ณิชาเดินตามภูดิศเข้าไปในร้านอาหารหรู มุ่งตรงไปยังโต๊ะวีไอพีที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ สำหรับพูดคุยธุรกิจสำคัญ โดยมีคู่ค้ารุ่นราวคราวเดียวกับภูดิศนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีครับคุณภูดิศ คุณ” ชาลีลูกครึ่งไทย อังกฤษ ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ พลันเอ่ยทักทายภูดิศด้วยถ้อยคำสุภาพ และยื่นมือตรงหน้าประธานหนุ่ม หวังสร้างความสัมพันธ์อันดี แต่สายตาชาลีมิวาย มองณิชาไม่ละสายตา
“ณิชาค่ะ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ” ณิชาแนะนำตัวเองอย่างสุภาพและยื่นมือไปจับมือชาลีตามมารยาท
“ผมชาลีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณณิชา คุณสวยจับใจผมจริง ๆ” ความสวยสะกดตาของณิชา ทำให้ชาลีเอ่ยปากชมดั่งคนเพ้อฝัน
จนกระทั่ง!
“จะคุยเรื่องงานได้รึยัง” ภูดิศกระแทกเสียงเข้มออกมา พลันทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ว่างและไม่ลืมกระตุกแขนเล็กของณิชาให้นั่งตามตนเอง
“แหม! คุณภูดิศ รีบไปไหนครับ” ชาลียิ้มกว้าง สายตายังคงจับจ้องมองณิชาอย่างเปิดเผย ชวนให้ภูดิศต้องรีบเปิดบทสนทนาในทันที
“ผมไม่มีเวลาว่าง ต้องมานั่งฟังคุณพูดไร้สาระ”
“ครับ งั้นเข้าเรื่องกันเลยดีไหมครับ” ชาลีพยักหน้ารับ และพูดคุยงานโปรเจกต์ของตัวเอง ที่กำลังจะทำร่วมกับบริษัทของภูดิศด้วยท่าทางจริงจัง
จนกระทั่ง! ทุกอย่างจบลง แต่กลับได้เพียงคำตอบสั้น ๆ จากภูดิศ พร้อมกับสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงท่าทีหรืออารมณ์ใดผ่านทางแววตา
“ตามนี้”
หลังจากพูดคุยเรื่องงานเสร็จเรียบร้อย ชาลีจึงชักชวนให้ภูดิศและณิชาทานอาหารเย็นพร้อมกัน และไม่วาย ยิ้มหวานเชิญชวนณิชาด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่สายตาแฝงไปด้วยนัยบางอย่าง
“เนื้อจานนี้อร่อยนะครับ คุณณิชาลองดูไหม” ชาลีหมายหั่นเนื้อวางบนจานของณิชา แต่กลับถูกภูดิศเอ่ยปาก ห้ามเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเสียก่อน
“เธอไม่ทานเนื้อ”
“คุณภูดิศใส่ใจลูกน้องจังเลยนะครับ” ชาลียิ้มบางปนตงิดใจ เพียงเพราะภูดิศแสดงท่าทีกับณิชา ไม่เหมือนเจ้านายกับลูกน้องสักนิด
“คุณชาลีทานให้อร่อยนะคะ” ณิชายิ้มกว้างตอบรับ พลันตอบกลับเสียงหวาน ลงมือจัดการอาหารตรงหน้า โดยมีคำถามจากชาลีดังไม่หยุด
“คุณณิชาเก่งนะครับ หน้ายังเด็กอยู่เลยแต่กลับมีตำแหน่งสูง” ชาลีชวนณิชาคุยพลันเอ่ยชื่นชมหญิงสาวด้วยรอยยิ้มกว้างไม่หยุด
“อาศัยโชคช่วยมั้งคะ” ณิชายิ้มรับอย่างเป็นมิตร เพราะเธอสัมผัสได้ว่าชาลีเป็นมิตรมากกว่าศัตรู แม้สายตาจะดูเจ้าเล่ห์เสมือนพร้อมเขมือบเธอตลอดเวลาก็ตาม
“หลังจากนี้เราคงได้ร่วมงานกันบ่อยขึ้น ฝากตัวด้วยนะครับ”
“ณิชาควรพูดคำนั้นนะคะ”
เคล้ง! เสียงส้อมกระแทกจานอย่างแรง เรียกสายตาจากณิชาและชาลีให้หันไปมองเป็นตาเดียว พลันตั้งคำถามชวนคุยอย่างมีมารยาท แต่! กลับได้รับคำตอบชวนให้รอยยิ้มชาลีเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่อร่อยเหรอครับ”
“ไม่อร่อย รำคาญหู ปกติบนโต๊ะอาหารผมไม่คุยเรื่องไร้สาระแบบนี้”
“ขอโทษทีครับ พอดีคุณณิชาน่าคุยด้วย จนผมลืมมารยาทเสียสนิทเลย” ชาลีเอ่ยปากขอโทษภูดิศในทันที หากพูดตามมารยาทบนโต๊ะอาหาร คงแย่ตามที่ภูดิศกล่าว
แต่! ชาลีกลับต้องชะงักอีกคราไปกับคำพูดของภูดิศ คำพูดชวนแปลกใจระหว่างความสัมพันธ์ของณิชาและภูดิศ
“คราวหลังคุณต้องหัดดูก่อนนะครับ เผื่อคำพูดของคุณ เผลอไปสะดุดหูคนอื่นเข้า อาจโดนกระทืบได้”
จนกระทั่ง!
มือถือของณิชาสั่นด้วยสายเรียกเข้าไม่หยุด ทำให้ร่างบางต้องรีบหยิบมือถือขึ้นมาดูบุคคลที่โทรเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่! กลับถูกภูดิศตั้งคำถามขึ้น สายตาจ้องมองมือถือที่อยู่ในมือของณิชา เสมือนกำลังจับผิดภรรยาที่แอบมีกิ๊กก็ไม่ปาน
“ใครโทรมา”
“ฉันขออนุญาต ออกไปรับสายสักครู่นะคะ” ณิชาไม่ได้ตอบคำถามภูดิศ แต่เธอกลับขออนุญาตออกไปรับสายด้านนอก แต่กลับถูกภูดิศรั้งแขนเล็กเอาไว้พร้อมกับออกคำสั่งเสียงเข้ม
“คุยตรงนี้”
“มารยาทคุณมีไหมคะ” ณิชาโน้มตัวเข้าใกล้ภูดิศ พลันกระซิบกระซาบบอกชายหนุ่มด้วยท่าทางอารมณ์กรุ่นโกรธ
“คุยตรงนี้” ภูดิศยังคงย้ำคำเดิม และดูเหมือนครั้งนี้เป็นผล เมื่อณิชายอมฟังคำสั่งของตนด้วยสีหน้าท่าทางเบื่อหน่ายเต็มประดา
เฮ้อ! ณิชาทำได้เพียงถอนหายใจพรืดยาว และตัดสินใจกดรับสายจอห์นนี่ที่โทรกระหน่ำเข้ามาหลายสาย
ณิชากดรับสายด้วยน้ำเสียงเร่งรีบและเบาที่สุด เพียงเพราะไม่อยากรบกวนชาลีที่นั่งมองตัวเองอยู่
(ว่าไงจอห์นนี่)
(ณิชา ณิชา น้องนาวินเป็นอะไรไม่รู้ ผื่นเต็มตัวเลย หายใจเหนื่อยด้วย) จอห์นนี่รีบรายงานอาการและท่าทีของนาวินด้วยน้ำเสียงร้อนรนปนตกใจขึ้นทันที
(อยู่ไหนจอห์นนี่) คำว่านาวิน ทำให้ณิชาไม่สามารถกักเก็บอารมณ์ตกใจเอาไว้ได้ หญิงสาวรีบเอ่ยถามเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนได้รับคำตอบ
(อยู่คอนโดฯ พวกเราพึ่งทานอาหารเย็นเสร็จ)
(ฉันจะกลับคอนโดฯ เดี๋ยวนี้) ณิชารีบเก็บมือถือลงในกระเป๋าสะพายด้วยท่าทางเร่งรีบ ภายในใจกระวนกระวายแทบไร้สติ แต่! ไม่ลืมเอ่ยปากขอตัวกลับอย่างมีมารยาท
“ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”
“เกิดอะไรขึ้น” ภูดิศขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยปนมึนงงกับท่าทางเร่งรีบและร้อนรน แถมณิชายังมีอาการเสมือนกำลังจะร้องไห้ก็ไม่ปาน
“โอ๊ย! อย่าถามมากได้ไหม ลูกฉันไม่สบาย ฉันรีบ” ณิชาโวยวายขึ้นในทันที เมื่อถูกภูดิศตั้งคำถามมากมายกับตัวเอง
“ฉันไปด้วย ตามมา” ภูดิศรีบเสนอตัวในทันที เพราะเกรงหากปล่อยณิชากลับเพียงลำพัง คงไม่ดีแน่
“ไม่ต้อง ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” ณิชาปฏิเสธเสียงแข็ง เธอรีบเดินออกจากร้านอาหารในทันที โดยมีภูดิศเดินตามหลังออกมาติด ๆ
“เธอกลัวฉันรู้อะไรรึเปล่า” ภูดิศยังคงตั้งคำถามด้วยความสงสัย ยิ่งณิชาปฏิเสธมากเท่าไร ยิ่งชวนให้ใจแกร่งตงิดใจมากกว่าเดิม
“ปะ เปล่า” น้ำเสียงตะกุกตะกักขาดห้วงไป หญิงสาวพยายามเดินหนีและปฏิเสธอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่ง! ภูดิศรีบรั้งแขนเล็กให้เดินตามไปยังรถยนต์ตนเองที่จอดอยู่ไม่ไกล พลันดุหญิงสาวด้วยท่าทางน่าเกรงขาม
“งั้นตามมา ชีวิตลูกชายเธอสำคัญไม่ใช่เหรอ หยุดเถียงได้แล้ว!”