คนที่บอกว่าไม่ไปสวนส้มเมื่อคืนตอนนี้มานั่งหาวอยู่กลางสวนเพราะตรีเมฆเล่นปลุกหญิงสาวตั้งแต่ตี 5 พอไม่ยอมก็มาลากเธอลงจากที่นอนจนหญิงสาวไม่พอใจ
“ตะกร้าเก็บไปอย่าอู้”
“คนบ้าคอยดูเถอะ...”
เมื่อเริ่มสายแดดเริ่มออกคีตะวันที่ไม่มีหมวกจึงเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาเมื่อมองไปที่ตะกร้าตอนนี้มีส้มอยู่แค่ลูกเดียวเพราะคีตะวันไม่ยอมทำตามที่ชายหนุ่มบอก
“ซันนี่ฉันบอกให้ทำอะไร”
“ก็แดดมันร้อนอ่ะ ฉันอยากกลับบ้าน”
ตรีเมฆมองไปที่ตะกร้าแล้วมองกลับมาที่หญิงสาวอีกครั้งเขาแค่หายไปไม่นานหญิงสาวก็ไม่ทำอะไรในระหว่างที่ทั้งสองกำลังยื่นเถียงกันอยู่คุณากรก็เดินเข้ามา
“ไอ้เมฆไปเอาสาวมาจากไหนวะ” คุณากรมองหญิงสาวด้วยสายตาที่เป็นมิตรจนคีตะวันส่งยิ้มให้
“ฉันชื่อซันนี่ค่ะ”
“ผมคุณากร เรียก พี่กรก็ได้ครับ” ทั้งสองจับมือทักทายกันและส่งยิ้มให้กันจนตรีเมฆไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ไปเก็บส้ม”
“นี่นายก็มันร้อนผิวขาวๆ ของฉันก็คล้ำหมดดิ”
“นั้นเดี๋ยวพี่ไปช่วยครับ เอาหมวกพี่ไปใส่กันแดดก่อน” คุณากรอาสาที่จะไปช่วยหญิงสาวเก็บส้มเพราะดูท่าทางแล้ววันนี้น่าจะไม่เสร็จง่าย
“น่ารักจังเลยค่ะไม่เหมือนคนแถวนี้ไม่หล่อแล้วยังจะใจดำอีก” คีตะวันรับหมวกมาสวมและเดินไปพร้อมกับคุณากรโดยหันกลับมาแลบลิ้นให้ตรีเมฆเพื่อเป็นการเยาะเย้ย
“ไอ้เบิ้ม! ไปคอกม้า” ตรีเมฆทั้งโกรธทั้งโมโหคีตะวันและมาขี่ม้าเพื่อเป็นการระบายอารมณ์อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะเป็นเวลาทานอาหารเช้าของลูกน้อง
“ไปหึงไปหวงใครมา” เบิ้มถึงกับส่ายหัวที่เจ้านายทำตัวเหมือนกับกำลังอกหัก
08.00 น. ก็ได้เวลาทานข้าวคีตะวันก็เดินมาพร้อมกับคุณากรและคุยกันอย่างสนุกสนานจนลืมตรีเมฆไปสนิท ส่วนคนหน้ายักษ์ก็เดินมาพร้อมกับถาดข้าว
ปัง
“ฉันขอนั่งด้วยคน” ตรีเมฆนั่งลงข้างกายคีตะวันและลงมือจัดการอาหารตรงหน้าตอนนี้เขากำลังไม่พอใจที่หญิงสาวกล้าส่งยิ้มยั่วยวนเพื่อนของเขา
“ซันนี่จะกลับกรุงเทพเมื่อไรครับเอาไว้วันหยุดเดี๋ยวพี่พาไปเที่ยวแถวนี้รับรองบรรยากาศดี” คุณากรชอบคีตะวันอย่างหนึ่งหญิงสาวเป็นคนคุยเก่ง
“วันอาทิตย์ก็ได้นะคะ” คีตะวันกินข้าวไปและคุยกับคุณากรไปเหมือนกับว่าตรงนั้นไม่มีตรีเมฆนั่งอยู่ แถมยังตกอาหารให้จนชายหนุ่มทนไม่ไหว
เคล้ง!
ชวนร่วงลงจากมือจนเกิดเสียงดังเหล่าคนงานต่างพากันมองตรีเมฆ ชายหนุ่มรีบยกน้ำขึ้นดื่มหันมามองคีตะวันอย่างคาดโทษพร้อมกับสั่งเสียงเข้ม
“บ่ายนี้เธอต้องไปเก็บส้มพร้อมกับคนงาน”
“ทำไมฉันต้องไป” คีตะวันพูดตามหลังตรีเมฆทั้งสองจึงนั่งกินข้าวด้วยกันต่อตกบ่ายคีตะวันก็ทำตามแบบที่พูดจริงๆ คือการไปเดินเที่ยวตลาดพร้อมกับคุณากร
“แย่จังเลยค่ะซันนี่ไม่มีเงินสดเลย”
“เดี๋ยวพี่ออกให้ก่อนครับมีค่อยคืน” ทั้งสองเลือกซื้อของจนเย็นคุณากรจึงพาคีตะวันมาส่งพร้อมกับเดินถือของไปไว้ในบ้านโดยมีตรีเมฆนั่งรออยู่แล้ว
“นายอยู่ก็ดีแล้วฉันของเงินหน่อย 5 พัน” คีตะวันเดินเข้ามาเงินกับตรีเมฆเพราะแม่บอกว่าได้ฝากเงินไว้ที่ชายหนุ่มแต่คนหน้ายักษ์ก็ไม่ยอม
“งานการไม่ทำวันๆ มัวแต่เที่ยว ฉันไม่ให้!”
“นี่นาย!”
“เอ่อ ซันนี่เดี๋ยวค่อยคืนพี่ก็ได้ครับ พี่มีธุระต้องทำต่อ” คุณากรรีบขอตัวกลับไม่รู้ว่าตรีเมฆเป็นอะไรถึงได้อารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นหรือว่าจะแอบชอบคีตะวัน
“พี่กรวางของไว้ตรงนี้เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” คีตะวันส่งยิ้มให้ชายหนุ่มจนคุณากรเดินออกจากบ้านไป
“ยิ้มหน้าระรื่นอยากได้เพื่อนฉันมากหรือไง”
“ทำไมคะ ถ้าซันนี่จะชอบพี่กร พี่กาทั้งหล่อทั้งใจดีไม่เหมือนนายเมนส์ไม่มาหรือไงนั่งทำหน้ายักษ์อยู่ได้” คีตะวันตอบกลับใครใช้ให้เขามาว่าเธอก่อน
“ซันนี่! ต่อไปถ้าไม่ทำงานก็ไม่ต้องใช้เงิน”
“นายมันใจดำใจยักษ์ใจมาร ฉันไม่อยากทำสวนไม่อยากตากแดดทำไมนายไม่ฟังบ้าง ไม่เหมือนพี่กรที่ทั้งใจดีและเข้าใจ” คีตะวันโกรธจัดเดินขึ้นห้องไปโดยไม่ถือของขึ้นไปด้วย
ตรีเมฆถึงกับนั่งนิ่งมองตามหลังคีตะวันคนโดนว่าใจร้ายจึงโอนเงินให้เพื่อนเขาไม่ดีตรงไหนทำไมคีตะวันถึงไม่ชอบเกือบสองทุ่มแล้วที่คีตะวันไม่ยอมลงมากินข้าว
“อ้อมเอาข้าวขึ้นไปคุณซันนี่”
“ได้ค่ะ” อ้อมต้องรีบเอาข้าวเอาปลาขึ้นไปให้คีตะวันเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะหิวไม่รู้ว่าโกรธอะไรกันถึงได้อดข้าวประท้วงกันแบบนั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณซันนี่คะ อ้อมเองจ้าเปิดประตูให้หน่อยอ้อมหน่อย”
คีตะวันเมื่อรู้ว่าเป็นใครจึงเดินมาเปิดประตูให้หญิงสาวพร้อมกับได้กลิ่นอาหารหอมๆ ลอยมาจนท้องไส้ร้องขึ้นมา
“อ้อมเอาข้าวมาให้ค่ะกินหน่อยเถอะนะคะ”
“คนใจร้ายคนนั้นให้เอาขึ้นมาให้หรือไง” ต้องเป็นตรีเมฆที่สั่งให้อ้อมเอาข้าวขึ้นมา
“คุณตรีเมฆไม่ได้ใจร้ายเลยค่ะ คุณซันนี่อย่าคิดมากเลยนะคะมากินข้าวก่อนเดี๋ยวอ้อมนั่งอยู่เป็นเพื่อน” เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะเหงาจึงนั่งรอจนกว่าคีตะวันจะทานข้าวเสร็จ
“พรุ่งนี้เดี๋ยวอ้อมพาไปเที่ยวชมไร่ดีไหมจ้ะ”
“ดีเลยอยู่บ้านแล้วเบื่อๆ” คีตะวันจึงอาบมานอนพักผ่อนเพราะต้องสู้รบกับตรีเมฆตลอดเวลา คีตะวันคิดถึงบ้านที่สุดมาอยู่ที่ไร่แห่งนี้ก็ไม่รู้จักใคร
ตรีเมฆที่ทำให้หญิงสาวโกรธวันนี้จึงไม่มากวนคีตะวันเขาเดินทางไปดูคนงานเก็บองุ่นและส้มตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่รอทานข้าวเช้า ชายหนุ่มสั่งให้ไม่ต้องไปปลุกคีตะวัน
ช่วงสายคีตะวันจึงอาบน้ำแต่งตั้วให้ชุดเอี่ยมยีนขายาวพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวและหมวกปีกกว้างถึงแม้จะเป็นชุดธรรมดาแต่พออยู่ในตัวของคีตะวันทุกอย่างกับลงตัวไปหมด
“เอ๊ะ นั่นรถใคร” คีตะวันมองไปที่รถสปอร์ดหรูคันสวยสีเทาควันบุหรี่ที่จอดอยู่ในลานจอดรถ รุ่นนี้ราคาคงไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านซึ่งเป็นรุ่นที่เธออยากได้
“รถของคุณเมฆค่ะ เราอย่าไปใกล้เลยนะคะคันนี้คุณเมฆรักมา” อ้อมบอกหญิงสาวให้ถอยห่างแต่พอรู้ว่าเป็นรถของตรีเมฆคีตะวันจึงคิดอะไรสนุกๆ ได้
“แล้วกุญแจรถอยู่ที่ใครเหรอ”
“อยู่ในบ้านค่ะ...คุณซันนี่อย่าทำแบบนั้นนะคะ” อ้อมห้ามไม่ทันเมื่อหญิงสาวเดินไปในบ้านและหยิบกุญแจรถหรูออกมาแล้วรีบวิ่งขึ้นรถไป
“คุณซันนี่อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ”
“ขึ้นมาสิอ้อม” คีตะวันบอกให้อ้อมขึ้นมานั่งอีกฝั่งแต่หญิงสาวกลับไม่ยอมขึ้นมาจนคีตะวันต้องพูดขึ้นมาอีกรอบ
“อ้อม! ขึ้นมาสิไม่งั้นฉันจะไปคนเดียวนะ”
อ้อมจำใจต้องเดินขึ้นรถไปและนั่งภาวะนาขออย่าให้ตรีเมฆไล่เธอออกก็พอ คีตะวันเร่งเครื่องและออกรถทันทีมุ่งหน้าไปที่ไร่องุ่นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักนัก
“ว้าว ลูกพี่นั้นรถใครคุ้น” โก้หันมาถามตรีเมฆเพราะรู้สึกคุ้นเคยกับรถหรูที่แล่นเข้ามา
“ฉิบ!”
ตรีเมฆถึงกับสบถออกมาเมื่อเห็นรถหรูของตัวเองถูกขับออกมาพร้อมกับร่างบางที่ลงมาจากรถ กลับบ้านไปเขาจะจับตีก้นให้เข็ดว่าอย่ามาลองดีกับเขา
“คีตะวัน!”
“อุ้ย คุณตีเมฆเป็นอะไรคะความดันขึ้นเหรอ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อย่างคนชนะชุดที่หญิงสาวใส่ในวันนี้ทำให้เหล่าคนงานมองกัน จนตรีเมฆรู้สึกไม่ชอบใจ
“เอากุญแจรถฉันมา”
“แค่นี้มาทำเป็นห่วง” คีตะวันโยนกุญแจรถให้ตรีเมฆและแลบลิ้นใส่อย่างหมั่นเขี้ยว จนอ้อมต้องรีบพาออกไปไม่งั้นตรีเมฆคงได้ไล่คนงานออกกันหมด
“คุณซันนี่อย่าไปยั่วโมโหคุณเมฆเลยค่ะ”
“แค่นี้เอง นี่นายฉันขอยืมรถหน่อยได้ป่ะ” คีตะวันไม่ยอมแพ้แค่นั้นยังอยากแกล้งตรีเมฆอยู่
“ไม่!”
“งกอ่ะ แค่นี้เอง” คีตะวันเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มจนตรีเมฆเริ่มหายใจติดขาดเพราะระยะห่างนั้นไม่ไกลกันมาก
“จะทำอะไรซันนี่”
“ขอยืมรถหน่อย จุ้บ” คีตะวันทำให้สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดด้วยการหอมแก้มตรีเมฆต่อหน้าคนงานมากมาย จนอ้อมต้องปิดตาไว้โก้และเบิ้มถึงกับตะลึง
“...”
“แค่นี้เองเขอกันตอนบ่ายนะ” คีตะวันลากอ้อมขึ้นรถไปและขับออกไป
ตรีเมฆกำลังยืนนิ่งตอนนี้เขาทำอะไรไม่ถูกสายตาคนมากมายกำลังจับจ้องมาที่เขา ชายหนุ่มใช้มือลูบแก้มตัวเองพร้อมกับส่งยิ้มออกมา จนโก้และเบิ้มต้องตะคอกเสียงดังเพราะเจ้านายมัวแต่เหม่อลอย
“เจ้านาย!”
“ตะโกนทำห่าอะไร”
“โดนสาวหอมแก้มแค่นี้ถึงกับเหม่อลอยเหมือนคนเพิ่งหัดมีความรัก”
“หุบปากห้ามใครพูดถึงเรื่องนี้อีก” ตรีเมฆรีบเดินออกไปพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นแรงราวกับว่าเขาเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาเสียอย่างนั้น