ระบบแฝด 5 | ชวนไปต่อ

1386 Words
“เธอมากับผม ไปเอาเบียร์มา” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง นักศึกษาสาวกับพนักงานของทางร้านหันขวับมองไปยังต้นเสียงพร้อมเพรียงกัน เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กส์สีดำกึ่งทางการ ทำให้เป็นจุดสนใจของคนในร้าน เมื่อเดินเข้ามาใกล้และถือวิสาสะนั่งฝั่งตรงข้าม อุ๊ย! หล่อ... เขาหล่อแบบถามใครก็ต้องพยักหน้าว่าหล่อ ใบหน้าเด่นชัดว่าเป็นหนุ่มเอเชีย ทว่าส่วนสูงและดวงตาคมนั้นโดดเด่นมาก บางทีอาจจะเป็นลูกครึ่ง อ่า...เขาเป็นใครกัน นักศึกษา อาจารย์ หรือว่านักธุรกิจที่หลงมาร้านยอดนิยมของพวกวัยรุ่น “เขามากับคุณลูกค้าเหรอคะ?” พนักงานสาวหันมาขอการยืนยันจากคนตัวเล็ก แต่ตอนนี้คามิล่องลอยไปแล้ว เขาหล่อถูกใจจนสติสัมปชัญญะผิดชอบชั่วดีของเธอหยุดทำงานไปชั่วขณะ “อ่า... ค่ะ เรารู้จักกัน” คามิเออออคล้อยตามอย่างว่าง่าย “งั้นกรุณารอเครื่องดื่มสักครู่นะคะ” พนักงานเสิร์ฟโค้งรับออเดอร์ จากนั้นจึงกลับไปถือถาดเก็บภาชนะจากโต๊ะข้างๆ เดินจากไป ทิ้งเธอเอาไว้กับผู้ชายหล่อตรงหน้า คามิยกแก้วเครื่องดื่มตั้งใจจะจิบแก้เขิน ทว่ากลับต้องเขินยิ่งกว่าเดิมเมื่อในแก้วมีเพียงความว่างเปล่า เธอเพิ่งดื่มหมดไปนี่นา... นักศึกษาสาวอยากเอามือเคาะหัวตัวเอง เธอเผลอปล่อยโก๊ะต่อหน้าคนหล่อ “ผมชื่อวินซ์ ขอโทษด้วยที่เมื่อกี้โกหกว่าเรารู้จักกัน” เขาเปิดบทสนทนาด้วยคำขอโทษ เผื่อว่าอีกฝ่ายอาจรู้สึกไม่ดี “มะ ไม่ค่ะ! แบบนั้น...ดีแล้ว” ประโยคสุดท้ายออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้มแผ่วเบา เขาไม่ใช่คนญี่ปุ่นจริงๆ ด้วย แต่พูดชัดดีจัง แบบนี้ถ้าได้เป็นแฟนคงเอาไปอวดคนได้ทั้งมหาวิทยาลัย ให้ตาย! เธอเขินมาก ไม่เคยเจอคนหล่อขนาดนี้ ดวงตากลมโตลอบสำรวจหาตำหนิจากอีกฝ่าย เขาไม่มีรอยสักแปลว่าไม่ใช่พวกยากูซ่า แถมการแต่งกายหล่อเนี้ยบผิดแปลกจากคนอื่นๆ ในร้านทำให้นักศึกษาสาวทราบทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนแถวนี้ “หึ จะไม่แนะนำตัวให้ผมรู้จักชื่อเหรอครับ?” น้ำเสียงทุ้มกังวานเจือด้วยเสียงหัวเราะขบขันอาการเหม่อลอยของเธอทำให้คามิหน้าชา เธออยากยกมือตบหน้าเรียกสติตัวเองจริงๆ อย่าทำตัวให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่เคยแฟนสิคามิ! “ขะ ขอโทษค่ะ ฉันอาจจะเริ่มเมานิดหน่อย โอนิ...