“คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ” หลังจากเขมกรตรวจอาการเบื้องต้นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขวัญเรือนก็เริ่มได้สติ ขวัญดาวเข้าไปช่วยประคองคนเป็นแม่ที่พยายามลุกขึ้นนั่ง “เรไร” ขวัญเรือนไม่ได้นึกห่วงอาการตนเองเลยแม้แต่นิดเดียว เรียกเรไรน้ำเสียงแหบแห้งราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหายไป “เจอฤทธิ์ว่าที่หลานสะใภ้แค่นี้ถึงกับเป็นลมเป็นแล้งไปเลยนะ” แม้ในคราแรกจะตกใจและเป็นห่วงขวัญเรือนที่จู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติ แต่เมื่ออีกฝ่ายตื่นขึ้นมาก็อดว่ากระแนะกระแหนด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ “มันคงเป็นเวรกรรมของฉัน กรรมที่ทำให้ฉันต้องมาเจอคนแบบนี้” “ถ้าเธอบอกว่ามันคือเวรกรรมของเธอ แล้วทำไมเธอถึงจะให้หลานมารับกรรมที่เธอเป็นคนก่อด้วยล่ะ” “ฉัน…” “ฉันมองคนผิดไป เธอจะพูดแบบนี้ใช่ไหม” “อะ…อืม” “ถ้อยคำนี้คุ้นๆ นะ” เรไรยังคงเหน็บแนมทุกครั้งที่สบโอกาส เพราะถ้อยคำนี้เธอเป็นคนพูดกับขวัญเรือนเมื่อหลายสิบปีก่อน พูดด้วยความผิดหวัง พูดด้

