บทที่2 ความจริง

1963 Words
“คุณพ่อตัดบัตรเคดิตของเจียลี่ทำไมคะ!” เสียงโวยดังขึ้นพร้อมกับลูกสาวคนโตที่เดินเข้ามาภายในห้องทำงานด้วยหน้าที่ขุ่นเคืองไม่น้อย “หากลูกยอมแต่งงานพ่อจะให้ได้ทุกอย่าง” “คุณพ่อยอมทำถึงขนาดนี้เลยหรือคะ” เจียลี่มองหน้าบิดาอย่างผิดหวังหญิงสาวไม่คิดว่าสุดท้ายจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักหรือแม้แต่หน้าก็ไม่เคยเห็น “พ่อทำเพื่อลูกๆ” “ไม่จริง! คุณพ่อทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น” “หวังชานเย เขาคือหนุ่มอนาคตไกลจะสามารถดูแลลูกได้ดี” ขอแค่ลูกสาวของเขาสบายเขาก็ไม่ต้องห่วงแล้วต่อจากนี้เขาจะไม่ทำพลาดอีก การที่ตระกลูหวังยื่นมือเข้ามาช่วยนับว่าเป็นบุณคุณที่สุดแล้วทำให้ธุรกิจของเขาเดินต่อไปได้ “คุณพ่อว่าเขาชื่ออะไรนะคะ” เจียลี่ที่คุ้นหูกับชื่อของเขาแต่ก็คิดไม่ออก หรือเธออาจจะเคยเจอเขามาก่อนแต่จำไม่ได้หากเจอหน้าเธอจะต้องจำเขาได้แน่ “หวังชานเย นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของเรือยอร์ชสุดหรู” เจียลี่จึงนึกออกเพราะเธอเคยเจอเขาครั้งหนึ่งเธอที่พยายามจะเอาตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแต่ก็ไม่มีโอกาศคราวนี้คนที่เธอต้องแต่งงานด้วยคือหวังชานเยมีหรือที่จะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป “ตกลงค่ะ เจียลี่จะแต่งงานกับคุณหวังชานเย” “ลูกไม่ได้ล้อพ่อเล่นใช่ไหม” “เจียลี่พูดจริงค่ะ” จางเลี่ยงหลินแปลกใจที่ลูกสาวเปลี่ยนใจกระทันหักแต่ก็เป็นการดีที่เขาจะได้ไม่ต้องบังคับลูกสาวอีกต่อไป สามวันแล้วที่เคลย์ตันไม่ติดต่อกลับมาจินนี่รู้สึกกระวนกระวายเพราะเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะได้รับอันตรายหรือป่วยแต่พอส่งข้อความไปกลับไม่มีใครตอบกลับมา เมื่อเข้ามายังเพ้นต์เฮาร์สุดหรูเหมือนไม่มีใครกลับมานอนที่นี่หญิงสาวจึงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของเคลย์ตันขึ้นมาแต่มีกระดาษแผ่นเล็กหล่นลงมาที่พื้นมือบางจึงก้มลงไปเก็บแต่สายตาก็หันไปเจอกับชื่อของคนที่เธอรู้จักดี “หวังชานเย เคลย์ตัน หวัง” ไม่รอช้าหญิงสาวจึงเสิร์ชหาชื่อในอินเตอร์เน็ตมีภาพของเขาพร้อมประวัติมากมายที่โชว์อยู่ตรงหน้าน้ำตาของจินนี่ไหลลงมาที่ผ่านมาทำไมเธอถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย “พี่เคลย์ตันจะหลอกเราทำไมกัน ฮึก” น้ำตาของความเสียใจหลั่งไหลออกมาชายหนุ่มปิดบังตัวตนของเขาเพื่ออะไรกัน เขาไม่ได้ตั้งใจหรือจงใจที่จะหลอกเธอกัแน่ “จินนี่มาตั้งเมื่อไร” เคลย์ตันที่เดินเข้ามาพอดีแต่เห็นหญิงสาวยืนเงียบเลยทักทายแต่เห็นนามบัตรของเขาที่อยู่ในมือของหญิงสาวเขาคงจะพอเข้าใจ คงถึงเวลาแล้วสินะ “มันอะไรกันคะ” “...” “พี่เคลย์ตันเงียบทำไมคะ ไม่ใช่สิต้องเรียกคุณหวังชานเย” “เราเลิกกันเถอะ” ความเงียบเข้ามาปกคลุมทั้งห้องได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของกันและกัน จินนี่ที่ทำอะไรไม่ถูกเพราะยังไม่ได้เตรียมใจกับเรื่องนี้ “เพราะอะไรคะ” “พี่เบื่อ!” เคลย์ตันพูดออกไปเพื่อให้คนตรงหน้าเสียใจจะได้ตัดใจจากเขาได้พอเห็นคนตรงหน้าร้องไห้เสียใจเขาอยากดึงเธอเข้ามาปลอบ “พี่ไม่ยอมอธิบาย แต่มาบอกเลิกกันเราไม่รักกันตั้งแต่ตอนไหน ฮึก” จินนี่ที่ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครหญิงสาวแค่อยากฟังคำอธิบายจากปากของเคลย์ตันแต่เขามาบอกเลิกแถมไม่ยอมพูดอะไรเลยหรือที่ผ่านมาเธอคิดไปเองทั้งหมด “พี่ไม่เคยรักเธอเลย ที่ทำไปก็เพราะว่าอยากได้” “แค่นั้นใช่ไหมคะ?” “ใช่ เก็บข้าวของออกจากห้องพี่ไปด้วย” “พี่เคลย์ตันจำคำพูดของตัวเองไว้นะคะ วันไหนที่เสียใจจินนี่ขอให้พี่เสียใจมากกว่าจินนี่ร้อยเท่า ขอให้พี่อยู่อย่างทุกข์ทรมาน” ปัง! เคลย์ตันเดินออกไปแล้ว เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอเลยสักนิดมีแต่เธอที่เสียใจอยู่คนเดียว “จินนี่จะเกลียด เกลียดคุณ” หญิงสาวนั่งร้องไห้กลับพื้นและฟุบหน้าลงปล่อยให้น้ำตารินไหลลงมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน เจ็บที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยรักเธอเลยสักนิดมีแต่เธอที่คิดไปเอง เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงที่หญิงสาวนั่งอยู่ตรงนั้นเมื่อคิดได้จึงลงมือเก็บของหญิงสาวหยิบเฉพาะของตัวเองลงกระเป๋าส่วนของที่เคลย์ตันซื้อให้เธอจะไม่มีวันเอาไปด้วยเด็ดขาด ความเจ็บครั้งนี้เธอจะจำไปอีกนาน เมื่อหันไปเห็นรูปคู่ที่วางอยู่หัวเตียงจินนี่จึงหยิบมันขึ้นมาดูพร้อมกับหัวเราะทั้งน้ำตาและจัดการโยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี เธอรักเขามากก็จริงแต่ในเมื่อเขาบอกว่าไม่รักเธอก็จะไม่ตามตื้อเขา จินนี่ลากกระป๋าออกมาก่อนจะหันไปมองรอบๆห้องก่อนจะตัดสินใจวางคีย์การ์ดและของมีค่าที่เคลย์ตันซื้อให้ลงบนโชฟาและเดินออกไป ในขณะนั้นหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเคลย์ตันนั้นแอบมองเธออยู่ตลอดเวลา “หากมีโอกาสพี่จะไถ่โทษเรานะ” เคลย์ตันยยืนมองหญิงสาวจนลับตาไปและตัดสินใจเดินเข้าห้องมาทุกอย่างที่เขาซื้อให้ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม ชายหนุ่มเดินไปหยิบกรอบรูปขึ้นมาขากถึงขยะและวางลงไว้ที่เดิม ต่อจากนี้เขาคงไม่ได้ยินเสียงหวานๆนั้นอีกแล้ว เสียงเพลงดังกระหื่มบวกกับแสงสปอร์ตไลน์ที่สาดส่องไปทั่วบริเวณกลิ่นบุหรี่ลอยคละคุ้งและสตรีมากหน้าหลายตาที่ออกมาโชว์ลวดลายอยู่หน้าเวที ผู้คนกับสนใจแต่ผิดกับเคลย์ตันที่นั่งหมดอาลัยตายอยากพร้อมกับยกเหล้าขึ้นดื่มเหมือนกับน้ำเปล่า “ดื่มให้หมดจนเมายังไงก็ลืมเขาไม่ได้หรอกนะครับ” ไซม่อนบอร์ดี้การ์ดมือดีของเคลย์ตันพูดขึ้นมาเพราะทนเห็นเจ้านายดื่มจนเมามายไม่ได้ คนเรานี่ก็แปลกรักกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะฐานะที่แตกต่างกัน “หุบปาก! ไปเรียกเว่ยอิงมาดื่มอีกคนนายก็ดื่มด้วย” เว่ยอิงบอร์ดี้การ์ดคนสนิทอีกคนที่ทำงานให้เขามาหลายปีจนเขาไว้ใจลูกน้องทั้งสองได้ “นายทำแบบนี้มีแต่นายที่จะเสียใจเอง” “นายจะไปรู้อะไรไซม่อน ฉันต้องการอำนาจเพื่อดูแลปกป้องคนที่ฉันรัก” ทั้งสองเมื่ออยู่นอกเวลางานจะพูดคุยกันเหมือนเพื่อนซึ่งเคลย์ตันและไซม่อนเป็นกันมานานไม่แปลกที่จะไว้ใจกัน “ฉันหวังว่านายจะเลือกถูก” ไซม่อนหนักใจหากเขาเป็นหญิงสาวคนนั้นชาตินี้คงไม่ขอพบเจออีก เป็นเขาก็ไม่กล้าไปพบหน้าด้วยเพราะความละอายใจ “โห่พี่เจ้านายตัวหนักเป็นบ้าเลย” “แบกไปใกล้ถึงรถแล้ว” เว่ยอิงบ่นอุบอิบเพราะเขาต้องแบกเจ้านายที่เมามายลงมาจากไนต์คลับเพื่อจะพาไปส่งที่บ้านพักระหว่างนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น “ฉันจางเจียลี่ว่าที่ภรรยาของคุณหวัง ขอฉันคุยกับเขาหน่อย” “เจ้านายผมไม่สะดวก...” “คุณมีอะไรกับผม!” เคลย์ตันที่ยังคงประคองสติได้อยู่จึงหันมามองหญิงสาวตรงหน้าหน้าตาก็สวยดี แต่ก็ไม่มีใครแทนที่หญิงสาวที่เขารักได้สักคนและจะไม่มีใครมาแทนที่เธอ “ฉันจางเจียลี่เป็นว่าที่...” “อะไรก็ช่างผมไม่สนใจ” เจียลี่หน้าเสียขึ้นมาหญิงสาวคิดว่าเขาจะหลงเสน่ห์ของเธอบ้างแต่ใครจะสนในเมื่องานแต่งงานของเธอและเขากำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า “คุณจะไม่สนใจเจียลี่สักนิดเลยหรือไงคะ” “เพราะคุณ ทำให้ชีวิตผมต้องเสียคนที่รักไปต่อให้ผู้หญิงเหลืออยู่คนเดียวบนโลกผมก็ไม่รักคุณ ขึ้นรถ!” เคลย์ตันพูดอย่างอารมณ์เสียและขึ้นรถไปทิ้งให้ผู้หญิงตรงหน้ายืนอยู่คนเดียว โดยไม่สนใจใยดี “กรี๊ดดดด อีนั่นมันเป็นใครทำไมมันถึงได้หัวใจของคุณ” เจียลี่กำหมัดแน่นเธอจะไม่มีวันเสียผู้ชายคนนี้ให้ใครเด็ดขาด เธอต้องรีบเร่งงานแต่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หวังชานเยจะได้อยู่ในกำมือของเธอตลอดไป เมื่อเคลย์ตันเดินเข้ามาที่ห้องพักเขายังจำภาพของจินนี่ได้ทุกอย่างเขาอยากขอโทษอยากปลอบเวลาที่หญิงสาวร้องไห้ เขาก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าเธอเลยแต่เขาเลือกที่จะบอกเลิกเพราะพ่อของเขานั้นเลวร้ายเคลย์ตันหลับตาลงอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก “เอาไว้พี่เคลียร์ตัวเองเสร็จพี่จะกลับไปหา” หากทำให้หวังเฟยอินลงจากตำแหน่งได้ พ่อของเขาก็จะไม่มีอำนาจมาต่อรองกับเขาแค่ไม่กี่ปัหวังว่าหญิงสาวจะไม่เกลียดเขาไปมากกว่านี้ จินนี่ที่ตอนนี้กำลังเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างหญิงสาวร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลออกมา เธอสัญญากับตัวเองว่าหลังจากนี้จะไม่เสียน้ำตาให้กับผู้ชายคนนั้นอีกต่อไป “แม่จ๋าจินเหนื่อยจังเลย” หญิงสาวหยิบรูปมารดาขึ้นมาและพูดกับรูปถ่ายของมารดาหากเธออยู่เมืองไทยก็คงไม่ต้องมาพบเจอโชคชะตาแบบนี้ ทำไมมารดาถึงไม่เอาเธอไปอยู่ด้วย หญิงสาวรู้แค่แม่เป็นเมียน้อยของจางเลี่ยงหลินตอนคลอดผู้ชายคนนั้นก็ไม่มาดูแลเลยสักนิดพอแม่เสียผ฿เป็นพ่อจึงพาเข้าไปอยู่ในบ้านให้ทุกคนตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย หลังจากอายุได้ประมาณสิบขวบแม่ของจางเจียลี่ก็เสียชีวิตลงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของพี่กับน้องยิ่งแย่ลงไป เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นหญิงสาวจึงตัดสินใจย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองใหญ่ ในวันที่ลำบากก็มีมือของเขายื่นเข้ามาช่วยเหลือคอยอยู่เคียงข้างไม่ไปไหนเขาทำให้เธอมีความสุขที่สุดในชีวิตและเขาก็ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุดเหมือนกัน “จินนี่จะลืมมันไปให้หมด จินเจ็บตรงนี้ ฮึก” น้ำตาไหลอาบแก้มลงมาอีกรอบพร้อมกับมือที่กุมหน้าอกไว้เธอแค่อยากร้องไห้เพื่อระบายความเจ็บปวดออกมา ไม่นานหญิงสาวจึงพล็อยหลับไปพร้อมกับคราบน้ำตาที่ยังติดอยู่บนใบหน้าสวย อยากลืมตาขึ้นมาแล้วลืมทุกอย่างที่เคยเจอไม่อยากรู้จักใครแค่อยากหายไปจากผู้คนที่ใจร้าย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD