ตรีเมฆกำลังหน้าเหวอที่โดนหญิงสาวปริศนาเดินมาควงแขนและเรียกเขาอย่างกับเป็นคนรักกันมาก่อน จึงเงียบเพื่อรอดูสถานการณ์
“นี่ไงคนรักฉันหล่อรวยไม่ต้องเกาะผู้หญิง”
คีตะวันเกาะเขาไว้แน่นเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะพูดอะไรที่หักหน้าเธอ ไม่อย่างนั้นคงอายทั้งสองคนแน่
ตรีเมฆพอจะเดาออกหญิงสาวคงเลิกรากับชายหนุ่มคนนี้และโดนทั้งสองดูถูกแต่ไม่ใช่เรื่องของเขาจึงจะปฏิเสธต่อพอได้สบตากับคนตรงหน้าหัวใจที่เคยด้านชากับรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา
“จะเป็นไปได้ยังไง” เกวลินไม่อยากจะเชื่อว่าคีตะวันจะหาแฟนใหม่ได้เร็วขนาดนี้ แถมยังหล่อดูภูมิฐานซึ่งเจตนิพนธ์เทียบไม่ติดด้วยซ้ำ
“เจตไม่เชื่อ ซันนี่โกหก”
“ทำไมแฟนผมต้องโกหกด้วยครับ” ตรีเมฆพูดออกไปแต่สายตากับจ้องไปที่เนินอกที่โผล่พ้นเสื้อออกมาและแอบรอบกลืนน้ำลายลงคอ
“จะ จริงเหรอที่คุณคบกับซันนี่”
“หรือจะให้ผมพิสูจน์ให้ดู?” ตรีเมฆไม่พูดเปล่าแต่จับท้ายทอยของหญิงสาวเข้าหาตัวเองและประกบจูบลงไปจนคีตะวันตกใจกับการกระทำของเขาไม่น้อย จูบแรกของเธอ
“เราไปกันดีกว่าครับผมไม่อยากอยู่ที่นี่นาน”
คีตะวันโดนลากออกมาเมื่อตั้งสติได้จึงสะบัดมือออกและหันมาเอาเรื่องเขาที่กล้าดียังไงถึงมาจูบเธอโดยที่เธอไม่อนุญาต
“ปล่อยฉัน”
“ผมช่วยคุณไว้แท้ๆ”
“ใครใช้ให้นายมาจูบฉัน เอานี่ไปถือว่าเป็นค่าตัวนาย” คีตะวันยื่นแบงก์เทาให้ห้าใบแต่ชายหนุ่มไม่ยอมรับไว้
“ผมไม่อยากได้เงิน”
“แล้วนายอยากได้อะไร” ตรีเมฆไม่พูดเปล่าแต่ดึงหญิงสาวเข้ามาจูบอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นจูบที่ดูดดื่มกว่าครั้งแรกเพราะตรีเมฆส่งลิ้นอุ่นๆ เข้ามาทักทายหญิงสาวในโพรงปาก
“ถือว่าเป็นค่าที่ผมช่วยคุณ”
“ไอ้สาระเลว” คีตะวันรับไม่ได้กับการกระทำของเขาจึงอดทนไม่ไหว
เพี้ยะ
“ไอ้เมฆมาอยู่นี่เอง อ้าว ซันนี่มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ” บดินทร์เดินเข้ามาหาทั้งสองคนโดยที่หญิงสาวใบหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักเขาเดินตามหาเพื่อนตั้งนาน
“เปล่าค่ะ”
“เดี๋ยวพี่จะขออนุญาตพาเพื่อนไปนั่งที่โต๊ะด้วยนะครับซันนี่สะดวกใช่ไหม”
“ค่ะ”
คีตะวันจึงเดินเข้าห้องวีไอพีตามด้วยตรีเมฆที่รู้สึกถูกใจหญิงสาวไม่น้อย ทิ้งให้บดินทร์รู้สึกสับสนว่าทั้งสองโกรธใครมาวึ่งบรรยากาศในห้องดูอึมครึมไปหมด
“เอ่อ มึงรู้จักกันแล้วเหรอ”
“ไม่รู้จัก / รู้จัก” ทั้งบดินทร์และขวัญพิชชาจึงมองหน้ากันว่าทั้งสองเป็นอะไรถึงดุเหมือนโกรธกันมา
“สรุปรู้จักหรือไม่”
“ไม่ค่ะเราไม่รู้จักกัน” คีตะวันชิ่งตอบก่อนและนั่งกอดอกเชิดหน้าไม่สนใจคนตรงหน้าที่เหมือนตั้งใจจะมองเธอ เมื่อคิดถึงรอยจูบของเขาทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงสั่นไหวขึ้นมา
“ซันนี่ทำไมนั่งเงียบมาดื่มดีกว่า” ขวัญพิชชาเห็นเพื่อนนั่งนิ่งจึงชวนคุยเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเบื่อหน่ายเพราะแฟนหนุ่มพาเพื่อนมานั่งด้วย
