บทที่ 5 : ไม่มีทางให้เลือก…

1544 Words
สามวันผ่านไป… [เวลา 17:30 น.] Vara Italian Restaurant ณ ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง “น้องเกรซมาช่วยพี่เก็บโต๊ะนี้หน่อยจ๊ะ” ลินดา ผู้จัดการร้านเอ่ยเรียกเกรซที่กำลังเดินเก็บเมนู “ค่ะ” ร่างบางรีบสาวเท้าเดินเข้าไปเก็บโต๊ะตามคำสั่งทันที เกรซค่อนข้างน่ารักไม่ขี้เกียจ ขยันเอางานเอาการใช้ง่ายเลยทำให้เธอกลายเป็นที่รักของทุกคนไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหน “น้องเกรซเสร็จโต๊ะนี้แล้วไปพักกินข้าวเถอะจ๊ะอย่าลืมชวนข้าวหอมไปด้วย” “ขอบคุณนะคะพี่ลินดา” เธอฉีกยิ้มตาหยีจนลินดาที่เห็นรอยยิ้มนั้นนิ่งไปทันทีก่อนที่จะส่งยิ้มจางๆและยกมือขึ้นไปจับแก้มนุ่ม ๆ ของเกรซด้วยความเอ็นดู ร่างบางถือถาดที่ภายในมีจานชามที่ลูกค้าทานทิ้งเอาไว้กลับเข้าไปในห้องครัวส่งต่อให้แผนกล้างได้ทำงานกันต่อ ”ข้าวหอมไปกินข้าวกันพี่ลินดาอนุญาตแล้ว“ ”เหรอ วันนี้ทำไมให้ไปกินข้าวเร็วล่ะ“ ข้าวหอมถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ ”ไม่รู้สิคงเพราะไม่มีลูกค้ามั่งรีบไปเถอะหิวจนไส้จะขาดแล้ว“ มือบางจับไปที่ข้อมือเล็กของเพื่อนและออกแรงดึงเดินออกนอกร้านไปจริง ๆ ในร้านมีอาหารไว้เลี้ยงพนักงานแต่พวกเธอแค่ไม่ชอบอาหารพวกนั้นมันจะไปสู้ข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ที่จ่ายเพียง 25 บาทกินได้ทั้งร้านได้ยังไงกัน ร้านเจ๊สาวข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ “แกไปหาที่นั่งเดี๋ยวฉันตักไปให้เองเอาแบบเดิมไหม” “อือ วันนี้เพิ่มทอดมันนะอยากกินทอดมัน” เกรซหันไปบอกข้าวหอมแล้วเดินไปหยิบแก้วใส่น้ำแข็งร้านบุฟเฟ่ต์น้ำดื่มบริการตัวเอง ไม่นานพนักงานที่ทำงานในตึกสูงแถวนี้ก็ทยอยกันมากินข้าว บางคนก็หิ้วกระเป๋ากันกลับบ้านเพราะถึงเวลาเลิกงานของพนักงานออฟฟิตแล้ว จนในร้านเนืองแน่นไปด้วยลูกค้า “เห้อ! เหนื่อยชิบหายคุณเวหาแม่งเขี้ยวสุด ๆ พลาดนิดเดียวไม่ได้เลยหูตาไวมาก” พนักงานชายคนหนึ่งบ่นพึมพำ “มึงไม่ชินอีกเหรอวะเขารู้กันทั้งตึกว่าคุณเวหาไม่ชอบคนทำงานพลาดมากแค่ไหน ก่อนส่งงานวันหลังมึงก็ตรวจให้ดี ๆ สิวะ” “กูก็ว่ากูตรวจดีแล้วแต่แม่งยังหลุดไปได้อีก เครียดโว้ย!!! แม่งจะลาออกไปอยู่ที่อื่นก็ไม่มีที่ไหนดีกว่าที่นี่แล้ว” มือหนาสองข้างของชายพนักงานคนนั้นเสยผมตัวเองลวก ๆ “ออกก็โง่แล้วไอ้สัส ที่นี่เงินเดือนดี เงินเดือนขึ้นให้ทุกสามเดือนโบนัสอีก ของขวัญอีกอะไรต่ออะไรเยอะแยะไปหมดมึงดูอย่างวันนี้เขาให้เราทำโอทีค่าชั่วโมงแม่งเท่ากับค่าแรงหนึ่งวันมึงว่าจะมีที่ไหนดีกว่าที่นี่อีกกูอยู่เกษียณที่นี่แหละวะ” ชายทั้งสองนั่งพูดคุยกันดังพอให้เกรซกับข้าวหอมได้ยิน จากที่เกรซได้ยินชายคนด้านหลังคงต้องพูดถึงหัวหน้างานอยู่แน่ๆ “แกว่าถ้าเรามาฝึกงานจะอยู่ในสภาพนี้ไหมวะ?” ข้าวหอมถามเพื่อนเบา ๆ ดูจากสภาพชายคนนั้นเหมือนฟ้าจะถล่มดินจะทลายลงมาซะให้ได้ “เราแค่พนักงานฝึกงานคงไม่ขนาดนี้หรอก” “แกนั่งใกล้ ๆ หันไปดูที่สายคล้องคอเขาสิใช่บริษัทที่เราสมัครไว้หรือเปล่า” บริษัทที่เธอสองคนลงฝึกงานเอาไว้ก็อยู่แถวนี้แหละ เกรซหันไปมองยังป้ายแขวนคอสีน้ำเงินของชายคนด้านหลังทันทีก่อนจะหันกลับมามองยังเพื่อนตัวเอง “มองไม่เห็นช่างเถอะกินข้าวกัน” “เออ เจ๊มิกกี้ติดต่อมายัง” ข้าวหอมเอ่ยถามขึ้นนี่มันก็สามวันเข้าไปแล้ว “ยัง ช่างเถอะไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” เกรซเอ่ยขึ้นเธอเองก็สองจิตสองใจมากบวกกับช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอพ่อเลยไม่ต้องมารับรู้อะไรให้เครียดเธอเลยรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้กดดันอะไร “อือ ดีแล้วแกจะได้มีเวลาตัดสินใจ” ทั้งสองกินข้าวกันจนอิ่มเก็บจานเรียบร้อยและลุกออกจากร้านไป ระหว่างทางที่เดินกลับไปยังร้านอาหารที่ทำงานนั้น ครืด…ครืด… เสียงมือถือที่ตั้งระบบสั่นเอาไว้สั่นอยู่ในกระเป๋าผ้าที่เกรซสะพายอยู่ เธอรีบหยิบมันออกมาดูพบว่าเป็นข้อความจากผู้เป็นพ่อของเธอเอง พ่อ : เกรซเราต้องหาเงินเจ็ดหมื่นมาจ่ายธนาคารนะลูกไม่งั้นเขาจะให้เราย้ายออกในอีก 3 วัน หลังจากอ่านข้อความของพ่อไปเธอเหมือนอยากจะขย้อนเอาอาหารที่กินเข้าไปกลับออกมาให้ได้ความสบายใจสามวันนี้หายไปพร้อมกับข้อความที่พ่อเธอส่งมา ใบหน้าสวยซี๊ดเผือดลงไปทันที “เกรซเป็นอะไร?” ข้าวหอมเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “พ่อบอกว่าถ้าไม่หาเงินมาจ่ายธนาคารเราต้องย้ายออกจากบ้านภายในสามวัน” น้ำเสียงแผ่วเบาปนไปด้วยความไม่สบายเอ่ยบอกเพื่อน สองขาไร้เรี่ยวแรงลงไปทันที “ฉัน ไม่มีทางให้เลือก แล้วข้าว” “อืม เดี๋ยวฉันโทรถามเจ๊ให้” ข้าวหอมเข้าใจในคำพูดของเพื่อนเธอรีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกหาเจ๊มิกกี๊ ไม่นานปลายสายก็กดรับสายทันที “หนูข้าวมีอะไหมจ๊ะ” เสียงแหลม ๆ ของสาวสองลอดผ่านสายโทรศัพท์มาอย่างเช่นทุกครั้ง “เจ๊ข๋าเรื่องงานของเกรซว่าไงค่ะได้ไหม” “ว้าย!!!! ตายแล้วเจ๊ขอโทษเจ๊ลืมไปซะสนิทเลย ตาย ๆ ต้องตายแน่ ๆ สามทุ่มจ้าลูกค้านัดไว้สามทุ่ม” “สามทุ่ม!!!” ข้าวหอมเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจก่อนที่เธอจะยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา “หกโมงยี่สิบนาที” ข้าวหอมหันไปบอกเพื่อน “เจ๊ ๆ ทันค่ะ ทันแต่แค่นี้ก่อนนะคะ” “จ๊ะ ๆ แต่หนูมาให้ตรงเวลาหน่อยนะลูกค้าคนนี้เขาไม่ชอบรอเขาค่อนข้างเจ้าระเบียบนะเวลาต้องเป็นเวลาเดี๋ยวเจ๊จ่ายเพิ่มให้เองไถ่โทษที่เจ๊ลืม” “ค่ะ ๆ“ ข้าวหอมรีบกดตัดสายไปทันที ”เอางี้เดี๋ยวฉันจะโทรไปลางานกับพี่ลินดาโกหกว่าเธอปวดท้องมากต้องพาไปหาหมอ งานที่นี่วันนี้ทิ้งไปเถอะค่าแรงแค่สามร้อยเอง“ ข้าวหอมจอมแผนการคิดทุกอย่างแทนเพื่อนจนเสร็จสรรพ เธอกดมือถือโทรไปลางานจริง ๆ และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน สองสาววิ่งกระหืดกระหอบขึ้นรถไฟฟ้าต่อด้วยวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบ้านของข้าวหอมในเวลาเร่งด่วนแบบนี้มัวนั่งรถเมล์สามทุ่มก็ไม่รู้จะถึงหรือเปล่า “เอ้า ไปอาบน้ำเร็ว” ข้าวหอมส่งผ้าขนหนูให้เพื่อนเกรซรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายของตัวเองด้วยความเร่งรีบไม่นานก็เสร็จ ”ใส่ชุดนี้ได้ไหมน่ารักดีนะเหมาะกับเธอ“ ข้าวหอมเอาชุดสายเดี่ยวสีเหลืองอ่อน ๆ ออกจากตู้ให้เพื่อนดู ”อือ ได้หมดอะ“ เกรซรับชุดมาสวมใส่เธอทาเพียงแป้งเด็กเบา ๆ ตามพวงแก้มลำคอแค่นั้นไม่กล้าทาครีมหรืออะไรเลยตามคำสั่งของเจ๊มิกกี้ “เสร็จแล้วก็ไปกันเดี๋ยวฉันไปรอเพราะเธอกลับคนเดียวไม่ได้หรอก” ข้าวหอมเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วรู้ดีว่ามันสุดยอดแค่ไหนเธอเองในตอนนั้นยังต้องนอนซมไปตั้งสามวัน “ข้าวหอมฉันยอมขายศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อผู้ให้กำเนิดครั้งนี้แค่ครั้งเดียวหลังจากนี้ฉันก็ไม่มีอะไรให้กับพ่ออีกแล้ว” ในตาคู่สวยซึมไปด้วยน้ำสีใสเธอยอมเอาศักดิ์ของตัวเองให้ใครก็ไม่รู้มาเริ่งร่าสนุกกับร่างกายของเธอ แม้เธอจะหวงแหนร่างกายนี้ของตัวเองมากแต่เพราะคำว่า พ่อ มันค้ำคอเธอเลยต้องยอมแต่เพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวครั้งเดียวจริง ๆ พรึบ!! “เธอเก่งอยู่แล้วเกรซสักวันมันจะผ่านไปถึงเวลานั้นเรื่องราวเหล่านี้มันจะเป็นเพียงอดีตที่ให้เรามานั่งนึกแล้วก็ขำไปกับมันเหมือนฉันตอนนี้ไง” แขนเรียวกอดเพื่อนรักเพียงคนเดียวแน่นและเอ่ยพูดให้กำลังใจในวันที่เพื่อนต้องจมอยู่กับความย่ำแย่แบบนี้ไม่มีใครอยากทำแบบนี้กับตัวเองหรอกเธอเองก็เหมือนกันแต่สำหรับคนสู้ชีวิตแบบพวกเธอมันมีทางเลือกให้ค่อนข้างน้อยหรือไม่มีเลยด้วยซ้ำ ^^
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD