hot love พิษรักเพลิงอัคคี บทที่ 11
"หนูยังไม่ตอบตอนนี้ก็ได้ ฉันแค่พอใจในตัวหนู เดี๋ยวมีโอกาสฉันจะแนะนำลูกชายให้รู้จัก"
"เอ่อ..ค่ะ" ตกใจหมดเลยอยู่ดีๆ ก็แนะนำลูกชายให้เรา
มัวแต่คุยกับท่านพอหันออกไปมองดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาก็ทำให้ข้าวปุ้นถึงกับตกตะลึงในความงาม
"สวยใช่ไหมล่ะ ฉันไม่ได้มาล่องเรือแบบนี้นานแล้วล่ะ ก่อนสามีจะป่วยเลยมั้ง"
ท่านคงรักและซื่อสัตย์กับสามีมาก ผู้ชายแบบนี้ไม่น่าเอามาทำพันธุ์เลย
"พอสามีฉันเสีย ฉันก็ไปอยู่ต่างประเทศเพิ่งกลับวันนี้แหละ"
"อ้าวหรือคะ"
"ลูกๆ ยังไม่รู้นะเนี่ย" ท่านหมายถึงลูกชายทั้งสองคนของท่านยังไม่รู้ว่ากลับมาแล้ว
ลูกของท่านโชคดีจังเลยที่มีแม่อบอุ่นแบบนี้
"ฉันได้ยินเราบอกว่าทำงานโซนบาร์หรือ"
"ใช่ค่ะ"
"โรงแรมนี้มีบาร์แล้วเหรอ"
"เจ้าของโรงแรมบอกว่าอยากยกระดับบาร์ให้เป็นสถานบันเทิงค่ะ" เธอเล่าเรื่องที่คุยกับอัคคีให้ท่านฟัง และท่านก็ถามมาประโยคหนึ่ง ท่านถามว่าเจ้าของโรงแรมคนพี่หรือคนน้องเหรอที่ขอให้เธอมาช่วยงาน ข้าวปุ้นไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ทำแจกันแตก แต่เธอก็บอกว่าเคยทำงานสถานบันเทิงมาก่อน เจ้าของที่นี่เป็นเพื่อนกับเจ้านายเลยขอตัวเธอให้มาช่วยงาน
"ข้าวไม่แน่ใจว่าพี่หรือน้องแต่ชื่อคุณอัคคีค่ะ"
"อ้อ"
"คุณป้ารู้จักหรือคะ"
"ก็พอรู้จักบ้าง ฉันว่าหนูชมบรรยากาศก่อนดีกว่าเวลานี้กำลังสวยเลย"
"ข้าวไม่เคยมานั่งล่องเรือแบบนี้สักทีค่ะครั้งแรกเลยนะคะเนี่ย"
"ถ้าหนูชอบก็มากับฉันสิ"
"ได้หรือคะ"
"ไหนๆ ฉันก็ไม่มีใครอยู่แล้วมีหนูมาเป็นเพื่อนก็ดี" เพราะลูกชายมัวแต่ยุ่งกับการทำงานคงไม่มีเวลามานั่งเรือเป็นเพื่อนแม่หรอก
จนเวลาผ่านไปทั้งสองก็แยกย้าย ก่อนจากลานางก็ได้ขอเบอร์โทรของข้าวปุ้นไว้
ข้าวปุ้นกลับมาห้องพักก็เห็นว่าในห้องไม่มีใคร เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ในห้องนอนหรือออกไปข้างนอกแต่ก็ไม่ได้สนใจ พอเข้ามาในห้องนอนก็หลับเป็นตายแถมห้องนี้สะดวกสบายทุกอย่างเลย
ช่วงดึกๆ ของคืนนั้น อัคคีได้รับข้อความไลน์จากพี่ชายเลยรีบกลับไปที่บ้าน
"แม่กลับมาทำไมถึงไม่บอกล่ะครับ"
"แม่เห็นพวกเรายุ่งงาน เลยจัดการอะไรเองทุกอย่าง"
"คิดถึงแม่จังเลยครับ" อัคคีเดินเข้าไปกอดแม่ไว้แน่น ท่านขอไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเพื่อไม่อยากจำเรื่องที่ทำร้ายจิตใจ
"เราไม่กลับมาพักบ้านเลยเหรอ"
"งานที่โรงแรมยุ่งมากครับผมเลยพักที่นั่น"
"พักกับสาวหรือเปล่า"
"คุยกันไปนะครับเดี๋ยวผมจะขึ้นนอนแล้ว" เพลิงนั่งคุยกับแม่ได้ครู่ใหญ่แล้วพอน้องชายมาเขาก็เลยจะขึ้นไปนอน เพลิงไม่ได้ไปค้างที่โรงแรมกับน้องชายหรอกเพราะไม่อยากทิ้งบ้านไว้
"พรุ่งนี้ผมจะให้คนจัดงานเลี้ยงต้อนรับแม่กลับบ้านนะครับ" เขาไม่ได้ตอบเรื่องที่แม่ถามว่าพักกับสาวหรือเปล่า
"ตามใจเราสิ" นางไม่ใช่ตาสีตาสาเป็นถึงผู้ร่วมหุ้นรายใหญ่ของโรงแรม กลับมาเลยต้องจัดงานจะได้พูดคุยกับผู้ร่วมหุ้นและผู้บริหาร "แม่มีผู้หญิงคนหนึ่งอยากให้มาร่วมงานด้วย"
"ผู้หญิงที่ไหนครับ เดินทางมากับแม่เหรอครับ"
"เปล่าหรอกเธออยู่ที่ประเทศเรานี่แหละ"
"แม่รู้จักที่ไหน"
"ที่โรงแรมนั่นแหละ"
"แม่ไปโรงแรมมาแล้วหรือครับ"
"แม่ไปล่องเรือ" เพลิงที่บอกว่าจะขึ้นบ้านได้ยินน้องพูดถึงเรื่องงานเลี้ยงเลยรอฟังดูก่อน
อัคคีกลัวว่าแม่จะเจอ 18 มงกุฎเลยต้องถามหน่อย แต่ไม่เป็นไรถ้าท่านจะให้มาร่วมงานด้วยพรุ่งนี้เดี๋ยวเขาก็คงเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเอง
คืนนี้อัคคีค้างที่บ้านเพราะแม่กลับมา จนถึงเช้าของวันต่อมาเขาถึงได้รีบออกไปที่โรงแรม เพราะต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับแม่อีก
หุ้นส่วนและผู้บริหารทุกคนได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยง รวมถึงเพื่อนๆ ของแม่ที่อยู่ในประเทศ
วันนี้ช่วงเช้าข้าวปุ้นยุ่งกับงานที่เธอมารับผิดชอบ จนถึงตอนเที่ยงเธอเลยคิดว่าจะออกไปหาอะไรทานนอกโรงแรมสักหน่อย เพราะคงไม่มีปัญญาทานข้าวในโรงแรมหรอก
"หนูจะไปไหนเหรอ" ตอนที่เธอเดินออกไปป้าคนเมื่อคืนมองเห็นพอดีเลยเดินตามมา
ข้าวปุ้นไม่แปลกใจหรอกที่เจอท่าน เพราะคิดว่าท่านก็คงพักอยู่โรงแรมนี้เหมือนกัน "ข้าวกำลังจะออกไปทานข้าวค่ะ"
"หนูไปทานข้างนอกเหรอ"
"ใช่ค่ะ"
"ในนี้ก็มีห้องอาหารไม่ใช่เหรอ"
ก่อนจะตอบท่านข้าวปุ้นมองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวว่าใครจะมาได้ยิน
"มีอะไรเหรอจ๊ะ"
"รู้แล้วป้าอย่าไปบอกใครนะคะ โรงแรมนี้อาหารแพงมาก"
"หึหึ.. ฉันไม่บอกใครหรอก แล้วนี่หนูจะไปทานอะไร"
"ข้าวชอบทานส้มตำค่ะว่าจะไปลองทานหน้าโรงแรมดู"
"ส้มตำเหรอจ๊ะ?"
"ป้าเคยทานไหมคะ"
"เคย"
"งั้นดีเลยเราไปเซอร์เวย์ร้านแถวนี้ด้วยกันดีกว่าค่ะ" ข้าวปุ้นเอื้อมไปจูงแขนของคุณป้าแล้วเดินตามออกมาจนถึงร้านไก่ย่างส้มตำ
"......" นางมองดูอาหารที่ข้าวปุ้นสั่งมาที่บอกว่าเคยทานคือเคยทานตำไทยไม่ใช่ตำปูปลาร้าแบบนี้
"ป้าทานได้ไหมคะ"
"คงได้" นางไม่ค่อยทานส้มตำหรอกเลือกทานแค่ไก่ย่างกับข้าวเหนียว และในระหว่างที่นั่งทานข้าวด้วยกันนางเลยชวนเธอไปร่วมงานเลี้ยง
"งานเลี้ยงเหรอคะ ข้าวไม่กล้าไปหรอกค่ะ"
"งานนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับฉันกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อนคนแรกที่ฉันรู้จักก็คือหนูจะไม่ไปร่วมได้ยังไง"
"เพื่อน?" ท่านให้เกียรติเธอเป็นเพื่อนเลยเหรอ
"หนูคงไม่คิดว่าฉันแก่เกินไปที่จะเรียกว่าเพื่อนได้นะ"
"ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยค่ะ..ตกลงค่ะข้าวจะไปร่วมงานเลี้ยงด้วย"
"อีกไม่กี่ชั่วโมงงานเลี้ยงก็จะเริ่มแล้วงั้นเราไปช้อปปิ้งดูเสื้อผ้ากันหน่อยไหม"
"แต่ข้าวต้องกลับไปทำงานค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกน่าไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย"
"....ค่ะ" เธอมีนิสัยอย่างหนึ่ง ปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็น และครั้งนี้ก็เช่นกัน
[ห้างสรรพสินค้า]
เข้ามาในห้างนางก็พาเธอเดินตรงไปที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนม
ข้าวปุ้นก็เดินตามเข้าไป ระดับท่านก็คงจะไม่ไปซื้อร้านโนเนมหรอก
"หนูไปลองชุดนี้ดูสิ"
"ข้าวไม่ซื้อหรอกค่ะ"
"ฉันจะซื้อให้"
"ข้าวไม่กล้ารบกวนท่านหรอกค่ะ"
"เราเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่เหรอ"
"แต่นี่มันราคาแพงเกินไปค่ะ" ข้าวปุ้นเห็นสีหน้าท่านแล้วเลยใจอ่อนยอมลองชุดที่ท่านส่งมาให้
เกิดมาไม่เคยใส่ชุดแบบนี้สักที แล้วเธอจะกล้าใส่ไปออกงานเหรอ
"เสร็จหรือยังหนูข้าวปุ้น"
"เสร็จแล้วค่ะ"
"ออกมาให้ฉันดูหน่อยเร็ว"
"เอ่อคือ"
"ออกมาเถอะน่า" นางมองผู้หญิงคนนี้ไม่ผิดจริงๆ ถ้าแต่งหน้าทำผมขึ้นอีกหน่อยส่งประกวดได้เลยนะเนี่ย "ฉันเอาทั้งหมดนี้เลย" นางไม่ได้เอาแค่ชุดที่ข้าวปุ้นลอง ยังเอากระเป๋ารองเท้าที่เข้าชุดกัน แถมมีเครื่องประดับเพิ่มมาอีก
ข้าวปุ้นพยายามปฏิเสธ เธอคงไม่มีเงินมาคืนท่านหรอก
"ผู้ใหญ่ให้ของก็ต้องรับไว้สิ"
"ขอบคุณท่านมากนะคะ" หลังจากที่ไหว้ขอบคุณท่านแล้วเธอก็หิ้วของที่ได้เดินตามท่านออกมาจากร้านแบรนด์เนมหรู และมาหยุดอยู่ที่ร้านเสริมสวยไม่ไกลกันนัก
"เอาให้สวยจนจำไม่ได้เลยนะ"
"คะ?" ทีแรกคิดว่าท่านจะเข้ามาเสริมสวยแต่ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ
ทั้งสองเสริมความงามไปได้พักหนึ่งก็มีโทรศัพท์เข้ามา
>>{"แม่อยู่ไหนครับงานใกล้จะเริ่มแล้ว"}
{"เริ่มงานไปก่อนเลยเดี๋ยวแม่เข้าไป"} นางพูดแค่นี้ก็วางสายไป ตอนที่กำลังวางสายมองไปดูผู้หญิงที่มาด้วยกัน ถ้าไม่ได้นั่งเสริมสวยด้วยกันคงจำไม่ได้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน
"หนูสวยมากเลยนะ"
"ต้องขอบคุณช่างค่ะ" ข้าวปุ้นมองตัวเองในกระจกแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน
ในเวลาต่อมาที่โรงแรม..
"พร้อมหรือยัง"
"ค่ะ" เธอคิดว่าท่านจัดเลี้ยงกับพวกเพื่อนฝูงของท่าน คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง เลยเดินเข้ามาในงานกับท่านด้วยความมั่นใจ..
🖊ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่