“ฉันว่าฉันกลับดีกว่า”
“ซันนี่จะกลับแล้วเหรอครับยังไม่ดึกเลย” บดินทร์ไม่เข้าใจว่าทั้งเพื่อนและคีตะวันเป็นอะไรกันขึ้นมาถึงได้นั่งเงียบผิดปกติ
“เดี๋ยวฉันเดินลงไปส่ง”
“ไม่เป็นไรลานจอดรถอยู่ตรงนี้เอง” คีตะวันเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะมองตรีเมฆการมาเที่ยวในวันนี้ถือว่าเป็นวันที่แย่ที่สุดยังจะมาเจอคนที่ขโมยจูบเธอไปอีก
“จะรีบกลับไปไหนละ” ตรีเมฆเดินเข้ามามือล้วงกางเกงไว้และส่งยิ้มมาให้คนตรงหน้า
“ฉันจะรีบกลับหรือไม่มันเกี่ยวอะไรกับนายไม่ทราบ”
ถือว่าปากเก่งดี ตรีเมฆไม่รู้ทำไมถึงอยากแกล้งหญิงสาวนักจึงเดินเข้ามาใกล้และกักตัวหญิงสาวไว้ไม่ให้หนีไปไหนถ้ามองไกลๆ ก็เหมือนกับว่าทั้งสองอยู่ในท่าที่ไม่ดูดีเท่าไร
“ถอยไปนายจะทำอะไร นายไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร” คีตะวันเริ่มโมโหที่ชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มจะคุกคามเธออีกครั้งแถมยังยิ้มหน้าตาเฉย
“รู้สิ! เป็นนางร้ายที่ชอบแย่งแฟนคนอื่นไง” ที่เขารู้เพราะบดินทร์เป็นคนบอกแต่พอได้พูดคุยเหมือนว่านิสัยของคีตะวันจะเป็นอีกแบบเหมือนเด็กน้อยเสียมากกว่า
“ไอ้บ้า ปล่อย”
คีตะวันดิ้นจนหลุดพ้นจากพันธนาการของเขาและรีบขึ้นรถไปโดยที่หัวใจยังคงสั่นไหวทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชายหนุ่ม ในระหว่างนั้นเองก็มีนักข่าวมือดีได้บันทึกภาพนั้นไว้ พร้อมกับรอยยิ้มร้ายที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
‘ข่าวฮอตประจำวันนี้ ดารานางร้ายอักษรย่อ ซนคตว แอบทำอะไรที่ไม่ดีไม่งามในลานจอดรถของไนต์คลับดังโดยไม่อายฟ้าอายดิน อะไรจะอยากขนาดนั้นแม่คุณ’
เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปพร้อมกับรูปหลักฐานที่เห็นหน้าของคีตะวันชัดเจนแต่ชายหนุ่มอีกคนเห็นเพียงแผ่นหลัง คีรินถึงกับความดันขึ้นเมื่อได้อ่านข่าวนี้
“คุณผู้หญิงคะ”
“ขอยาดมให้ฉันหน่อย” คีรินแทบจะเป็นลมที่ลูกสาวเพียงคนเดียวมีข่าวฉาวทุกวันแต่ครั้งนี้เหมือนจะหนักกว่าทุกครั้ง แต่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดัดนิสัยของลูกสาว
“ติดต่อคนนั้นให้ฉันหน่อย”
“ค่ะ”
คีรินจะส่งลูกสาวเพียงคนเดียวไปดัดนิสัยที่ต่างจังหวัดจะได้ช่วยขัดเกลานิสัยให้ดีขึ้นมาได้ คำขอครั้งนี้หวังว่าคนทางนั้นจะช่วยรับปาก
ครืด ครืด ครืด
“ฮัลโหล”
“นังลูกไม่รักดีแกไปสร้างข่าวฉาวอะไรอีก”
“แม่พูดอะไร?”
“ข่าวที่บอกว่าแกคันจนต้องเอากันในลานจอดรถไง ฉันจะส่งแกไปอยู่บ้านนอกอีก 3 วัน เตรียมตัวไว้”
“หนูไม่ไป”
“ไม่ไปฉันก็จะบังคับแกไปไอ้บัตรเครดิตฉันจะตัดให้หมดรวมถึงรถที่แกขับด้วย”
คีตะวันตัดสายแม่ทิ้งและเข้าไปดูข่าวซึ่งเป็นรูปเมื่อคืนทั้งที่ความจริงก็ไม่ใช่แบบนั้นทำไมถึงเขียนข่าวเนื้อหาแย่ๆ ลงไปได้พร้อมกับคอมเม้นต์ด่าเธออีกมากมายพูดแล้วเบื่อไปชอปปิ้งกันดีกว่า
“บัตรนี้ใช้ไม่ได้ค่ะ”
“อะไรนะ!”
คีตะวันจึงหยิบบัตรเครดิตขึ้นมาอีกหนึ่งใบแต่ก็เหมือนเดิมเหมือนกับว่าแม่ของเธอจะไม่ได้พูดเล่นอีกต่อไป เมื่อยื่นอยู่สักพักก็ได้ยินคนนินทาจึงรีบเดินออกมาด้วยความอับอายและมุ่งหน้าไปหาแม่ที่บริษัท
“เข้าไม่ได้นะคะคุณ”
เลขาสาวหน้าห้องพยายามไม่ให้คีตะวันเข้ามาในห้องทำงานของแม่เพราะคีรินมีธุระที่สำคัญจะคุยกับใครคนหนึ่ง คีตะวันจึงเปิดประตูเข้ามาและคนที่เธอเห็นคือผู้ชายคนนั้น
“ขอโทษค่ะดิฉันห้ามแล้วค่ะ”
“นายมาทำอะไรที่นี่!” คีตะวันเดินเข้ามาหาตรีเมฆที่นั่งคุยกับแม่ของเธอ ทั้งสองไปรู้จักกันตั้งแต่ตอนไหน
“ซันนี่อย่าเสียมารยาทกับแขกของแม่” คีรินส่ายหัวกับลูกสาวตัวเองและให้เลขาสาวออกไปทำงานต่อ
“แม่ไปรู้จักกับนายคนนี้เขาได้ยังไงคะ”
“ซันนี่พูดกับพี่เขาให้เพราะๆ หน่อย”
คีตะวันเริ่มคิดไม่ดีหรือว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นรักของแม่แต่แม่ก็ไม่น่าจะคบผู้ชายที่อายุน้อยกว่าขนาดนี้และเธอก็จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทนที่แม่ของเธอ
“หรือว่าเป็นแฟนของแม่คะ”
“ซันนี่คุณตรีเมฆเขาไม่ได้มีอะไรกับแม่”
“จะใช่หรือไม่ใช่หนูก็ไม่ยอมให้ใครมาแทนที่พ่อหรอกค่ะ แม่มัวแต่ทำงานไม่สนใจหนูเลยสักนิดต่อให้หนูจะเป็นจะตายยังไงแม่ก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ค่อยดูนะหนูจะทำตัวเหลวแหลกให้แม่อกแตกตายไปเลย”
“ยัยซันนี่”
เพี้ยะ!
คีรินตกใจที่ตัวเองเผลอทำร้ายลูกตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยลงมือทำร้ายลูกตัวเองเลย คีตะวันยังคงตกใจที่แม่กล้าตบเธอต่อหน้าคนอื่นนั้นหมายความว่าแม่ไม่สนใจเธออีกแล้ว
“แม่ขอ...”
“ไม่ต้องมายุ่งกับหนู ต่อให้จะมีแฟนเด็กหรืออะไรก็อย่ามายุ่งกับชีวิตหนู นายคงสะใจมากละสิ” คีตะวันหันมาเอาเรื่องตรีเมฆที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่
“ซันนี่ฟังแม่ก่อน”
คีตะวันวิ่งออกไปจากห้องทำให้คีรินความดันขึ้นมาอีกครั้งคีตะวันเริ่มต่อต้านเธอตั้งแต่เริ่มโตเป็นสาวและแข็งข้อขึ้นเรื่อยมา
“เดี๋ยวผมเรียกเลขาให้ครับ”
“ไม่ต้องค่ะยัยซันนี่โกรธแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายคุณต้องดูแลลูกสาวฉันให้ดีนะคะ” คีรินฝากฝังให้ตรีเมฆเป็นคนดูแลคีตะวันต่อเพราะยังไงลูกสาวของเธอต้องไปอยู่กับตรีเมฆ
“อีก 3 วันคุณคีรินส่งคุณซันนี่มาที่ไร่ได้เลยครับ”
“ขอบคุณมากนะคะบุญคุณครั้งนี้ถือว่าเราหายกัน”
“ผมขอตัวก่อนครับ” ตรีเมฆเดินลงมาเพื่อให้ทันหญิงสาวที่เขาอยากเจอแต่ก็ไม่ทันเพราะเห็นหลังรถแล่นออกไปแล้ว
“คิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น” ตรีเมฆมองไปจนรถหายลับสายตาไปแล้วหยิบแว่นตาดำขึ้นมาสวมก่อนจะเดินขึ้นรถสปอร์ตคันหรูมูลค่าหลายสิบล้าน เขาแค่มาสารภาพว่าคนที่อยู่ในข่าวคือตัวเขาเองซึ่งทำให้คีรินสบายใจขึ้นมา