ชื่อคามิค่ะ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยโตเกียว” ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันหลังจากจงใจปกปิดนามสกุล เธอกลัวว่าเขาจะหนีไปอย่างผู้ชายหลายคนก่อนหน้า คามิไม่อยากถูกทิ้งไว้คนเดียวอีกแล้ว... “ครับ คามิซังหน้าเด็กมาก ไม่คิดว่าจะเจอคนอายุน้อยขนาดนี้ในร้านแบบนี้” “คามิหน้าเด็กค่ะ!” เธอรีบโพล่งออกไปเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะถอนตัวเพราะเธอดูเหมือนเด็กมัธยม “จริงๆ อายุยี่สิบเอ็ดแล้ว จริงๆ นะคะ!” “ครับ ผมเชื่อ” ผู้ชายตรงหน้าพยักหน้าอย่างว่าง่าย จังหวะเดียวกันกับเครื่องดื่มที่สั่งเอาไว้มาตั้งกึ่งกลางโต๊ะพร้อมแก้วสองใบ มือเล็กกำลังจะเอื้อมขยับทาวเวอร์เบียร์ออกไม่ให้บังหน้าอีกฝ่าย ทว่ากลับเป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายขยับมันเข้าไปด้านในสุดพร้อมกับกดเบียร์สดวางให้คนละแก้ว “ผมไม่ชอบเวลาอะไรมาคั่นตอนเราคุยกัน” ริมฝีปากกระจับกัดปากล่างตนเองกลั่นเสียงกรี๊ด เธอกำลังจะเป็นบ้า...เขาจะตรงไทป์เธอไปไหน “คามิก็ไม่ชอบค่ะ” นักศึกษาสาวคลี่ยิ้มน่ารักเผยให้เห็นฟันเรียงสวยของตนเอง ตามด้วยการยกแอลกอฮอล์ขึ้นดื่มดับความประหม่า “คุณวินซ์เป็นนักศึกษาเหรอคะ หรือเป็นอาจารย์...” เขาแต่งตัวภูมิฐานเกินกว่าจะเป็นนักศึกษา แต่หากเป็นอาจารย์ คามิคงอกหัก การที่นักศึกษากับอาจารย์มีความสัมพันธ์กันเป็นเรื่องผิดจริยธรรม “ไม่ใช่ครับ ผมเป็น...นักธุรกิจ มาทำงานในญี่ปุ่นชั่วคราว” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาลังเลเล็กน้อย แต่ไม่นานนักก็เป็นรอยยิ้มชวนใจละลายส่งมากลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดของคามิเมื่อครู่จนเลือนหาย เขายิ้มได้หล่อมาก ขอให้คืนนี้คามิฝันถึงเขาทีเถอะ “ทำไมคามิซังมานั่งคนเดียวล่ะครับ” สรรพนามที่คนตรงหน้าเรียกเธอดูใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม คามิไม่ใช่คนถือตัวอยู่แล้ว ไม่สิ...เธอชอบที่เขาเรียกแบบนี้ จะซัง จะจัง หรือคามิเฉยๆ ก็ได้หมด “เรียกคามิเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ที่จริงคามิมากินเลี้ยงกับคนในชมรมค่ะ แต่ทุกคนกลับไปพร้อมแฟนหมดแล้ว” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเจือออกมาผ่านคำตอบ สาบานได้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจอ่อย มันออกมาเอง! “แล้วแฟนคามิ...” “ไม่มี! อ๊ะ! คะ คามิไม่มีแฟนค่ะ โสดมาก” พูดจบก็ดื่มเข้าไปอีกอึกจนเหลือแต่ฟอง คนตัวสูงตรงหน้าจึงเป็นฝ่ายเติมให้เธออีก ก่อนจะส่งให้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ ฮือ~ หล่อ... วันนี้น้องสาวยากูซ่าได้รับรู้หนึ่งอย่าง ต่อให้เธอเติบโตมาพร้อมพี่ชายผู้หล่อเหลาขนาดไหน ก็ไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของเพศตรงข้ามได้ เธอชอบเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพราะไม่เคยมีประสบการณ์หรืออะไร แต่เธอชอบเขานั่นแหละเป็นเรื่องจริงแท้ “คามิจังคงชอบผมไม่มากก็น้อย...” เหมือนถูกระเบิดสีชมพูปาใส่หน้าดังตู้ม เธอสามารถตายตอนนี้เลยได้ไหม -////- ต้องโป๊ะขนาดไหน ถึงทำให้คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดูออก แต่ในเมื่อรู้แล้ว ลูกสาวยากูซ่าอย่างเธอก็กล้ายืดอกรับ “ค่ะ! ชอบค่ะ!” “งั้นไปต่อข้างนอกดีไหมครับ แบบ...” หูของเธอวิ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินว่า ‘ไปต่อข้างนอก’ เธอไม่ได้ใสถึงขนาดไม่เข้าใจความหมาย มันจะเป็นการปิดดีลด้วยเวลารวดเร็วไปหรือเปล่า ดวงตากลมโตเงยหน้าขึ้นสบตาอีกคนที่กำลังขยับปากพูดอะไรสักอย่าง ทว่าตอนนี้เสียงในหัวของคามิดังกว่าเสียงของเขา “ว่าไงครับ ถ้าไม่สะดวก...” “ไปค่ะ ไปตอนนี้เลยค่ะ” ธนบัตรหนึ่งหมื่นเยนถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมกับเอาแก้วทับ มือเล็กเป็นฝ่ายคว้ามือคนแปลกหน้าเดินฝ่าผู้คนออกไปยังนอกร้าน ก่อนจะได้สติแล้วรีบปล่อยมือ “ขะ ขอโทษค่ะ” เธอชูมือสองข้างขึ้นพร้อมกันเป็นนัยว่าไม่ได้ตั้งใจจับมือถือแขนอีกฝ่าย ในขณะที่วินซ์เพียงแค่อมยิ้มกลับไป และขยับสายนาฬิกาข้อมือให้เข้าที่เท่านั้น “ไปยังไงดีคะ...ห้องคามิ” คนตัวเล็กกำลังจะเสนอให้ใช้ห้องตนเอง แต่เมื่อนึกได้ว่าเป็นฝ่ายออกหน้ามากเกินงาม ทั้งที่เขายังไม่ได้พูดอะไรสักคำก็เงียบ ยกมือปิดหน้าด้วยความอับอาย เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ หรือไม่ก็คงเมาจนขาดสติ “คุณไหวหรือเปล่า” เสียงนั้นดังใกล้มาก นักศึกษาสาวค่อยๆ ลดฝ่ามือตนเองและลืมตาขึ้น จึงได้เห็นว่าวินซ์ขยับเข้ามาหยุดตรงหน้า ห่างกันแค่ฝ่ามือเดียว “คุณตัวหอมมากค่ะ อ๊ะ!” พูดจบก็ยกมือปิดปากตัวเองแน่น เธอแพ้เสียงในหัวอีกแล้ว! “คามิจังเองก็ตัวเล็กมาก” “ไม่ชอบเหรอคะ ฉันใส่ส้นสูงเก่งมาก อีกอย่างสูงตั้งหนึ่งร้อยหกสิบสี่เซนติเมตรไม่ถือว่าเตี้ย” เธอพยายามพรีเซนต์ตัวเองแถมยังหมุนเป็นวงกลมให้เขาดูรูปร่าง ก่อนจะชะงักเมื่อถูกมืออุ่นจับไหล่เอาไว้ให้หยุดหมุน “เดี๋ยวเวียนหัว” วินซ์ปล่อยมือออกจากไหล่มนหลังพูดจบ เขาดูห่วงความรู้สึกเธอมาก ให้ตาย...คืนนี้มันต้องดีแน่ๆ “คามิไม่เคย” เธอโพล่งออกไปดื้อๆ ไม่อ้อมค้อม “แต่สอนได้นะคะ” “ครับ ผมจะสอนเอง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD