เมื่อพายุสวาทสงบลงแล้ว ปัณณธีก็ปิดประทุนแล้วถอดถอนท่อนเนื้อออกจากความสาวของชิดจันทร์ทันที น้ำรักมากมายไหลกองบนเบาะหนังของรถยนต์สุดหวง แต่เขากลับคว้าทิชชูเช็ดทำความสะอาดให้ส่วนอ่อนไหวของคู่หมั้นสาวก่อน เธอเม้มปากก้มหน้างุด ขยับตัวกลับไปนั่งที่เบาะของตัวเองดังเดิม ก้มควานหากางเกงชั้นในแต่ก็หาไม่เจอ เขาจึงเปิดไฟในรถให้ “เรากลับกรุงเทพฯ กันเลยดีไหม ดึกมากแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาราวกระซิบทำคนที่เขินอายอยู่แล้วทำตัวไม่ถูก แค่คำแทนตัวที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันก็จะปรับตัวไม่ทันอยู่แล้ว ไหนจะสายตา คำพูดและน้ำเสียงของเขาที่เธอไม่ชินเอาเสียเลยนั่นอีกล่ะ แค่นี้ก็สับสนมากพอแล้ว “แล้วเอ่อ พี่ปัณณ์ขับไหวเหรอคะ” ตอนนี้สติของเธอกลับมาเต็มร้อย จึงกระดากอายนิดหน่อย แต่เมื่อออกปากเรียกเขาว่าพี่แล้ว ก็ควรจะเรียกต่อไปตามนั้น “ไหวสิ พี่ไม่เหนื่อยสักนิด ลูกจันนอนหลับไปได้เลยนะ ถึงคอนโดแล้วพี่จะปลุก” “ลูก

