น้ำฝนขับรถพามิลินและมะนาวกลับมายังคอนโด ทั้งสองพยุงร่างบางเดินเข้าไปในลิฟต์โดยสารอย่างทุลักทุเลท่ามกลางสายตาลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกันกับเธอ
มิลินเดินน้ำตาซึมและรู้สึกอับอายสายตาคนอื่นเป็นอย่างมาก บางคนถึงขั้นกระซิบกระซาบหัวเราะเยาะใครบ้างจะไม่รู้ว่าเธอไปโดนอะไรมา
“พี่มิลิน ฮือ…อย่าไปสนใจคนอื่นเลยนะคะ” น้ำฝนเอ่ยบอกพี่สาวอีกคนของเธอด้วยความเห็นใจ เธอรู้ว่ามิลินรู้สึกยังไงเพราะถ้าเป็นเธอเองเธอก็คงจะอายคนอื่นมากเหมือนกัน
จนลิฟต์โดยสารขึ้นมายังชั้นที่เป็นห้องพักของมิลินน้องทั้งสองคนเอาแต่นั่งมองมิลินเงียบๆ เพราะหลังจากที่ประตูห้องปิดลงมิลินก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้เสียใจที่ตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าอายแบบนี้
“พี่มิลิน” มะนาวเอ่ยเรียกมิลินเบาๆ
“ถ้าแม่กับยายรู้คงผิดหวังในตัวพี่ ยายสอนตลอดอย่าปล่อยตัว ปล่อยใจเพียงเพราะความอยากรู้อยากลอง ผู้หญิงสวยอย่างเดียวมันไม่พอต้องมีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าทั้งร่างกายและจิตใจ” มิลินบอกน้องทั้งสอง คำสอนของยายยังดังก้องอยู่ในความทรงจำของเธอ ไม่ผิดที่เธอจะยึดมั่นกับคำสอนของยายเพราะประสบการณ์ที่แม่ของเธอเจอมามันเป็นบทเรียนให้ยายและแม่หวาดกลัวและทุกคนกลัวว่ามิลินจะเจอแบบเดียวกับที่แม่เธอเจอ
“เพราะไอ้พี่สกายคนเดียวเลย นิสัยไม่ดี เอาแต่ใจ เห็นแก่ตัวที่สุด” น้ำฝนขบเคี้ยวเขี้ยวฟันแสดงอาการโกรธออกมาเมื่อพูดถึงสกาย
“ไม่เป็นไร พี่โอเคทั้งสองไม่ต้องเป็นห่วงพี่นะมันจะไม่เกิดขึ้นอีกและพี่จะไม่ร้องไห้อีก” เธอไม่อยากให้น้องทั้งสองต้องเป็นห่วงจึงเอ่ยบอกน้องและยิ้มจาง ๆ ออกมา มือบางยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มของตัวเอง
-อีกด้าน-
สกายยังนั่งชะเง้อคอรอมิลินกลับมาอย่างใจจดใจจ่อภายในบ้านหลังใหญ่ของเพลิง เขาโทรไปหามิลินหลายครั้งแต่ฝากข้อความตลอด ตาคมจ้องมองไปยังทับทิมประมาณว่าเธอรู้อะไรบ้าง
“บอกก็ได้ มิลินกลับคอนโดไปแล้ว” ทับทิมตัดสินใจบอกความจริงกับสกาย
“กลับ ทำไมกลับวะ”
“ก็สกายนิสัยไม่ดี รู้ไหมว่าที่ทำลงไปมิลินโกรธและเสียใจมากแค่ไหน” ทับทิมบอกสกายอีกครั้ง
“รู้ว่าโกรธ แต่จะเสียใจทำไม” เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะเสียใจทำไมทั้งที่ผ่านมาเขาก็แสดงออกต่อเธอชัดเจนเสมอ
“มิลินเป็นผู้หญิงนะสกายและผู้หญิงทุกคนก็ไม่ได้เหมือนกัน มิลินเป็นคนน่ารักขนาดไหนสกายก็รู้ มิลินไม่ใช้ผู้หญิงใจง่าย ถ้ามิลินจะยอมไม่ยอมสกายไปนานแล้วเหรอเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนสกายใช้กำลังข่มเหงมิลิน หรือจะเถียง“ ทับทิมเอ่ยบอกสกายเพื่อหวังให้เขาเข้าใจและไม่ทำร้ายจิตใจมิลินแบบนี้อีกเพราะรู้ดีว่าถ้ามิลินไม่ยอมขึ้นมาสกายก็เอาไม่อยู่
”แล้วยังไง..?“ สกายเอ่ยถามขึ้น
“จ๊ะ ยังไงล่ะ ก็เลิกเอาแต่ใจกับมิลิน เลิกลากเขาไปไหนมาไหนให้มิลินได้หายใจ ให้มิลินได้เป็นอิสระบ้าง” ทับทิมบอกสกาย ถึงเธอจะอยู่ข้างมิลินแต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนหนีสกายไปหรอก
พรึบ!
จู่ ๆ สกายก็ยืนขึ้นเต็มความสูง
“มึงจะไปไหนวะ” เพลิงเอ่ยถามขึ้น
“หามิลิน”
“โอ้ย ไอ้สกายก็บอกอยู่ว่าให้มิลินได้หายใจบ้าง ยังจะไปหามิลินอีก” ทับทิมร้องเสียงหลงเธอเพิ่งบอกไปเมื่อกี้ว่าให้เว้นระยะห่างบ้างมันฟังไม่เข้าใจหรือยังไง
“ก็จะไปคุยให้รู้เรื่องนี่ไง” สกายตอบทับทิมแล้วหันหลังเดินออกไปขึ้นรถทันที
รถหรูขับมาด้วยความเร็วตรงไปยังคอนโดของมิลินก่อนที่เขาจะเห็นเข้ากับรถน้ำฝนที่จอดอยู่ สกายสาวเท้าเดินเร็ว ๆ เข้าไปในลิฟต์จนขึ้นมาถึงชั้นที่มิลินพักอยู่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
มือหนาเคาะประตูห้องเสียงดัง สกายยืนรออยู่หน้าห้องนานหลายนาทีแต่คนที่อยู่ด้านในก็ไม่ยอมมาเปิดประตูให้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้มันดังกว่าครั้งแรกบอกให้คนในห้องรู้ว่าเขาใส่อารมณ์ลงไปในแรงเคาะของเขาด้วย
“พี่มิลินเอาไงดีคะ” น้ำฝนเอ่ยถามมิลิน
มิลินเริ่มมีสีหน้าวิตกกังวลเพราะรู้จักนิสัยสกายดีว่ายังไงคนอย่างสกายก็ไม่คิดยอมง่ายๆ
”แต่ฝนว่าไม่ต้องไปเปิดหรอกค่ะ ปล่อยให้เคาะให้มือหักไปเลย“ น้ำฝนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“มิลินจะเปิดหรือไม่เปิด” เสียงของสกายดังขั้น พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่แรงขึ้นและวันหยุดแบบนี้คงรบกวนห้องข้าง ๆ อยู่ไม่น้อย
“คุณเบา ๆ หน่อยนะคะคนอื่นเขาจะพักผ่อน” เสียงเพื่อนข้างห้องดังขึ้นจริงๆ จนมิลินต้องยอมลุกไปเปิดประตูห้องให้กับสกายเพราะเกรงใจคนอื่นทั้งที่เธอไม่ได้อยากจะเห็นหน้าเขาเลย
“ทำไมต้องเสียงดังสกายหัดเกรงใจคนอื่นบ้างได้ไหม” ประตูยังไม่ทันเปิดเต็มบานมิลินก็ต่อว่าเขาทันที ตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่ตาปวดแดงเป็นอย่างมากบอกให้สกายรู้ว่าเธอคงร้องไห้มาอย่างหนัก
สกายแทรกตัวเดินเข้ามาในห้องก็เจอสองสาวนั่งกันอยู่ที่โซฟา ก่อนที่เขาจะหันไปบอกยังน้ำฝน
”กลับไปได้แล้ว“ สกายเอ่ยปากบอกให้น้ำฝนกลับไป
”กลับไปไหนคะ“ น้ำฝนถามขึ้นอีกครั้ง
”กลับบ้านเราไง“
”จะกลับได้ไงค่ะก็ฝนกับมะนาวย้ายมาอยู่กันพี่มิลินแล้ว“
”ย้ายมาอยู่!“ สกายเอ่ยพูดเสียงหลง ก่อนที่เขาจะหันไปมองยังมิลิน
”สกายมีอะไรก็ว่ามาสิ วันนี้เราเหนื่อย“ มิลินรู้สึกอึดอัดมากเหลือเกินเวลาที่สกายอยู่ด้วยถ้าเขาอย่าเอาแต่ใจกับเธอมากจนเกินไปทุกอย่างก็คงไม่มาถึงขั้นนี้ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเธอไม่พูดไม่บอก เธอบอกแต่สกายไม่เคยฟังจนเธอยอมแพ้ไปเอง
”หมายความว่าไงมิลิน“ เขาถามมิลินน้ำเสียงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เขามองหน้าเธออย่างกดดันเพื่อให้เธออธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจ แต่ทว่ามิลินกลับไม่อยากพูดหรืออธิบายอะไรให้เขาฟังเพราะที่น้ำฝนพูดมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ทีกับเธอเขายังไม่คิดที่จะฟังอะไรเลย
หมับ!
สกายจับหมับเข้าที่ต้นแขนเล็กเมื่อมิลินจะเดินเข้าไปในห้อง
“เป็นอะไรแค่โดนเอาถึงกับต้องโกรธกันขนาดนี้เลยเหรอ” เขาถามเหมือนกับคนไม่รู้สึกผิด คำถามของคนเอาแต่ใจจะกี่ปี ๆ ก็ยังคงเหมือนเดิมจริงๆ
“แค่เหรอ สกายพูดว่าแค่เหรอที่สกายทำกับเรามันเกินไปหรือเปล่า” มิลินเอ่ยถามคนตัวสูงด้วยความไม่พอใจ เขาบอกว่า แค่เหรอ ทั้งที่เธอเจ็บช้ำไปหมดกับความเอาแต่ใจจนเกินกว่าเหตุของเขา เขาไม่ถามเธอสักคำว่าเจ็บมากไหม เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะรู้สึกยังไง
“อย่าพูดยากได้ไหมมิลิน ทับทิมก็โดน มะนาวก็โดนไม่เห็นมีใครเป็นอะไรเลย” สกายเอ่ยพลางชี้ไปทางมะนาวจนน้องที่นั่งนิ่งอยู่สะดุ้งตกใจ
ผลัก!
ปัง!
“ออกไปเลย สกายก็ยังเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เคยทำความเข้าใจกับอะไรทั้งนั้น อยากได้อะไรก็ต้องได้นิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยน” มือบางผลักอกแกร่งของสกายอย่างแรงก่อนที่มิลินจะปิดประตูห้องใส่หน้าเขาเสียงดังลั่น
“ง้อยากจังวะ” สกายเอ่ยพึมพำอยู่ที่หน้าประตูห้อง ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่มิลินพูด
“แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าง้อนะคะ” น้ำฝนเอ่ยบอกสกาย เธอเข้าใจว่าที่ผ่านมามิลินเงียบมาตลอดจนทำให้สกายคิดไปเองว่าที่เขาทำคือดีแล้ว ถูกแล้วทั้งที่มันสวนทางกับความรู้สึกของมิลิน
“แล้วจะให้พี่ทำยังไง” สกายเอ่ยถามน้ำฝน
“เฮียก็ต้องให้เวลาพี่มิลินบ้าง จีบสิค่ะ จีบเหมือนที่ผู้ชายกับผู้หญิงเขาจีบกัน นุ่มนวล อ่อนโยนบ้างทำเป็นไหมคะ เอาแต่ใจจนพี่มิลินเบื่อระวังให้ดีเถอะพี่มิลินจะหนีไป” น้ำฝนเอ่ยบอกเธอเข้าใจในสิ่งที่มิลินรู้สึกดี ตลอดหลายปีที่เธอรู้จักทั้งสองมาสกายไม่เคยจีบมิลินเหมือนที่ซันทำกับขนมหรือเหมือนที่พี่ชายของเธอทำกับทับทิมเลย สกายจะชอบใช้กำลังและพูดจาข่มขู่มิลินซะมากกว่าน้ำฝนได้แต่คิดในใจสมกับเป็นลูกพ่อเมฆจริงๆ
^^