เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังต้องแบกคนเมากลับบ้าน

2270 Words
เย็นนั้นเป็นวันแรกที่กรรณิการ์กลับถึงบ้านพร้อมกับอธิป ชายหนุ่มบอกให้เธอแต่งตัวสวยๆ เพราะเขาจะพาไปเลี้ยงต้อนรับการกลับบ้านและเข้าทำงานใหม่ไปพร้อมกันทีเดียว “มีใครไปบ้างคะพี่กล้า” “มีพี่กับกรรณ แล้วก็นายเขตกับต้นข้าว กรรณรู้จักข้าวแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มรู้มาว่าอธิชาคู่แฝดของตนเคยไปเจอกับกรรณิการ์ที่ลอนดอนหลายครั้ง เพราะรายนั้นเรียนต่อที่อังกฤษต่างจากเขาที่เลือกไปคนละประเทศ “รู้จักค่ะ ดีจังเลยกรรณไม่ได้เจอพี่ข้าวนานแล้ว งั้นขอตัวเลยนะคะ” กรรณิการ์ยิ้มร่าเริงวิ่งขึ้นบ้านด้วยท่าทางเหมือนเด็ก อธิปมองแล้วส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินตามไป ############### หนึ่งชั่วโมงต่อมา กรรณิการ์ก้าวลงจากรถยนต์ที่อธิปเป็นคนขับเองต่างจากเวลางานที่เขามักจะมีคนขับรถให้ “ที่นี่เหรอคะพี่กล้า” กรรณิการ์มองอย่างไม่แน่ใจ มันเป็นร้านอาหารกึ่งผับ มีโซนบาร์ มีโซนดนตรีสดอยู่ในย่านตัวเมืองของระนอง เธอเคยได้แต่ผ่านแต่ยังไม่เคยเข้ามา “ร้านของเพื่อนพี่เอง ไปเถอะ กินที่นี่ก็สะดวกดีไม่ต้องเก็บกวาดเองเหมือนที่บ้าน” เขาเดินนำไปอีกทางที่ไม่ใช่ทางเข้าร้านปกติที่มีจุดตรวจบัตรประชาชน “พี่กล้าคะ ไม่ตรวจบัตรก่อนเหรอ” “เราไม่ต้องตรวจ มานี่เลย” เขาดึงข้อมือเธอเดินไปทางประตูด้านข้างร้านสำหรับเจ้าของร้านและพนักงานเข้าออก กรรณิการ์เก็บกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋าถือพลางเดินเร็วๆ เพราะคนที่จูงเธออยู่ขายาวกว่ามาก “อ้าว ไอ้กล้าวันนี้มาแต่วัน” เสียงห้าวของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านใน “เออ กูจองโต๊ะไว้เด็กบอกมึงรึยัง” อธิปตอบ “เรียบร้อย ห้องพิเศษในพิเศษว่าแต่จะให้น้องๆ คนไหนไปดูแลวะ เดี๋ยวกูเรียกให้” วรงค์พูดอย่างเคยชินแต่ต้องเงียบเมื่อเห็นว่าเพื่อนมีใครมาด้วย “ไม่ต้อง วันนี้กูกับข้าวมาเลี้ยงต้อนรับน้องกลับจากเมืองนอก นี่กรรณเพิ่งเรียนจบกลับมาไม่กี่วัน กรรณนี่ไอ้รงค์เพื่อนพี่มันเป็นเจ้าของร้าน” ชายหนุ่มแนะนำให้สองคนรู้จักกัน วรงค์รับไหว้จากสาวสวยทักทายอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีค่ะคุณวรงค์” “สวัสดีครับน้องกรรณ เรียกพี่ก็ได้ไม่ต้องคุณหรอก คนกันเองทั้งนั้น” เขาตอบสาวสวยอย่างไม่ถือตัวและหันไปคุยกับอธิปต่อ “ก็ร้านมึงด้วยไหมวะ ลงแต่เงินไม่มาช่วยบริหารสักที” อธิปทำหน้านิ่ง “เห็นใจวะ ให้ร้านจ่ายค่าบริหารให้มึงคนเดียวก็พอ” “คร้าบ พ่อคนค่าตัวแพง” วรงค์ลากเสียงก่อนจะกระซิบ “คนนี้เปล่าวะ ที่ปู่ย่ามึงยกสมบัติให้ตั้งเยอะ” อธิปปรายตามองคนสอดรู้สอดเห็น เขารู้ว่ามันอยากรู้มากแต่เขาไม่อยากตอบมีอะไรไหม ชายหนุ่มไม่ตอบแต่หันไปแตะข้อศอกคนที่มาด้วยกัน “ไปกันเถอะกรรณ พี่เมื่อยอยากพักขา” “เอ้า... ไอ้นี่ทำแบบนี้กับเพื่อนอีกแล้วเหรอวะ เมินเพื่อนโชว์สาวเนี่ย” วรงค์พึมพำมองตามหลังสองหนุ่มสาวที่เดินห่างไป หลังจากนั้นเขาก็หันไปก้มหน้าก้มตากับหน้าจอโทรศัพท์ทันที ห้องสนทนากลุ่มลับห้องคิงส์ วรงค์ : พวกมึง กูมีอะไรมาเหลา สมาชิกในกลุ่มอีกสองคนต่างขึ้นชื่อว่าอ่านแล้ว ยกเว้นอธิปที่วรงค์รู้ดีว่ามันไม่ว่างอ่านแน่ๆ วรงค์ : มึงรู้ไหมว่ากูเจอใคร ชณัฐ : พวกกูจะไปรู้กับมึงได้ยังไง เจอใครก็ว่ามา หนึ่งในนั้นตอบกลับเมื่อวรงค์ไม่เล่าสักที วรงค์ : กูเจอเด็กไอ้กล้าแล้วมึง แม่งน้องเขาอย่างสวย ยศ : เด็กไอ้กล้าแต่ละคนก็หิ้วจากร้านพวกมึงทั้งนั้น จะตื่นเต้นไรวะ กูงง วรงค์ : ไม่ใช่ดิ กูหมายถึงเด็กคนที่ปู่ย่ามันหมายมั่นปั้นมืออยากได้เป็นหลานสะใภ้น่ะ มันพามาร้านเมื่อกี้บอกว่าเป็นน้องเพิ่งกลับจากเมืองนอก พามาเลี้ยงต้อนรับ เป็นที่รู้กันของหลายคนที่นี่ว่านายหัวภาคย์และคุณศิตา เอ็นดูกรรณิการ์มากจนไม่ติดหากจะได้เธอมาเป็นหลานสะใภ้ และหลายคนก็คิดว่าการที่ในพินัยกรรมระบุให้อธิปเป็นผู้ดูแลกรรณิการ์คือการเปิดโอกาสให้สองหนุ่มสาวได้ทำความรู้จักสนิทสนมกัน ชณัฐ : มันบอกว่าน้องก็น้องสิ มึงอย่าไปพูดว่าน้องเขาเป็นเด็กไอ้กล้ามัน ผู้หญิงเขาจะเสียหาย ชณัฐเตือนเพื่อนเพราะคิดว่าเรื่องมันยังไม่ได้มีอะไรที่บ่งบอกว่าสองคนนั้นคบกันในเชิงชู้สาว ที่นี่เป็นเมืองเล็กมีข่าวอะไรจะแพร่ไปอย่างรวดเร็วจนเสียชื่อกันเปล่าๆ วรงค์ : งั้นกูก็จีบน้องเขาได้ใช่ไหม เออ... ไอ้กล้ามันอาจจะไม่คิดอะไรเนอะเพื่อน งั้นกูจีบ ยังไม่ทันที่ใครจะตอบอะไร อธิปก็ตอบเข้ามาในห้องสนทนา ต้นกล้า : ถ้ามึงยังไม่หยุดพูด กูจะถอนหุ้นออกจากร้านมึงพรุ่งนี้ ‘งั้นกูก็จีบน้องเขาได้ใช่ไหม เออ... ไอ้กล้ามันอาจจะไม่คิดอะไรเนอะเพื่อน งั้นกูจีบ’ ไอ้หมอนี่เมื่อไหร่จะเลิกหน้าหม้อไม่หยุด ขอให้คืนนี้วิญญาณปู่กับย่าตามไปหักคอมัน อธิปคิดในใจหลังจากที่พิมพ์ข้อความเข้าไปในกรุ๊ปไลน์เมื่อครู่ และได้ผลไอ้เพื่อนที่แสนปากมากหุบปากสนิท เก็บมือไม่พิมพ์อะไรตอบกลับมาอีกเลย “พี่กล้าจะสั่งอะไรดีคะ” กรรณิการ์เอ่ยอย่างเกรงใจเพราะเห็นสีหน้าเขาค่อนข้างเครียดหลังจากดูอะไรที่หน้าจอ ‘สงสัยอธิปจะมีงานด่วนหรือเปล่า’ เธอคิดในใจ และความเป็นคนที่ถูกเลี้ยงต้อนรับในคืนนี้ทำให้เธอไม่กล้าสั่งอาหารเอง ถึงอย่างไรก็ต้องรอเจ้าภาพ “อ๋อ ถ้าอยากกินอะไรกรรณสั่งได้เลย หิวข้าวไหมที่นี่กับข้าวอร่อยนะ เชฟพี่ซื้อตัวมาจากโรงแรมห้าดาวที่กรุงเทพฯ” อธิปคลายสีหน้าเคร่งเครียดลงเมื่อได้ยินคำถามของคนที่มาด้วย ชายหนุ่มหยิบเมนูอีกเล่มมาเปิดดูพลิกไปมา “ผมขอเมี่ยงปลาทับทิม ทอดมันกุ้ง ทะเลผัดผงกะหรี่ ไข่เจียวปู กรรณล่ะจะกินอะไร” เขาสั่งอาหารรอพี่สาวฝาแฝดกับคนรักของเธอ และหันมาถามกรรณิการ์ที่ยังคงเปิดเมนูไปมาอย่างสนใจ “กรรณอยากกินอะไรเปรี้ยวๆ ค่ะ ขอยำรวมมิตรทะเลใส่วุ้นเส้น ต้มส้มปลากระบอกอีกสองอย่างค่ะ พี่กล้ากับพี่ข้าวจะทานข้าวด้วยใช่ไหมคะ งั้นเอาข้าวหนึ่งโถ” กรรณิการ์สั่งกับข้าวอีกสองอย่าง อธิปขมวดคิ้ว “จะพอเหรอกรรณ ไม่ต้องเกรงใจนะสั่งได้เต็มที่เลย” เขาพูดยิ้มๆ และพูดต่อ “เพราะมื้อนี้ต้นข้าวจ่าย” “อ้าว... พี่กล้า” กรรณิการ์อุทานและหัวเราะเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าผ่อนคลายมากพอที่จะพูดติดตลก ทำให้เธอลดอาการเกร็งลงได้มาก “แหม... น้องชายฉัน งกขนาดนี้เมื่อไหร่เธอจะมีแฟนฮะ” อธิชาเปิดประตูมาทันได้ยินพอดี หญิงสาววัยเดียวกันกับอธิปได้เกิดห่างกันเพียงห้านาทีจึงได้เป็นพี่พูดขึ้น กรรณิการ์หันขวับและส่งยิ้มดีใจให้คนที่เพิ่งมาถึง “พี่ข้าว... คิดถึงจังเลยค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” “คนสวยของพี่ คิดถึงเหมือนกัน โตขึ้นตั้งเยอะแน่ะเรา” อธิชาก้าวยาวๆ มาตรงเข้ากอดกรรณิการ์ที่ลุกไปหา สองสาวกอดกันจนคงเขตที่มาด้วยเริ่มสะกิดสาวคนรัก “ต้นข้าว ถ้าอยากกอดใครสักคนเธอต้องกอดผมหรือเปล่า” อธิชาหันไปมองคนรัก “ที่รักคะ นี่น้องสาวข้าวนะคะ เป็นน้องของข้าวเองค่ะที่รักคิดอะไร ทีข้าวเห็นที่รักสนิทกับต้นกล้า ข้าวยังไม่คิดมากเลยค่ะ” อธิปที่กำลังจิบเหล้าถึงกับสำลัก “เฮ้ย คู่รักวายป่วงคู่นี้เป็นอะไรเนี่ย นายทนพี่สาวฉันได้ไงวะเขต นับถือว่ะ” คงเขตเลื่อนเก้าอี้ให้อธิชานั่งลงฝั่งตรงข้ามอธิปและกรรณิการ์ “รักของฉันไม่มีนิยามว่ะ ทุกครั้งเวลาที่ท้อฉันจะเปิดโทรศัพท์ดูรูปต้นข้าวที่หน้าจอ แล้วบอกตัวเองว่า” “ข้าวเป็นกำลังใจให้ที่รักเป็นอย่างดีเลยใช่ไหมคะ แหม... เขินจัง” อธิชาดักคอ แต่คงเขตกลับพูดหน้าตาเฉย “ถ้าเรามีแฟนที่แสนดีแบบต้นข้าว ชีวิตเราก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว เพราะความน่ากลัวทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไรเท่ากับแฟนเราคนนี้อีก” กรรณิการ์หัวเราะเบาๆ ส่วนอธิปหัวเราะออกมาเต็มเสียง ขณะที่อธิชาหันไปแว้ดใส่ชายหนุ่ม “คงเขต! เล่นแบบนี้ใช่ไหม ได้....” “โอ๊ย... ข้าวผมล้อเล่น หยิกผมทำไม” คงเขตโอดโอยทั้งที่มือคนรักสาวยังไม่ได้แตะตัวเขาเลย “ยัง ยังไม่ได้หยิก อย่าโอเว่อร์แอคติ้ง” เธอค้อน “กับข้าวมาละ เรากินกันเถอะกรรณ ปล่อยสองคนนี้ตีกันไป” อธิปพูดหลังจากพนักงานทยอยเสริฟอาหาร อธิชาหูผึ่งก่อนจะแซวน้องชายตัวเอง “อะไรนะ ได้ยินแว่วๆ กินกันเถอะเหรอ” อธิปถอนใจ หันมาพูดกับกรรณิการ์เบาๆ “พี่ว่าช่วงนี้ข้าวเขาอาจจะเครียดไป อย่าไปถือสาเขานะ” กรรณิการ์หัวเราะ “พี่กล้าอย่าไปว่าพี่ข้าวสิคะ พี่ข้าวน่ารักออก” ในสายตาหญิงสาว อธิชาเป็นคนไม่ถือตัวและมักจะทำให้คนรอบข้างสนุกสนานเฮฮาเสมอ จะถือว่าเธอเป็นเซฟโซนของใครหลายๆ คนก็ว่าได้ ทั้งสี่เริ่มรับประทานอาหาร หลังจากที่อิ่มแล้วพวกเขาก็ย้ายไปนั่งในโซนบาร์ต่อ “ตกลงกรรณทำงานที่ออฟฟิศนายกล้าใช่ไหม” คราวนี้อธิชาพูดเป็นงานเป็นการ “ใช่ ทำไมเหรอ” อธิปตอบแทน “เปล่า นึกว่าน้องว่าง ฉันอยากได้กรรณมาเดินแบบให้บ้างหาค่าขนม” อธิชามีธุรกิจส่วนตัวคือห้องเสื้อแฟชั่น ซึ่งเธอเป็นทั้งเจ้าของแบรนด์และดีไซเนอร์เองด้วย แบรนด์ของเธอกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในแวดวงแฟชั่นและเริ่มเป็นที่รู้จักทั่วไป “กรรณไม่น่าสะดวกไปได้ ต้องทำงานที่นี่ ส่วนห้องเสื้อเธออยู่กรุงเทพฯ หาคนอื่นดีกว่าไหม” อธิปตอบแทนแต่คู่แฝดสาวนิ่วหน้า “ฉันว่าเธอให้กรรณคิดเองบ้างก็ได้ ฉันละห่วงจังน้องอยู่กับเธอนี่จะอึดอัดรึเปล่า” “มะ ไม่ค่ะพี่ข้าว กรรณโอเค” กรรณิการ์รีบตอบ ไม่อยากให้อธิปเสียหน้าและถึงอย่างไรตามพินัยกรรมเธอก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของเขาไปอีกหนึ่งปี ไม่อยากให้เรามีปัญหากินใจกันไปอีกนาน อธิชาพยักหน้า “ถ้ากรรณโอเคจริงๆ งั้นก็ฉลอง มะพี่จะเลี้ยงต้อนรับ” หญิงสาวพยักหน้าเรียกพนักงานมาเสริฟเครื่องดื่ม “นี่จ้ะ ดื่มเลย ไม่เมาหรอก” พนักงานเสริฟไวน์รสนุ่มที่เธอจองไว้แล้ว มันเป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงว่ารสชาติดี นุ่มไม่บาดคอ “เบาได้เบานะกรรณ ปกติเราดื่มไหม” อธิปถามเมื่อเห็นพนักงานใหม่จิบที่ละนิดแต่ไม่พักมาสองสามแก้วติด "ไม่เคยดื่มเลยค่ะพี่กล้า” กรรณิการ์หันมายิ้มสดใสให้ และแอลกอฮอร์เมื่อเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดในปริมาณที่พอดีทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น รู้สึกสนุกสนานมากขึ้น มันดีแบบนี้เองมิน่าเขาถึงชอบกินกันนัก เธอคิดในใจ “จะห้ามน้องทำไม เธอเองก็ไม่ได้ดื่มนี่” อธิชาพูดกับน้องชาย “ก็ฉันต้องเป็นคนขับรถกลับบ้านจะดื่มได้ยังไงล่ะ แฟนเธอเองก็ไม่ดื่มเหมือนกันเห็นไหม” อธิปว่าส่วนคงเขตได้แต่ยิ้มมุมปากไม่ว่าอะไรแฟนสาวสักคำ “จริงสินะ ดังนั้นกรรณเต็มที่เลยจ้ะ พรุ่งนี้วันหยุด” อธิชาพูดต่อขณะที่อธิปส่ายหน้าไปมา แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรจริงจังเพราะรู้ว่าพี่สาวตัวเองก็ไม่ได้ดื่มบ่อย และปกติอธิชาก็เป็นคนทำงานหนักมากเธอมักจะทำงานข้ามวันข้ามคืนแบบไม่พัก จนเขาเองก็เคยอดเป็นห่วงไม่ได้ “เดี๋ยวถ้าเธอเมาฉันจะถ่ายคลิปเธอส่งให้พ่อแม่ดู” อธิปขู่เมื่อสองสาวเริ่มติดลม “โน่นเลย ก่อนจะถ่ายคลิปฉันแบกน้องกลับบ้านได้ละ ส่งน้องให้ถึงที่นอนดีๆ ล่ะ เข้าใจ๋” อธิชาชี้ไปทางกรรณิการ์ที่นั่งนิ่งหน้าแดงได้แต่ยิ้มอย่างเดียวเพราะเมาแล้ว อธิปได้แต่บอกตัวเองว่าถ้ามีครั้งต่อไปเขาจะไม่ให้สองสาวดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์แบบนี้อีกเด็ดขาด ‘ดื่มก็ไม่ได้ดื่มด้วย แถมยังต้องแบกคนเมากลับบ้าน เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอชัดๆ’ เขานึกในใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD