บทที่ 11

1559 Words
hot love พิษรักเพลิงอัคคี บทที่ 11 "หนูยังไม่ตอบตอนนี้ก็ได้ ฉันแค่พอใจในตัวหนู เดี๋ยวมีโอกาสฉันจะแนะนำลูกชายให้รู้จัก" "เอ่อ..ค่ะ" ตกใจหมดเลยอยู่ดีๆ ก็แนะนำลูกชายให้เรา มัวแต่คุยกับท่านพอหันออกไปมองดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาก็ทำให้ข้าวปุ้นถึงกับตกตะลึงในความงาม "สวยใช่ไหมล่ะ ฉันไม่ได้มาล่องเรือแบบนี้นานแล้วล่ะ ก่อนสามีจะป่วยเลยมั้ง" ท่านคงรักและซื่อสัตย์กับสามีมาก ผู้ชายแบบนี้ไม่น่าเอามาทำพันธุ์เลย "พอสามีฉันเสีย ฉันก็ไปอยู่ต่างประเทศเพิ่งกลับวันนี้แหละ" "อ้าวหรือคะ" "ลูกๆ ยังไม่รู้นะเนี่ย" ท่านหมายถึงลูกชายทั้งสองคนของท่านยังไม่รู้ว่ากลับมาแล้ว ลูกของท่านโชคดีจังเลยที่มีแม่อบอุ่นแบบนี้ "ฉันได้ยินเราบอกว่าทำงานโซนบาร์หรือ" "ใช่ค่ะ" "โรงแรมนี้มีบาร์แล้วเหรอ" "เจ้าของโรงแรมบอกว่าอยากยกระดับบาร์ให้เป็นสถานบันเทิงค่ะ" เธอเล่าเรื่องที่คุยกับอัคคีให้ท่านฟัง และท่านก็ถามมาประโยคหนึ่ง ท่านถามว่าเจ้าของโรงแรมคนพี่หรือคนน้องเหรอที่ขอให้เธอมาช่วยงาน ข้าวปุ้นไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ทำแจกันแตก แต่เธอก็บอกว่าเคยทำงานสถานบันเทิงมาก่อน เจ้าของที่นี่เป็นเพื่อนกับเจ้านายเลยขอตัวเธอให้มาช่วยงาน "ข้าวไม่แน่ใจว่าพี่หรือน้องแต่ชื่อคุณอัคคีค่ะ" "อ้อ" "คุณป้ารู้จักหรือคะ" "ก็พอรู้จักบ้าง ฉันว่าหนูชมบรรยากาศก่อนดีกว่าเวลานี้กำลังสวยเลย" "ข้าวไม่เคยมานั่งล่องเรือแบบนี้สักทีค่ะครั้งแรกเลยนะคะเนี่ย" "ถ้าหนูชอบก็มากับฉันสิ" "ได้หรือคะ" "ไหนๆ ฉันก็ไม่มีใครอยู่แล้วมีหนูมาเป็นเพื่อนก็ดี" เพราะลูกชายมัวแต่ยุ่งกับการทำงานคงไม่มีเวลามานั่งเรือเป็นเพื่อนแม่หรอก จนเวลาผ่านไปทั้งสองก็แยกย้าย ก่อนจากลานางก็ได้ขอเบอร์โทรของข้าวปุ้นไว้ ข้าวปุ้นกลับมาห้องพักก็เห็นว่าในห้องไม่มีใคร เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ในห้องนอนหรือออกไปข้างนอกแต่ก็ไม่ได้สนใจ พอเข้ามาในห้องนอนก็หลับเป็นตายแถมห้องนี้สะดวกสบายทุกอย่างเลย ช่วงดึกๆ ของคืนนั้น อัคคีได้รับข้อความไลน์จากพี่ชายเลยรีบกลับไปที่บ้าน "แม่กลับมาทำไมถึงไม่บอกล่ะครับ" "แม่เห็นพวกเรายุ่งงาน เลยจัดการอะไรเองทุกอย่าง" "คิดถึงแม่จังเลยครับ" อัคคีเดินเข้าไปกอดแม่ไว้แน่น ท่านขอไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเพื่อไม่อยากจำเรื่องที่ทำร้ายจิตใจ "เราไม่กลับมาพักบ้านเลยเหรอ" "งานที่โรงแรมยุ่งมากครับผมเลยพักที่นั่น" "พักกับสาวหรือเปล่า" "คุยกันไปนะครับเดี๋ยวผมจะขึ้นนอนแล้ว" เพลิงนั่งคุยกับแม่ได้ครู่ใหญ่แล้วพอน้องชายมาเขาก็เลยจะขึ้นไปนอน เพลิงไม่ได้ไปค้างที่โรงแรมกับน้องชายหรอกเพราะไม่อยากทิ้งบ้านไว้ "พรุ่งนี้ผมจะให้คนจัดงานเลี้ยงต้อนรับแม่กลับบ้านนะครับ" เขาไม่ได้ตอบเรื่องที่แม่ถามว่าพักกับสาวหรือเปล่า "ตามใจเราสิ" นางไม่ใช่ตาสีตาสาเป็นถึงผู้ร่วมหุ้นรายใหญ่ของโรงแรม กลับมาเลยต้องจัดงานจะได้พูดคุยกับผู้ร่วมหุ้นและผู้บริหาร "แม่มีผู้หญิงคนหนึ่งอยากให้มาร่วมงานด้วย" "ผู้หญิงที่ไหนครับ เดินทางมากับแม่เหรอครับ" "เปล่าหรอกเธออยู่ที่ประเทศเรานี่แหละ" "แม่รู้จักที่ไหน" "ที่โรงแรมนั่นแหละ" "แม่ไปโรงแรมมาแล้วหรือครับ" "แม่ไปล่องเรือ" เพลิงที่บอกว่าจะขึ้นบ้านได้ยินน้องพูดถึงเรื่องงานเลี้ยงเลยรอฟังดูก่อน อัคคีกลัวว่าแม่จะเจอ 18 มงกุฎเลยต้องถามหน่อย แต่ไม่เป็นไรถ้าท่านจะให้มาร่วมงานด้วยพรุ่งนี้เดี๋ยวเขาก็คงเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเอง คืนนี้อัคคีค้างที่บ้านเพราะแม่กลับมา จนถึงเช้าของวันต่อมาเขาถึงได้รีบออกไปที่โรงแรม เพราะต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับแม่อีก หุ้นส่วนและผู้บริหารทุกคนได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยง รวมถึงเพื่อนๆ ของแม่ที่อยู่ในประเทศ วันนี้ช่วงเช้าข้าวปุ้นยุ่งกับงานที่เธอมารับผิดชอบ จนถึงตอนเที่ยงเธอเลยคิดว่าจะออกไปหาอะไรทานนอกโรงแรมสักหน่อย เพราะคงไม่มีปัญญาทานข้าวในโรงแรมหรอก "หนูจะไปไหนเหรอ" ตอนที่เธอเดินออกไปป้าคนเมื่อคืนมองเห็นพอดีเลยเดินตามมา ข้าวปุ้นไม่แปลกใจหรอกที่เจอท่าน เพราะคิดว่าท่านก็คงพักอยู่โรงแรมนี้เหมือนกัน "ข้าวกำลังจะออกไปทานข้าวค่ะ" "หนูไปทานข้างนอกเหรอ" "ใช่ค่ะ" "ในนี้ก็มีห้องอาหารไม่ใช่เหรอ" ก่อนจะตอบท่านข้าวปุ้นมองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวว่าใครจะมาได้ยิน "มีอะไรเหรอจ๊ะ" "รู้แล้วป้าอย่าไปบอกใครนะคะ โรงแรมนี้อาหารแพงมาก" "หึหึ.. ฉันไม่บอกใครหรอก แล้วนี่หนูจะไปทานอะไร" "ข้าวชอบทานส้มตำค่ะว่าจะไปลองทานหน้าโรงแรมดู" "ส้มตำเหรอจ๊ะ?" "ป้าเคยทานไหมคะ" "เคย" "งั้นดีเลยเราไปเซอร์เวย์ร้านแถวนี้ด้วยกันดีกว่าค่ะ" ข้าวปุ้นเอื้อมไปจูงแขนของคุณป้าแล้วเดินตามออกมาจนถึงร้านไก่ย่างส้มตำ "......" นางมองดูอาหารที่ข้าวปุ้นสั่งมาที่บอกว่าเคยทานคือเคยทานตำไทยไม่ใช่ตำปูปลาร้าแบบนี้ "ป้าทานได้ไหมคะ" "คงได้" นางไม่ค่อยทานส้มตำหรอกเลือกทานแค่ไก่ย่างกับข้าวเหนียว และในระหว่างที่นั่งทานข้าวด้วยกันนางเลยชวนเธอไปร่วมงานเลี้ยง "งานเลี้ยงเหรอคะ ข้าวไม่กล้าไปหรอกค่ะ" "งานนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับฉันกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อนคนแรกที่ฉันรู้จักก็คือหนูจะไม่ไปร่วมได้ยังไง" "เพื่อน?" ท่านให้เกียรติเธอเป็นเพื่อนเลยเหรอ "หนูคงไม่คิดว่าฉันแก่เกินไปที่จะเรียกว่าเพื่อนได้นะ" "ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยค่ะ..ตกลงค่ะข้าวจะไปร่วมงานเลี้ยงด้วย" "อีกไม่กี่ชั่วโมงงานเลี้ยงก็จะเริ่มแล้วงั้นเราไปช้อปปิ้งดูเสื้อผ้ากันหน่อยไหม" "แต่ข้าวต้องกลับไปทำงานค่ะ" "ไม่เป็นไรหรอกน่าไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย" "....ค่ะ" เธอมีนิสัยอย่างหนึ่ง ปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็น และครั้งนี้ก็เช่นกัน [ห้างสรรพสินค้า] เข้ามาในห้างนางก็พาเธอเดินตรงไปที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนม ข้าวปุ้นก็เดินตามเข้าไป ระดับท่านก็คงจะไม่ไปซื้อร้านโนเนมหรอก "หนูไปลองชุดนี้ดูสิ" "ข้าวไม่ซื้อหรอกค่ะ" "ฉันจะซื้อให้" "ข้าวไม่กล้ารบกวนท่านหรอกค่ะ" "เราเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่เหรอ" "แต่นี่มันราคาแพงเกินไปค่ะ" ข้าวปุ้นเห็นสีหน้าท่านแล้วเลยใจอ่อนยอมลองชุดที่ท่านส่งมาให้ เกิดมาไม่เคยใส่ชุดแบบนี้สักที แล้วเธอจะกล้าใส่ไปออกงานเหรอ "เสร็จหรือยังหนูข้าวปุ้น" "เสร็จแล้วค่ะ" "ออกมาให้ฉันดูหน่อยเร็ว" "เอ่อคือ" "ออกมาเถอะน่า" นางมองผู้หญิงคนนี้ไม่ผิดจริงๆ ถ้าแต่งหน้าทำผมขึ้นอีกหน่อยส่งประกวดได้เลยนะเนี่ย "ฉันเอาทั้งหมดนี้เลย" นางไม่ได้เอาแค่ชุดที่ข้าวปุ้นลอง ยังเอากระเป๋ารองเท้าที่เข้าชุดกัน แถมมีเครื่องประดับเพิ่มมาอีก ข้าวปุ้นพยายามปฏิเสธ เธอคงไม่มีเงินมาคืนท่านหรอก "ผู้ใหญ่ให้ของก็ต้องรับไว้สิ" "ขอบคุณท่านมากนะคะ" หลังจากที่ไหว้ขอบคุณท่านแล้วเธอก็หิ้วของที่ได้เดินตามท่านออกมาจากร้านแบรนด์เนมหรู และมาหยุดอยู่ที่ร้านเสริมสวยไม่ไกลกันนัก "เอาให้สวยจนจำไม่ได้เลยนะ" "คะ?" ทีแรกคิดว่าท่านจะเข้ามาเสริมสวยแต่ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ ทั้งสองเสริมความงามไปได้พักหนึ่งก็มีโทรศัพท์เข้ามา >>{"แม่อยู่ไหนครับงานใกล้จะเริ่มแล้ว"} {"เริ่มงานไปก่อนเลยเดี๋ยวแม่เข้าไป"} นางพูดแค่นี้ก็วางสายไป ตอนที่กำลังวางสายมองไปดูผู้หญิงที่มาด้วยกัน ถ้าไม่ได้นั่งเสริมสวยด้วยกันคงจำไม่ได้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน "หนูสวยมากเลยนะ" "ต้องขอบคุณช่างค่ะ" ข้าวปุ้นมองตัวเองในกระจกแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน ในเวลาต่อมาที่โรงแรม.. "พร้อมหรือยัง" "ค่ะ" เธอคิดว่าท่านจัดเลี้ยงกับพวกเพื่อนฝูงของท่าน คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง เลยเดินเข้ามาในงานกับท่านด้วยความมั่นใจ.. 🖊ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD