นักศึกษาสาวในชุดลำลองน่ารักเดินผ่านเสาโทริอิเข้ามาในเขตศาลเจ้าติดรั้วมหาวิทยาลัย ความเงียบสงบยามเย็นไร้ผู้คนบวกกับแสงของดวงอาทิตย์ย้อมท้องฟ้าทั้งผืนกลายเป็นสีชมพูสะท้อนลงบนพื้นถนนซีเมนต์ ทำให้บรรยากาศวังเวงขึ้นเป็นเท่าตัว สายลมจากทิศตะวันตกเฉียงใต้พัดเส้นผมสีดำขลับพลิ้วไหวจนเจ้าของร่างต้องจับมันทัดหูเอาไว้
คามิเคยมาที่นี่สองครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนอีกครั้งคือตอนที่ทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ไม่ได้
และนี่คือครั้งที่สาม และครั้งนี้เธอไม่ได้มาขอเรื่องการเรียน
แกร๊ก~!
เสียงเหรียญห้าเยนกระทบตะแกรงเหล็กหล่นลงไปในตู้บริจาค ก่อนที่สาวน้อยผู้ไม่เคยมีความรักจะเริ่มขอพร
“คามิค่ะ ชื่อโอนิซึกะ คามิ ได้ข่าวว่าท่านให้พรเกี่ยวกับความรักด้วย...”
พลิ้ว~
เฮือก!!
สิ้นประโยคแรกสายลมเย็นๆ ก็พัดผ่านแผ่นหลัง คนมาลำพังเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ แต่ต้องไปต่อ
“คามิอยากมีแฟนค่ะ อยากได้ผู้ชายแบบพี่ชาย ใจดี แข็งแรง สุขุม รอบคอบ...” ขอมาถึงตรงนี้ก็เริ่มคิดหนัก เพราะนึกได้ว่าพี่ชายตนเองชอบจู้จี้จุกจิกกับตนเอง “...ไม่ต้องเหมือนพี่ชายมากก็ได้ค่ะ อยากได้คนที่อยู่ด้วยแล้วสนุก ที่สำคัญขอหล่อๆ นะคะ แบบหันไปทางซ้ายก็หล่อ หันไปทางขวาก็หล่อ สาธุค่ะ!”
จริงๆ อยากได้แบบจู๋เท่าแขนอะไรแบบนี้ด้วย แต่กลัวว่าหากคำขอสัปดนไป แทนที่ท่านเทพจะประทานพรให้ เธอจะเป็นฝ่ายถูกสาปแทน
คนตัวเล็กปรบมือแปะๆ หลังจบการอธิษฐาน เธอยืนมองศาลเจ้าหน้าตาเก่าแก่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะนึกอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ เหรียญห้าเยนอีกเหรียญถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าสตางค์หย่อนลงไปในตู้บริจาคเดิม
แกร๊ก~
“ท่านเทพคิวเยอะใช่ไหมคะ แทรกคิวให้คามิก่อนนะคะ คามิให้สองเหรียญเลย”
ครืน~
คราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นสายลมที่พัดมากระทบใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแรงขึ้น เสียงฟ้าร้องราวกับเป็นสัญญาณตอบรับจากท่านเทพก็ทำเอานักศึกษาสาวขนลุก
คนตัวเล็กวิ่งฝ่าความน่ากลัวของศาลเจ้ากลับห้องพักที่พี่ชายเช่าให้ แม้จะไกลจากที่นี่เกือบสองกิโลเมตร แต่คนกลัวผีกลับวิ่งถึงที่พักโดยใช้เวลาเพียงสิบนาที
×××
ปึก!
เบียร์แก้วที่สองถูกวางลงบนโต๊ะไม้ในบาร์เสียงดังปึก น้องสาวยากูซ่าเหลือบตามองเพื่อนสนิทและรุ่นพี่ในชมรมอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหยิบถั่วแระญี่ปุ่นเข้าปากสงบจิตสงบใจ
“คามิ ช่วยเก็บสีหน้าด้วย -_-^”
มายูเป็นฝ่ายทนอาการเบะปากคว่ำมองด้วยสายตาริษยาของเพื่อนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปาก ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กก็ยังแสร้งเบือนหน้าหนี
“มายูใจร้ายมากเลยอะ! พาเคนตะซังมาทำไม” เธอหันไปมองแฟนเพื่อนด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
นับตั้งแต่ทั้งคู่เข้ามานั่งในร้านก็ผลัดกันป้อนไก่ทอดไม่หยุด นั่นทำเอาคนชอบไก่ทอดอย่างเธอหมดอารมณ์กินจนต้องแทะถั่วแระเล่นแทน
“ยัยขี้อิจฉา!” เพื่อนสนิทด่าออกมาอย่างไม่จริงจังนัก “ก็รีบมีให้มายูอิจฉาบ้างสิ”
“คามิจะมีให้ได้เลยคอยดู!” น้ำเสียงแสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยมเปล่งออกมาพร้อมกับกระดกเบียร์อึกใหญ่ลงคอ หันมาเผล่ยิ้มให้แฟนเพื่อนพร้อมเอ่ยปากขอรบกวนอีกฝ่าย “เคนตะซังมีเพื่อนแนะนำให้คามิไหม ^-^”
คนตัวเล็กหันไปหาแฟนเพื่อนเผื่อว่าเขาจะรู้จักคนดีๆ และแนะนำให้ ความจริงคนใกล้ตัวเธอที่ยังโสดก็พอมี
อย่างชุนยะซัง ลูกน้องคนสนิทของพี่ชายนั่นไง...แต่คามิเปลี่ยนใจ คามิไม่ชอบยากูซ่า
“ก็มีนะ...ที่คณะผมมีคนพูดถึงคามิกันเยอะเลย”
“ว้าย~!” ความรู้สึกว่าตนเองเป็นสาวฮ็อตทำให้น้องสาวยากูซ่าปิดปากบิดไปมา
ก่อนจะได้ยินเสียง ‘เหอะ’ ของเพื่อนสนิทและรุ่นพี่ในชมรม ตามด้วยการรวมหัวกันวิจารณ์สาเหตุที่คนสวยอย่างเธอไม่มีใครเอา
“แต่ไม่มีใครมาจีบ...”
“ทำไงได้ล่ะมายูจัง ก็คามิน่ะ...”
“น้องสาวของโอนิซึกะ เรย์ แค่ได้ยินชื่อก็ขนลุก ขนาดตอนฉันรับเธอเข้าชมรมยังคิดแล้วคิดอีก” รุ่นพี่หนุ่มพูดตรงประเด็นชนิดทะลุถึงกลางปล้อง
คนถูกรุมทึ้งเจ็บใจจนต้องโวยวายออกมาเสียงดัง ทำเอาทั้งร้านหันมามองเพราะนึกว่าเธอเริ่มเมาและอาละวาด
“รุ่นพี่คุงเงียบไปเลย โทโมยะซังก็พาแฟนมาวันนี้ให้คามิเจ็บใจเล่นใช่ไหม!”
แถมแฟนสาวของรุ่นพี่คุงยังเป็นถึงดาวภาค ทำไมผู้ชายเนิร์ดๆ เสร็จสาวไฟแรงกันทุกคนเลยนะ
หรือเธอควรจะเริ่มเปลี่ยนลุค ผมทรงฮิเมะที่ทำอยู่ตอนนี้มันแปลกไปเหรอ คามิแค่รู้สึกว่ามันเหมาะกับชุดยูกาตะที่ใส่ประจำเวลาอยู่บ้าน
“เอาน่า~ เดี๋ยวก็มีเอง เรากลับกันดีไหม พรุ่งนี้มายูมีเรียนเช้า”
“ฉันด้วย” รุ่นพี่หนุ่มก็เอาด้วย
คนกำลังจะถูกชวนกลับหน้าบึ้ง นอกจากจะไม่มีแฟน พรุ่งนี้เธอยังไม่มีเรียนด้วย
“แต่คามิไม่มี จะนั่งดื่มต่ออีกหน่อยค่อยกลับ”
“เธอกลับได้แน่นะคามิ” มายูเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
สีหน้าเป็นกังวลของเพื่อนทำให้น้องสาวยากูซ่าคลี่ยิ้มกว้างออกมา
“นี่น้องสาวยากูซ่านะ เขตนี้พี่ชายฉันคุม ไม่มีใครกล้าฉุดหรอก”
“งั้นเรากลับนะ” มายูได้ยินดังนั้นจึงเบาใจ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับแฟนหนุ่ม
“ฉันจ่ายค่าอาหารแล้ว หลังจากนี้เธอจ่ายเองนะ -_-;”
“รุ่นพี่คุงขี้งก!”
“บ้านฉันไม่ได้รวยแบบบ้านเธอนี่”
“แบร่! รีบกลับกันไปเลย เผื่อมีผู้ชายเล็งคามิอยู่ เขาไม่กล้ามาจีบเพราะมีพวกเธอนั่งประกบนั่นแหละ” มือเรียวโบกมือไล่คนมีคู่ออกจากร้าน หยิบเครื่องดื่มที่เหลือขึ้นมากระดกหลายอึกก่อนที่พนักงานจะเข้ามาเคลียร์โต๊ะ
“หลอกตัวเก่งชะมัดยัยนี่”
มายูผลักศีรษะทุยไปด้านข้างเบาๆ จากนั้นทุกคนจึงออกจากร้านพร้อมกันไป เหลือเพียงเจ้าของร่างเล็กกะทัดรัดที่เปลี่ยนท่าทีขึงขังเป็นความเศร้าสร้อย
ที่บอกว่าอยากมีแฟนน่ะ...ไม่ได้พูดเล่นหรอกนะ
เคยคิดว่าไม่มีก็ได้ เพราะขนาดพี่ชายตัวเองหล่อเหลาขนาดนั้นยังไม่คิดมีใคร แต่เมื่อเร็วๆ นี้ โอนิซึกะ เรย์คนนั้นกลับพาผู้หญิงสวยสะบัดเข้าบ้าน แถมยังดูจะรักจะหลงกันเอามากถึงขั้นขลุกอยู่ในห้องกันเช้าเย็นเสียด้วย
คามิยกแก้วเครื่องดื่มที่สั่งมาใหม่ลงคอแบบไม่สนโลก รู้สึกว่าแก้วเล็กๆ ที่ดื่มไม่ค่อยสาแก่ใจกับความเจ็บใจในวันนี้ จึงเรียกพนักงานซึ่งกำลังทำความสะอาดโต๊ะข้างๆ เสียงดัง
“เอาเบียร์หนึ่งทาวน์ค่ะ” เธอหันไปบอกพนักงานหญิงที่กำลังเก็บจานโต๊ะข้างๆ ด้วยใบหน้าจริงจัง
อีกฝ่ายชะงักเล็กน้อย มองซ้ายมองขวากระทั่งมั่นใจว่าลูกค้าสาวอยู่ตามลำพัง
“ร้านเราไม่มีนโยบายขายแอลกอฮอล์ปริมาณมากขนาดนั้นให้ผู้หญิงค่ะ ถ้าดื่มแก้วเล็ก...”
“เบียร์สดหนึ่งทาวเวอร์” คามิยืนยันคำเดิมพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเขม็งไปยังพนักงาน
ชักจะโมโหแล้วนะ แค่คนโสดกินเบียร์สามลิตรคนเดียวมันจะอะไรนักหนา!
“เอ่อ...”
“เธอมากับผม ไปเอาเบียร์มา”