจะหลุดพ้นก็มีเสียงตะคอกของคนหนึ่งดังเข้ามา
“อีหน้าด้าน ไหนว่าเลิกกันแล้ว” เกวลินเดินเข้ามาควงแขนชายหนุ่มไว้แน่น
“หวงเหรอ? หวงก็ล่ามโซ่ไว้อย่าปล่อยให้ตามเห่าหอนคนอื่น เหมาะกันดีผีเน่ากับโลงผุ” คีตะวันหัวเราะออกมาอย่างสะใจที่เห็นหญิงสาวโกรธ
“แก..”
“อย่าเกล”
“ฉันจะบอกอะไรให้นะว่าที่สามีฉันหล่อรวยกว่าพวกแกหลายร้อยเท่า และเขาก็ไม่เกาะผู้หญิงเหมือนนายหรอก”
“ไหนละคะแฟนพี่ซันนี่อย่ามาโกหกเลย”
คีตะวันต้องไม่แพ้กำลังจะอ้าปากเถียงแต่หันไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมจนเห็นแผงอกกำลังยื่นคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลจากเธอ ใบหน้าของเขาดูดีหล่อกว่าพระเอกที่เธอเคยเล่นละครด้วย
“ซันนี่อย่ามาโกหกเจตเลย” ชายหนุ่มจะไม่ยอมให้ใครได้เชยชมคีตะวันเด็ดขาดนอกจากตัวเขา
“ที่รักคะ มาคุยมือถือซะนาน” คีตะวันเกาะแขนชายหนุ่มคนนั้นไว้แน่นและเล่นละครตบตาได้อย่างแนบเนียน และภาวะนาอย่าให้เขาหักหน้าเธอเลย
“ไม่จริงซันนี่”