ระบบแฝด 3 | เคล็ดลับสละโสด

1409 Words
“อะไรนะ!!??” นักศึกษาสาวภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร้องเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ หลังจากได้ฟังเรื่องสำคัญจากเพื่อนสนิทตั้งแต่ปีหนึ่ง เธอตื่นเต้นจนเกือบเผลอโยนอุปกรณ์ทดลองที่กำลังทำความสะอาดทิ้ง ดวงตากลมโตสุกใสรับกับผมทรงฮิเมะตัดสไลด์เข้ากับรูปหน้าสั่นตามแรงกระทืบเท้าปึงๆ “ชู่ววว~!! ยัยบ้า เสียงดังเกินไปแล้ว” มายูยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากตนเอง พร้อมกับมองซ้ายมองขวา โชคดีที่ตอนนี้ประธานชมรมคนเนี้ยบไม่อยู่... “กะ ก็คามิตกใจนี่ มายูกับเคนตะซังเป็นแฟนกันแล้ว กรี๊ดดด!!” คนดีใจแทนเพื่อนบิดซ้ายบิดขวาเขินแทนเพื่อนสนิท เคนตะคือหนุ่มฮ็อตจากภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ พ่อหนุ่มเนิร์ด หล่อขาวเหมือนเปิดฟิลเตอร์แอปจีนส่องหน้าตัวเองตลอดเวลา หากคามิไม่มีภูมิคุ้มกันคนหล่อจากพี่ชายที่บ้าน คงเป็นหนึ่งในสาวๆ ที่หลงรักเคนตะซังหัวปักหัวปำ “ยัยคามิ!! ชู่ววว~!!” เพื่อนสาวห้ามปรามเสียงดังของเพื่อนอีกครั้งด้วยความเหนื่อยใจ นึกแล้วไม่มีผิดว่าคามิต้องมีอาการแบบนี้ “ก็ตื่นเต้นนี่ มายูจังเคยคุยกับเคนตะไม่กี่ครั้งเอง จู่ๆ ก็ถูกขอเป็นแฟน” คนถูกดุมุ่ยหน้า ปิดก๊อกน้ำแล้ววางอุปกรณ์ทั้งหมดลงบนโต๊ะพลางหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดไปด้วย “สารภาพรักเหรอ?” น้องเสียงสดใสไม่ได้พูดเปล่า หากแต่สีหน้าล้อเลียนแสนซุกซนกลับแสดงออกอย่างเปิดเผย จนคนถูกถามหน้าแดง “อะ อืม -///-” “กรี๊ดดด!!” “คามิ! หยุดกรี๊ด” มายูอายเพื่อนสนิทแทบบ้า คามิวางมือจากงานตรงหน้ามานั่งเท้าคางรอฟังใจจดใจจ่อ คิดถูกจริงๆ ที่ออกจากบ้านมาช่วยงานที่ชมรม ถึงแม้ทีแรกคามิจะเสียดายที่ไม่ได้อยู่คุยเล่นกับว่าที่พี่สะใภ้ก็ตาม “เล่าหน่อย~ คามิอยากรู้” คนไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักคะยั้นคะยอ แม้จะเคยมีคนมาชวนไปเดตและสมัครนัดบอดด้วยตนเองหลายครั้ง แต่เพียงแค่บอกชื่อและนามสกุลให้ทราบ ผู้ชายที่ดาหน้าเข้ามาจีบก็เผ่นแน่บหายเข้ากลีบเมฆไม่เหลือ โอนิซึกะ คามิ แม้ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับโอนิซึกะ เรย์ หัวหน้าแก๊งยากูซ่าทรงอิทธิพลในญี่ปุ่น แต่ดูจากนามสกุลแล้ว ผู้ชายรักตัวกลัวตายทั้งหลายก็พากับถอยห่างไปทีละคน คามิอยากกุ๊กกิ๊ก! คามิอยากอินเลิฟ! อยากเดต อยากเขิน แล้วก็อยากเสียว! “เมื่อวานเป็นคืนที่อากาศแจ่มใสเห็นพระจันทร์เกือบจะเต็มดวงชัดแจ๋ว ตอนนั้นฉันบังเอิญเจอกับเคนตะตอนที่กลับจากศาลเจ้า คิดว่าท่านคงดลบันดาลหลังจากอธิษฐานเลยลองสารภาพดู แล้วเขาก็ตกลงคบกัน!” ใบหน้าของมายูแดงระเรื่อหลังจากเล่าความกล้าของตนเองจบ คนนึกภาพตามดวงตาวิบวับซ่อนความประทับใจเอาไว้แทบไม่ไหว ฉากที่เพื่อนบรรยายราวกับถอดมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นตาหวาน ก่อนจะเอียงคอไม่เข้าใจบางอย่างที่เพื่อนเล่าเล็กน้อย “อธิษฐาน? ศาลเจ้า? คืออะไร?” มือเรียวเขย่าแขนเพื่อนให้เล่าเพิ่มเติม เพื่อนสาวจิ๊ปากคนไม่ค่อยทันเหตุการณ์ แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะช่วงนี้คามิกลับไปนอนที่บ้าน จึงไม่ค่อยรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงนี้ “ก็ช่วงก่อนปิดเทอมฤดูหนาวมีกระทู้ในบอร์ดมหาวิทยาลัยน่ะสิ ว่าศาลเจ้าใกล้มหาลัยเราที่ปกติแห่กันไปขอพรช่วงใกล้สอบ ท่านให้โชคเรื่องความรักด้วย” น้ำเสียงของมายูเบาลงอีกหนึ่งระดับเมื่อเข้าสู่โหมดนินทาชาวบ้าน “เจ้าของกระทู้บอกว่าคนที่กำลังคุยอยู่เริ่มตีตัวออกหาก รู้สึกกลุ้มใจมากแล้วบังเอิญเดินผ่านศาลเจ้าพอดีเลยเข้าไปขอพร หลังจากนั้นสามวันคนที่คุยๆ อยู่ก็กลับมาขอคบ” “บังเอิญหรอกน่า~” เจ้าของกระทู้ยังได้คุย คามิสิไม่มีแม้กระทั่งคนมาจีบ “หลังจากนั้นก็มีคนทำตาม แล้วก็รีวิวในกระทู้มหาวิทยาลัยกันเต็มไปหมด รู้ไหมว่ากี่กระทู้!!” น้ำเสียงของมายูเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นั่นทำเอาน้องสาวยากูซ่าพลอยตื่นเต้นไปด้วย “หนึ่งพัน?” “ใช้หัวหน่อยสิ -_-” สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างแรงกับคำตอบส่งๆ ของเพื่อน เอ๊า! “หนึ่งร้อยเอ้า!” คามิเอ่ยตัวเลขยอดนิยมออกมา เนื่องจากนำไปแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ง่าย “ห้าสิบ” “โห่ววว!!” “ฟัง! ในห้าสิบกระทู้มีคนสมหวังสามสิบสามกระทู้ อีกเจ็ดกระทู้ยังไม่เห็นผล และอีกสิบกระทู้ลองไปสารภาพกับคนที่ชอบแล้วแต่แห้วกิน” นิ้วเรียวของมายูพับลงทีละนิ้วขณะแจกแจงสถิติ จากนั้นจึงตวัดตามองเพื่อน “มันแปลว่ามีคนสมหวังมากกว่าผิดหวัง มายูเองก็เป็นคนที่สามสิบสี่ที่สมหวัง เป็นคามิจะไม่อยากลองหรือไง” “...” “คามิเองก็ลองไปขอท่านเทพดูสิ อธิษฐานแล้วใช้เหรียญห้าเยนหย่อนลงในกล่อง ใช้แค่เหรียญเดียวนะ เหรียญเดียวเท่านั้น...” มายูเน้นย้ำเรื่องสำคัญออกไป ไม่ทันที่เจ้าตัวจะพยักหน้าหรือปฏิเสธ ประตูบานเลื่อนห้องชมรมก็ถูกเปิดออกพร้อมกับประธานชมรมหนุ่มเดินเข้ามาหารุ่นน้องทั้งสอง “ฉันเรียกพวกเธอมาช่วยงาน เอาแต่นั่งอู้นั่งเม้าท์แบบนี้เมื่อไหร่งานจะเสร็จ!” ประธานหนุ่มวางแฟ้มเก็บข้อมูลกระแทกโต๊ะดังปึง! โทโมยะขยับแว่นตาหนาเตอะของตนเองเล็กน้อยพร้อมกับมองรุ่นน้องสาวทั้งสอง ทั้งคามิและมายูลุกขึ้นยืนตัวตรงเรียงหน้ากระดานประหนึ่งทหารเกณฑ์ถูกเรียกตัว “คามิไปเก็บค่าความชื้นเหล้าหมัก ส่วนมายู! เธอตามฉันไปยกลังที่ห้องเคมีเดี๋ยวนี้” “ค่ะ / ค่าา~” สองสาวขานรับคำสั่งรุ่นพี่หนุ่มอย่างพร้อมเพรียงกัน เสียงแจ๋นๆ ของสองสาวทำเอาหนุ่มรักสงบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องแรกจบไปไม่ทันได้แยกย้ายทำงาน เรื่องสองก็ตามมาติดๆ “รุ่นพี่เลี้ยงข้าวตอบแทนพวกเราหน่อยสิคะ” มายูเอ่ยปากขออย่างไร้ซึ่งความเกรงใจ เมื่อประธานชมรมหนุ่มตั้งท่าจะปฏิเสธ คนตัวเล็กก็รีบยกเพื่อนสนิทมาอ้าง “คามินั่งรถไฟจากย่านโชโตะมาช่วยงานที่มหาวิทยาลัย แทนที่จะได้พักผ่อนเตรียมชมซากุระกับครอบครัวเลยนะ” คนถูกพาดพิงเบ้ปากทึ่ง ไม่นึกว่าเพื่อนจะใช้มุกนี้ ทว่ารุ่นพี่หนุ่มแว่นไม่คล้อยตาม โทโมยะหัวเราะเหอะ มองสองสาวรุ่นน้องที่ชอบมาขอข้าวกินฟรีเป็นประจำอย่างรู้ทัน “นั่งรถไฟสายกินซ่ามาแค่สี่สิบนาที ทำงานเสร็จก็รีบกลับซะสิ” คำพูดของโทโมยะทำเอาสาวผมทรงฮิเมะหน้าเหวอกับความขี้งกนั้น แม้จะจริงอย่างที่เขาพูดก็ตาม “แต่วันนี้คนเยอะน้า~ คามิต้องขึ้นสายฟุกุโตะชินมา แถมยังต้องเปลี่ยนสายเป็นชิโยดะอีก รวมๆ แล้วก็เกือบชั่วโมงแหนะ” ความหมั่นไส้รุ่นพี่ทำให้คามิพูดถึงความยากลำบากของตนเองอีกแรง รุ่นน้องสาวกะพริบตาปริบๆ มองหน้าประธานชมรมตนเองด้วยความคาดหวัง เป็นแบบนั้นนักศึกษาหนุ่มจึงยากจะบ่ายเบี่ยง “ทำงานให้เสร็จ แล้วก็มีโควตาให้แต่คนละสองพันเยน เลือกร้านกันเอง” ขี้งก! “โอเคค่า~/โอเคค่า~” ทั้งคู่ขานรับด้วยประโยคเดียวกัน หลังจากดีลสำเร็จการทำงานจริงจังจึงเริ่มขึ้น คามิคว้าแฟ้มเก็บข้อมูลกับปากกาไว้ในมือ คล้อยหลังโทโมะยะ สาวผมทรงฮิเมะกลับแอบหยิบขวดโหลเตรียมนำไปใส่แอลกอฮอล์กลับบ้านเพิ่ม ก็ตอนนี้บ้านเธอมีคนดื่มเก่งเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน พี่สาวมาเฟียว่าที่พี่สะใภ้ผู้คอแข็งเหมือนหอกเทพเจ้า อีกไม่กี่วันจะถึงเทศกาลชมซากุระ ของมึนเมาดีกรีร้อนแรงแบบนี้จะขาดได้ยังไง ‘คามิเองก็ลองไปขอท่านเทพดูสิ...’ คำพูดของเพื่อนลอยเข้ามาในหัว ทำเอาคนเหงาเปล่าเปลี่ยวมาทั้งชีวิตอดคล้อยตามไม่ได้ ไปสักหน่อยคงไม่เป็นไร เธอไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD