06

1228 Words
ที่เพื่อนสนิทพูดมามันก็ถูกอีกนั่นแหละ ทั้งยังไม่เข้าใจว่าปอร์เช่นึกพิศวาสอะไรเธอ เพราะแค่ผิวพรรณที่ขาว ไผ่หลิวคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้มีใบหน้าโดดเด่นอะไร ออกแนวไปทางเฉิ่มเชยเสียด้วยซ้ำ แถมยังต้องใส่แว่นตลอดเวลาเพราะค่าสายตาสั้นจนมองอะไรไม่ค่อยเห็น “เอ้า กลับมาตั้งแต่ตอนไหน วันนี้เอ็งไม่มีทำงานพิเศษต่อเหรอ” “สวัสดีจ้ะป้า วันนี้ไม่มี ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว หนูเลยไม่ได้ทำงานเยอะเท่าเมื่อก่อน” มือเรียวยกขึ้นไหว้ญาติผู้ใหญ่ที่กำลังสาละวนอยู่กับมื้ออาหารเย็นตรงหน้า ขบคิดในใจว่าจะเอาอย่างไรต่อดี เพราะเป็นช่วงใกล้สอบเธอจึงไม่สามารถที่จะรับงานเพิ่มเพื่อให้ตัวเองมีกำลังออกไปจากบ้านนี้ได้เร็ววัน ช่างเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวนัก และวันนี้คิดว่าอย่างไรก็คงจะไม่สามารถเลี่ยงกับคุณหนูของบ้านได้อีก เนื่องจากก่อนเข้าคฤหาสน์มาเธอเห็นอีกฝ่ายมองตัวเองลงมาจากระเบียงชั้นสองพอดี แล้วทำไมต้องตรงกับวันที่เธอไม่มีงานพิเศษทำต่อด้วย “เงินมันไม่พอใช้เหรอหรือยังไง ทำไมเอ็งต้องทำงานแล้วกลับดึกดื่นทุกวัน” “จะว่าแบบนั้นก็ได้จ้ะ” “งั้นต่อไปนี้ข้าจะจ่ายค่าเทอมให้เอง ส่วนเงินทำงานเอ็งก็เก็บเอาไว้ใช้จ่าย” “ไม่ได้สิจ๊ะ ลูกป้าก็ยังเรียนอยู่เหมือนกัน” “รายนั้นขอพ่อมันก็ได้ เอ็งก็หลานข้านะไผ่หลิว” “ไม่เอาจ้ะ หนูไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้นหรอก แค่คิดว่าถ้าออกไปอยู่คนเดียวคนจะสะดวกกว่า” เธอเข้าไปสวมกอดดาวเรืองพร้อมกับทำเสียงออดอ้อน รู้ว่าตามมารยาทป้าเองก็คงจะลำบากใจมาก เพราะเป็นคนพาไผ่หลิวเข้ามาที่นี่เอง จู่ ๆ จะออกไปข้างนอกก็คงต้องหาเหตุผลที่มันฟังขึ้น “อะไรล่ะนั่น” “หนูรู้ว่ามันไม่ควรเท่าไหร่ แต่หนูทำงานข้างนอกด้วย ยิ่งพักหลังมานี้กลับบ้านไม่เป็นเวลาเลย หนูเกรงใจคุณ ๆ เขาจ้ะ” ถึงแม้ว่าจะสะอิดสะเอียนเวลากล่าวออกไปแค่ไหน กระนั้นเพื่อที่จะเอาตัวรอดจากขุมนรกแห่งนี้ไผ่หลิวก็จำเป็นต้องโกหกผู้มีพระคุณ “จริงจังใช่ไหม” “จ้ะป้า หนูไม่ได้จะไปแล้วไปลับนะจ๊ะ ถ้าเกิดว่าคุณผู้หญิงเขามีงานอะไรที่จะให้หนูทำก็สามารถเรียกได้เลยจ้ะ แค่ไม่ต้องค้างที่นี่ก็พอ” ประโยคหลังช่างแผ่วเบาจนคนที่ใช้ของมีคมหั่นเนื้อสัตว์อยู่ชะงักไป ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าหล่อนจะไม่สังเกตเห็น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานสาวหรือไม่ ทำไมครั้งนี้ถึงได้ไม่เลือกที่จะมองผ่านแบบครั้งก่อน ๆ แล้วมาขอออกไปอยู่ข้างนอกกับหล่อนแทน “ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ หอม... น่าทานเชียว” หล่อนสะดุ้งเล็กน้อย กลืนความสงสัยลงคอ แม้ว่าจะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่หลานสาวรีบผละมือออกไปจากการกอดเอวอยู่ ทว่าคนหูตาไวก็สามารถเห็นความสั่นเทานั้นได้เป็นอย่างดี ก่อนจะทำตัวเป็นปกติแล้วหันไปตอบคำถามคุณหนูของบ้าน “เมนูที่คุณเช่ชอบทั้งนั้นเลยค่ะ คุณผู้หญิงเห็นว่าวันนี้คุณเช่อยู่บ้านเลยอยากจะเอาใจหน่อย” “คุณแม่ก็นะ ผมโตขนาดนี้แล้ว ยังสั่งให้ป้าสปอยล์กันไม่เลิกอีก” ถึงแม้ชายหนุ่มที่มาใหม่จะคุยอยู่กับคนเก่าคนแก่ของบ้าน แต่นัยน์ตาคมก็ลอบสำรวจคนที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาตั้งแต่หัวจดเท้าอย่างหยาบโลน เขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมถึงได้สนใจคนที่บ้าน ๆ แบบนี้ไม่เลิก ทว่าจากที่มองมานานหลานสาวของดาวเรืองนั้นก็มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างไรชอบกล รู้ตัวอีกทีปอร์เช่ก็หอบข้าวของกลับมาอยู่บ้านเป็นหลักแล้ว “เพราะคุณผู้หญิงรักคุณหนูไงคะ” “พูดเกินไปแล้วครับ ป้าก็เห็นว่าเขาชอบบ่นผมขนาดไหน อ๋อ เกือบลืมไปเลยครับ ถ้าป้าไม่ว่างก็วานให้ไผ่หลิวขึ้นไปช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ผมหน่อยนะครับ ไม่ได้ค้างหลายคืน ฝุ่นเกาะซะแล้ว” “ป้าเปลี่ยน...” “ได้ไหมไผ่หลิว เธอว่างอยู่ไม่ใช่เหรอ” “ดะ...ได้ค่ะ” … ถึงแม้ว่าไม่อยากที่จะขึ้นมาบนนี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธน้ำเสียงที่ฟังดูสบาย ๆ แต่มีความกดดันไผ่หลิวอยู่ในทีได้ รวมไปถึงดาวเรืองผู้เป็นป้าของเธอด้วย ตอนนี้เลยจำใจทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวที่ปอร์เช่อยากได้จากเธอมากที่สุด ก่อนจะชะงักไปยามสายตาสะดุดเข้ากับผ้าผืนเล็กสีสะอาดซึ่งเปรอะเปื้อนอะไรบางอย่างอยู่จนหัวใจเธอเริ่มสั่นระริก “เป็นอะไรหรือเปล่า เห็นเธอยืนสั่นตั้งแต่อยู่ข้างล่างแล้ว” “ปะ...เปล่าค่ะ” ไผ่หลิวที่ทำทีก้มหน้าก้มตารีบเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เจ้านอนห้องสะดุ้งโหยง เมื่อเขามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง อุตส่าห์เร่งมือแล้วแต่อีกฝ่ายก็คุยโทรศัพท์เสร็จเร็วเสียเหลือเกิน ทั้งยังทำตัวปกติกับเธอราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้เวรนี่... โคตรชั่ว “เสร็จแล้วใช่ไหม” “ค่ะ” หญิงสาวดึงส่วนสุดท้ายให้ตึงเพื่อที่จะได้ออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้เสียที เพราะอึดอัดใจเต็มทน หากปอร์เช่ทำเป็นจำเรื่องที่ทำกับไผ่หลิวไม่ได้ ก็ขอแค่ให้เลิกแล้วต่อกันไป เพราะมีอีกหลายคนที่อยากจะเข้าหาเขาในเชิงนี้ ไม่เข้าใจว่าจะตามตื้อเธอทำไมนัก คิดได้อย่างเดียวคืออีกฝ่ายทำเพื่อเอาสนุก “งั้นลองนอนให้ดูก่อนสิ” “คะ?” “นอนลงไปไง เธอไม่เข้าใจอะไร” ไผ่หลิวมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ อย่างไรเขาถึงต้องทำกับเธอถึงขนาดนี้ ไม่รวมมือไม้ที่บีบเข้าหากันนั้นสั่นระริกขึ้นมามากกว่าเดิม ยามตั้งใจว่าจะไม่คุยกับอีกฝ่ายต่อ เพราะคงจะพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว เดินเลี่ยงออกไปให้มันจบ ๆ แต่เขากลับยกแขนขึ้นกันตรงหน้าของเธอเอาไว้ก่อน “คุณปอร์เช่...” “เล่นตัวทำไม คิดว่าสวยมาก?” “ไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยเลยด้วยซ้ำค่ะ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าฉันมีอะไรให้คุณมาสนใจนักหนา” “อ๋อ พอดีว่าพนันกับเพื่อนเอาไว้น่ะ อีกอย่างเธอเองก็น่าสนใจมากกว่าที่คิด วันนั้นก็ตั้งใจให้วิ่งหนีเองแหละ เป็นยังไงบ้าง โดนเอาครั้งแรกถึงใจไหม” หมายความว่ายังไง เห็นเธอวิ่งหนีกระเสือกกระสนมันเป็นเรื่องสนุกมากขนาดนั้นเลยหรือ “...คุณมันบ้า ฉันไม่ใช่ของเล่นพวกลูกคนมีเงินนะคะ” “งั้นก็เดินออกไปซะสิ ถ้าไม่อยากให้ป้าเธออยู่ดีแล้ว” TBC.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD