“ไม่ใช่นะคะ!”
“ไม่ใช่ก็ลุกดิ จะมาอ่อยทำไมวะ” ผืนป่าสะบัดชายเสื้อของตัวเองออกมาจากมือขาว เขาเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น อย่างที่บอกว่าใครเสนอมาให้ถ้าเขาไม่ติดก็รับไว้หมด เช่นนี้เรื่องอย่างว่าเลยไม่เคยขาดตั้งแต่ครองตัวเป็นโสดมา
“หนูอยากทำงานค่ะ พี่ผืนป่าเป็นเจ้าของที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ มีงานอะไรให้หนูทำไหม หนูของแค่ที่พักก็ได้ค่ะ ไม่เอาค่าแรง”
“นี่มึงมีปัญหากับที่บ้านมาจริง ๆ ใช่ไหม” เพราะก่อนจะพูดถึงเรื่องไปส่ง อีกฝ่ายก็ยังดี ๆ อยู่เลย แต่แล้วอย่างไรในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของเขา เนื่องจากช่วยในส่วนของตัวเองจบแล้ว พาไปส่งก็จบ ปัญหาใครก็แก้กันเอาเอง
“มะ...ไม่มีค่ะ”
“ไม่มีก็กลับ ที่นี่เขารับแค่ผู้ชาย”
“หนูทำกับข้าวได้นะคะ อร่อยมากด้วย”
“พวกกูหาซื้อแดกเองได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มึงเนี่ย กำลังเอาปัญหาของตัวเองมายัดเยียดให้คนอื่นอยู่รู้ไหม”
ไผ่หลิวชะงัก มือที่สั่นระริกบีบเข้าหากันแน่น ก็จริงแบบที่ชายหนุ่มว่า เธอคงจะมารบกวนเวลาเขามากไปแล้ว ควรต้องกลับบ้านไปเสียที ทั้งเรื่องนี้ผืนป่าก็ไม่ได้ผิดทั้งหมด เป็นเธอเองด้วยที่เอาแต่คุยโทรศัพท์แบบไม่มองทาง คืนนี้คงจะต้องกลับบ้านจริง ๆ และไม่คิดจะไปรบกวนเพื่อนหรือคนรู้จักตามที่เขาบอกมา
“ขอโทษค่ะ หนูกลับเองได้ ขอบคุณที่ทำแผลให้นะคะ”
“เดี๋ยว”
หญิงสาวที่ลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าผ้าเตรียมพร้อมจะเดินลงไปด้านล่างชะงักอีกครั้งอย่างมีความหวัง ทว่ามันก็แค่ลม ๆ แล้ง ๆ ยามเห็นธนบัตรสีเทาในมือเขาหลายใบ ไม่รู้อีกฝ่ายสงสารหรือเวทนากันแน่
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ไม่ได้ให้เพราะสงสารหรืออะไร”
“แล้ว...”
“ค่าตัวที่ให้กูเอาวันนั้นจนเกือบเช้า แค่นี้คงพอใช้ไปหลายวัน”
น้ำสีใสไหลรินลงมาจากดวงตากลมอีกครั้ง เธอเหมือนคนที่โดนทุบศีรษะซ้ำ ๆ เพราะคิดว่าเขาเป็นคนดีจึงกล้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ แต่แท้จริงแล้วพวกคนมีเงินก็คงจะเป็นแบบนี้กันเสียส่วนใหญ่ ก่อนจะรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้ววิ่งลงไปหารถกลับบ้านโดยที่ไม่หันมองหน้าเขาอีก
…
“ไง กูเอาชาเขียวหวานน้อยเหมือนเดิมนะ”
“พาย วันนี้ไม่มีเรียนต่อเหรอ” ไผ่หลิวระบายยิ้มให้เพื่อนที่กล้าเข้ามาคุยกับเด็กบ้านนอกแบบเธอตั้งแต่ยังเป็นเฟรชชี่ ทั้งยังคอยให้ความช่วยเหลือเธอทุกอย่างตั้งแต่นั้นมา อย่างวันนี้ที่รู้ว่ามีงานพาร์ทไทม์ที่ร้านน้ำใกล้มหาวิทยาลัยอีกฝ่ายก็มาอุดหนุนตลอดถ้าว่าง
“เสรีหมดแล้วจ้า เลยแวะมานั่งกินขนมก่อนกลับหน่อย มีอะไรแนะนำเพิ่มไหม”
“เค้กมะพร้าวกับคุกกี้สูตรใหม่ น่าจะเข้ากับชาเขียวหวานน้อย”
“ได้ จัดมาเลย แล้วเรื่องที่บ้านนั้นเป็นยังไงบ้าง”
พระพายเป็นอีกหนึ่งคนที่เธอเปิดใจเล่าปัญหาให้ฟัง ดีที่วันนั้นไผ่หลิวกลับไปไม่เจอคุณหนุของบ้าน เนื่องจากเขาออกไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนต่อ เช้ามาเธอก็รีบทำงานบ้านในส่วนของตัวเองให้เสร็จแล้วออกมาเรียนเร็วกว่าปกติ จึงไม่มีโอกาสจะได้ปะทะกับคนตื่นสาย แต่ไม่รู้ว่าจะสามารถเสี่ยงแบบนี้ไปได้ถึงเมื่อไหร่ ถ้าเธอไม่ได้เข้าข้างตัวเองมากไปที่ปอร์เช่กลับมาอยู่บ้านแบบนี้คงเพราะจะมาตามเก็บเหยื่ออย่างเธอ
“หลิวพยายามเลี่ยงตลอด แล้วเขาก็อยู่ไม่ติดบ้านหรอก คิดว่าไม่นานก็คงลืม หรือเบื่อไปมีแฟนเองนั่นแหละ”
“ก็ขอให้มันเป็นแบบนั้น เพราะถ้ามันทำเหี้ยอีก ได้เจอกูแน่”
“ไม่เอาพาย อย่าไปมีเรื่องกับเขาเลย อีกอย่างพายเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน คงจะสู้แรงเขาไม่ได้”
“มันจะให้เพื่อนรุมมึงเลยนะไผ่หลิว กูบอกให้ไปแจ้งความไว้ก็ไม่ไป”
“แบบนั้นป้าลำบากแน่ เผลอ ๆ พวกเราอาจจะโดนปิดปากกันทั้งคู่ เพราะเห็นคุณท่านเป็นแบบนั้นเขาก็รักลูกชายไม่ต่างจากคุณหญิงเลย”
“โอ๊ย เลี้ยงลูกมาเป็นตัวเหี้ยกันทั้งบ้านเนอะ งั้นมึงรีบมีแฟนให้เร็วเลย แล้วพาตัวเองออกมาจากตรงนั้น เพราะทุกวันนี้มึงก็ใช่จะอยู่ฟรี ๆ นะ ต้องตื่นมาทำงานแลกข้าวแลกน้ำ เรียนก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ”
“แฟนเหรอ หลิวจะไปหาจากไหนล่ะพาย มีทางเดียวคือต้องเก็บเงินสำรองก่อนสัก 3 เดือนแล้วพาตัวเองย้ายออกมา”
“กว่าจะ 3 เดือน มึงไม่โดนมันขืนใจก่อนหรือไง มาอยู่บ้านกูก่อนไหม โกหกป้ามึงก็ได้ว่าหาห้องถูก ๆ ได้แล้ว”
“เกรงใจพ่อแม่พาย อะนี่ ได้แล้ว จะนั่งโต๊ะไหน” ชาเขียวหวานน้อยถูกนำไปวางที่โต๊ะใกล้ ๆ พร้อมกับเค้กมะพร้าวและคุกกี้ที่อีกคนสั่ง ไม่รู้ทำไมเช่นกันเธอเอาแต่นึกไปถึงประโยคแทงใจดำของรุ่นพี่คนนั้นซ้ำ ๆ ทว่าที่เขาพูดก็ถูกทุกอย่าง มันเป็นปัญหาของเธอ และถ้ามีกำลังพอตั้งแต่แรกก็คงจะไม่ต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้
“พ่อแม่กูเอ็นดูมึงจะตาย หรือกูจะขอออกมาอยู่คอนโดวะ แต่ตอนนี้ที่ใกล้ ๆ มอก็คงจะไม่มีที่ไหนว่างแล้วอะ”
“มันเป็นปัญหาของหลิว พายไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก”
“ปัญหาของมึงก็จริง แต่มันผิดที่ไอ้เวรตะไลนั่นไง มันเหี้ยอะ มึงก็อยู่ของมึงดี ๆ ปะ”