04

1122 Words
“ฉิบหาย ลูกพี่ล่อใครมาอีกแล้ววะ” “ปากมึงนะไอ้ดีน รีบไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้กู!” ผืนป่ากล่าวเสียงเข้ม ทว่าก็ไม่ได้ดุดันนัก ก่อนจะชําเลืองมองคนที่ตัวเองเดินพยุงเข้ามาในอู่ซ่อมรถด้วยกัน ซึ่งกำลังมีท่าทางเลิ่กลั่กให้เห็นอยู่ “เอ่อ... ไม่ได้ไปโรงพยาบาลเหรอคะ” “ทำไม หรือเจ็บตรงไหนมากกว่าเข่าอีก” “มะ...ไม่ค่ะ หนูแค่ตกใจเสียหลักล้มเฉย ๆ” แค่อีกฝ่ายช้อนอุ้มหญิงสาวขึ้นไปนั่งบนรถบิ๊กไบค์ของเจ้าตัวก็ทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีดมากพอแล้ว ไหนจะคำเอ่ยแซวของเด็กในร้านอีก “ว่าแต่พามาที่นี่ทำไมเหรอคะ หรือคุณจะเอารถมาเช็กก่อน” “คุณอะไร หลายครั้งละนะมึง กูดูแก่ขนาดนั้นเลย?” “เปล่าค่ะ ก็เราไม่ได้สนิทกัน เลยเรียกตามมารยาทค่ะ ขอโทษด้วยนะคะถ้าเกิดว่าทำให้รู้สึกไม่ดี” “แน่ใจเหรอว่าเราไม่ได้สนิทกัน...” เขาขยับเข้าไปแนบชิดเธออีก ในขณะที่พูดประโยคดังกล่าว พร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้นมาตอนที่ใบหน้าของอีกฝ่ายปรากฏสีแดงระเรื่อ “ได้แล้วค้าบ เชี่ย ขอโทษทีลูกพี่ ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ” “เป็นบ้าอะไรของมึง รีบเอากล่องมา ละไปเตรียมตัวปิดร้านได้แล้ว” “ไม่รับลูกค้าต่อแล้วเหรอพี่” “ไม่รับ” มือหนาดันหลังหญิงสาวให้เดินขึ้นบันไดตรงหน้า ก่อนจะรับเอากล่องปฐมพยาบาลมาถือไว้เอง และใช่ เขาเรียนวิศวกรรมเครื่องกล ที่อยากมีอู่ซ้อมรถเป็นของตัวเองเฉย ๆ จึงเนรมิตที่นี่ขึ้น หากวันไหนไม่มีเรียนหรือเป็นวันหยุดผืนป่าก็มักจะมาขลุกตัวอยู่แต่ที่นี่เป็นประจำ อย่างวันนี้ก็เช่นกัน เขาคงจะไม่กลับไปนอนที่คอนโดแล้ว เนื่องจากขี้เกียจขับรถหลายต่อ ทั้งความประมาทเลินเล่อก็เกือบจะขับรถจักรยานยนต์ชนคนเข้า ดีจริง ๆ ที่ตั้งสติได้ทัน แล้วอย่างไรหญิงสาวถึงได้ไปเดินมืด ๆ ไม่ดูทาง “ไปไหนคะ” “ขึ้นไปทำแผลข้างบนไง หรือมึงจะนั่งอ้าขาให้เด็ก ๆ มันดูตรงนี้ แถมมีแต่กลิ่นน้ำมันเครื่อง ติดไหมล่ะ ถ้าไม่ติดก็ได้นะ พวกกูไม่ถือกันอยู่แล้ว” เขาพูดขนาดนั้นไผ่หลิวจะไม่รีบพยุงตัวเองขึ้นมานั่งบนห้องพักด้านบนได้อย่างไร แต่ก็ทำเอาเธอเกร็งอยู่ไม่น้อย เนื่องจากขึ้นมาแล้วความหรูของมันถูกออกแบบมาต่างจากชั้นล่างลิบลับ ก็ไม่แปลกใจตั้งแต่เจอเขาที่สนามแข่งรถวันนั้น ถ้าไม่ใช่เด็กบ้านรวยก็คงจะเข้าไปแข่งเถื่อนแบบไม่เกรงกลัวอะไรเช่นนั้นได้ “ร้านคุณใช่ไหมคะ” “กูชื่อผืนป่า ก็เรียกคุณ ๆ อยู่นั่น เดี๋ยวกูจับโยนลงหน้าต่างแม่ง” “ขะ...ขอโทษค่ะ” “อย่าเอาแต่พูดขอโทษถ้าตัวเองไม่ได้ผิด ว่าแต่มึงชื่ออะไร ไปเดินเตร่ในที่มืด ๆ แบบนั้น อยากตายเหรอ” “หนูไม่ได้อยากตายนะคะ ส่วนชื่อ... ชื่อไผ่หลิวค่ะ” “ไผ่หลิว ไม่เคยได้ยิน เรียนเอกไร ปีไหนแล้ว” ผืนป่าถามในขณะที่ลากเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ โซฟา พร้อมกับเริ่มทำแผลที่เข่าให้หญิงสาวเงียบ ๆ แปลกใจเหมือนกันที่เขาเป็นคนหวงพื้นที่ส่วนตัวขนาดนี้กล้าหิ้วเด็กที่เอาแต่ก้มต่ำไม่ยอมมองหน้ากันดี ๆ ติดมือมาด้วย “Management ปีสองแล้วค่ะ” “อ๋อ พวกลูกคุณหนูเหรอ” “เปล่านะคะ คุณท่านเลือกสาขานี้ให้ เลยเรียนค่ะ ตอนนั้นหนูเองก็ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรด้วย” “คุณท่าน? มึงเป็นเด็กเลี้ยงเหรอ” มือหนาที่ใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดให้คนตรงหน้านั้นชะงักไป อย่างไรเขาถึงรู้สึกราวกับผิดหวัง ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่มันก็ไม่แปลกอะไรที่เราจะไปเป็นเด็กเลี้ยงของใคร เพราะเป็นความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย “ไม่ใช่นะคะ หมายถึงคนที่หนูอาศัยอยู่ด้วยค่ะ ท่านแนะนำมา” “…ทำไมต้องอาศัย โทษที กูคงจะถามเกินเรื่องไปแล้ว” เขาทิ้งอุปกรณ์ทำแผลลงถังขยะใกล้ ๆ ค้นหาพลาสเตอร์ในกล่องยาขึ้นมาเพื่อที่จะปิดแผลให้ไผ่หลิว ยังดีที่อีกฝ่ายนั้นแค่ตกใจเผลอล้มเพราะไม่ทันได้ระวัง หากอาการหนักกว่านี้มีหวังเขาคงจะโดนเรียกตัวไปอบรมสั่งสอนที่บ้าน “หนูเป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ เพิ่งได้ย้ายเข้ามาเรียนที่นี่ตอนปี 1” ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้เชื่อใจอีกฝ่ายจนยอมเล่าความจริงบางส่วนออกไปให้เขาฟัง ทั้งที่เราก็เป็นแค่คนแปลกหน้าซึ่งรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันไปเมื่อสักครู่ “มาอยู่กับญาติว่างั้น” “ประมาณนั้นค่ะ ป้าหนูเป็นแม่บ้าน ก็เลยได้มาเรียนไกลถึงนี่” เขาพยักหน้ารับรู้เมื่อพอจะเข้าใจสถานะของอีกฝ่าย ทว่าน้ำเสียงที่อ่อนลงก็ทำเอาผืนป่าอดที่จะลอบมองเธอเป็นพัก ๆ ไม่ได้ นี่คงไม่ใช่ว่ามีปัญหากับคนที่บ้านแล้วเป็นเหตุให้มาเดินมืด ๆ ตรงนั้นคนเดียวหรอกใช่หรือไม่ “เค เสร็จละ จะกลับเลยไหม เดี๋ยวกูให้เด็กในร้านไปส่ง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พวกมันไว้ใจได้ทุกคน เพราะถ้าทำเหี้ยเกินหน้าเกินตากูไปเมื่อไหร่ ได้โดนกูกระทืบจมดินแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่” คนที่เพิ่งพูดจบประโยคหันมองชายเสื้อช็อปของตัวเองที่โดนไผ่หลิวกำเอาไว้แน่ ทั้งยังมีความสั่นเทาออกมาให้เห็นชัดเจน น้ำตาที่หยุดไหลตั้งแต่ตอนพาขึ้นรถมาก็หยดแหมะลงหลังมือหนาจนต้องเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย “อะไร เข่ามึงเจ็บขนาดนั้นเลยเหรอ หรือเดินเองไม่ไหว งั้นไปโรงพยาบาลไหม” “ไม่ใช่ค่ะ” เธอส่ายศีรษะปฏิเสธ ชั่งใจอยู่กับตัวเอง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก หากเอ่ยออกไปรุ่นพี่ตรงหน้าจะว่าเธอบ้าหรือไม่ “แล้วเป็นอะไร จู่ ๆ มาร้องไห้ใส่กูเฉยเลย” “ขอนอนด้วยได้ไหมคะ” “ห้ะ?” “หนูขอนอนด้วยค่ะ” “หมายถึงยังไง เอากันอะเหรอ ได้นะ กูไม่ติด”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD