รับน้อง

1801 Words
“เป็นไงบ้างน่ะเธอ” กนธิชาถามพัชชาที่เธอจำได้ว่าเป็นเพื่อนใหม่ในคณะเดียวกัน อยู่ห้องเดียวกัน “ฉันไม่เป็นไร” พัชชาปัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พลางยกแขนขึ้นดูรอยช้ำตามตัว “ต้องไปห้องพยาบาลไหม” ปราณชนกถาม เธอเองก็ได้เลือดซิบๆ จากเล็บของอีกฝ่ายที่จิกแขนเมื่อครู่ “ไม่ล่ะ” พัชชาตอบเสียงห้วนและพูดต่อ “ขอบใจ แต่ทีหลังไม่ต้องมายุ่ง” เธอหมายถึงว่าไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนกับเรื่องของเธอ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากกว่านั้น ปราณชนกยกมือขึ้นเท้าเอว ก่อนจะชี้หน้า “ก็ปากมันเป็นแบบนี้ สมควรถูกตบไหมล่ะ” ปราณชนกสวนทันควันและคิดในใจว่าคนปากเก่งแบบนี้ไม่น่าช่วยเลย “ปรางอย่าพูดสิ ใครมันจะอยากโดนตบล่ะ” กนธิชาปรามเพื่อนเพราะนิสัยไม่ชอบซ้ำเติมใคร “ฉันแค่ไม่อยากให้พวกเธอมาเดือดร้อนไปด้วย ไม่รู้เข้า มหาวิทยาลัยแล้วจะมีฝ่ายปกครองหรือเปล่า” พัชชาตอบ “เฮ้ย... ตายละลืมเลย” ปราณชนกตะโกนตอบอย่างตกใจ “ไม่เป็นไรเรามีพยาน ว่าพวกเราถูกหาเรื่องก่อน” กนธิชาหันซ้ายหันขวาแล้วยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่านอกจากคนที่เริ่มมามุงแล้ว ยังมีสายรหัสของตัวเองอยู่ในบริเวณนี้ด้วย “พี่ทิตย์ พี่แบงค์เห็นใช่ไหมคะ” เธอถามสองหนุ่มที่กำลังเดินมาหา “อืมม พี่เห็นว่าเราโดดเข้าไปร่วมวงตบตีอย่างเมามันเลยล่ะ” อาทิตย์ตอบ “แหม... ไม่ใช่สิพี่ พี่ต้องบอกว่าเห็นตั้งแต่แรกตอนที่พายถูกหาเรื่อง” กนธิชาแก้ให้ “พายเป็นไงบ้างแล้วมีเรื่องกับใคร” เสียงห้าวดังขึ้นด้านหลังทำให้ทุกคนหันไปมอง ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาร่างสูงใหญ่พอๆ กับพวกเขาก้าวเข้ามากลางวง เขากวาดตามองทุกคนโดยเฉพาะพัชชา “พี่จอม... พายไม่เป็นไรค่ะ แค่เพื่อนพี่มาหาเรื่องพายเพราะว่าเป็นน้องรหัสพี่” พัชชาทำท่าเกรงใจ เธอเม้มปากทำสีหน้าลำบากใจเหมือนไม่อยากให้จิรกรที่เป็นพี่รหัสรู้เรื่องนี้แล้วต้องมาวุ่นวายเพราะเธอ “อีตอแหล อีสำออย ไม่บอกจอมเขาไปล่ะว่าเธอกวนประสาทพวกฉันที่เป็นรุ่นพี่แค่ไหน” หนึ่งในกลุ่มสาวปีสองที่หาเรื่องรุ่นน้อง ที่ตอนนี้ถูกคนอื่นๆ กันออกไปตะโกนเถียงมา “ไม่เห็นว่าพายเขาหาเรื่องอะไรพวกพี่ๆ เลยค่ะ นี่ก็อยู่ในห้องน้ำด้วยเหมือนกันนะ มีคลิปเสียงด้วยจะให้เปิดให้ทุกคนฟังไหมว่าใครหาเรื่องใคร” ปราณชนกชูโทรศัพท์ขึ้นมาทำให้กลุ่มปีสองเงียบกริบมองหน้ากันเอง สี่สิบนาทีต่อมาพวกเขาออกจากห้องของอาจารย์ที่ปรึกษา หลังจากที่ถูกอาจารย์เรียกพบ โดยที่มีธิติ อาทิตย์และจิรกรเข้าไปด้วยในฐานะพี่รหัสและพยานที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก พัชชา ปราณชนกและกนธิชาถูกตักเตือน ส่วนสาวรุ่นพี่ปีสองถูกทำทัณฑ์บนเนื่องจากไม่ใช่ความผิดครั้งแรก และหากมีอีกครั้งพวกเธอทั้งหมดจะถูกพักการเรียน “ปรางเธออัดคลิปเสียงไว้จริงเหรอ อัดไว้ได้ไง” พัชชาถามอย่างอดไม่ได้ ว่าทำไมปรางจึงอัดเสียงที่เธอถูกรุ่นพี่ได้ทัน ปราณชนกปฏิเสธ “เปล่า แค่ขู่เฉยๆ” เธอหัวเราะ ใครจะไปอัดเสียงทัน ด่ากันแค่ไม่กี่ประโยคก็ตบกันแล้ว ธิติส่ายหน้าไปมา นี่ก็แสบไม่แพ้กัน “พวกนั้นคงไม่กล้าหาเรื่องแล้ว แต่ยังไงพี่ก็อยากให้พวกเธอระวังตัวกันนะ” เขาเตือน “เพราะพวกพี่แหละ เราถึงโดนเขม่น” กนธิชาตอบ “อ้าว เกี่ยวไรกับพี่” อาทิตย์งง แค่ยืนเฉยๆ ก็ผิดเหรอวะ “ก็เพราะเราเป็นน้องรหัสพี่ๆ ไง จะกอหญ้าหรือพายก็โดนสาวๆ ในภาคเขม่นพอกัน ส่วนพายเป็นน้องรหัสพี่จอมยิ่งแล้วใหญ่เลย ส่วนปรางนั่นเป็นน้องรหัสพี่ลีโอความฮอตก็พอๆ กัน ความซวยก็มาอยู่ที่เราเพราะความฮอตของพวกพี่” กนธิชาอธิบาย เพราะความที่พวกเธอต้องมามีเรื่องวุ่นวายเพราะมีพี่รหัสที่เป็นกลุ่มเด็กเทพ กลุ่มหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของธิติ หรือตัวจอมที่เป็นลูกเจ้าของมหาวิทยาลัยที่สาวๆ ต่างคลั่งไคล้ ทำให้พวกเธอถูกอิจฉาอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่หรอก พี่ก็คนธรรมดา” จิรกรพูดยิ้มๆ เขาขยับแว่นไปมาเหมือนจะเขินที่ถูกชมตรงๆ “เนี่ย ก็แบบนี้อะ ฮอตเนิร์ดชัดๆ อีพายซวยค่า” พัชชาเห็นด้วยกับสองสาวเป็นครั้งแรก แล้วพวกเธอก็หัวเราะกันเหมือนไม่ได้เพิ่งมีเรื่องกันมา “ปรางศุกร์นี้กลับบ้านไหมลูก” เสียงมารดาที่ส่งมาตามสายโทรศัพท์ทำให้ปราณชนกอมยิ้ม เธอยกข้อมือขึ้นดูเวลาเห็นว่าอีกนานกว่าที่จะถึงชั่วโมงเรียนตอนบ่าย “กลับค่ะแม่ พรุ่งนี้ปรางมีเรียนครึ่งวันเดี๋ยวกลับบ้านตอนบ่ายค่ะ รถจะได้ไม่ติด” “งั้นให้พี่ปริ๊นไปรับไหมลูก พ่อเขาเป็นห่วงไม่อยากให้ลูกขับรถไปๆ มาๆ เอง” ปาริฉัตรถามลูกสาว “ไม่เอาหรอกค่ะ กว่าพี่ปริ๊นจะมาก็เย็นปรางขี้เกียจรอ” “ตามใจ งั้นแม่ทำกับข้าวกับขนมไว้ให้ อยากกินอะไรบ้างคะลูกสาว” ปราณชนกคุยต่อกับมารดาอีกสามสี่คำก่อนจะวางสายไป กนธิชาที่นั่งด้วยกันถามขึ้น “เธอจะกลับบ้านเย็นนี้เหรอปราง” “ฮื่อ กลับสิแล้วเธอไม่กลับเหรอ” “ไม่กลับ กะว่าจะอยู่เตรียมทำรายงานให้เสร็จ ศุกร์หน้าเรามีเลี้ยงสายรหัสกันไง” กนธิชาเตือนเพื่อน แม้ว่าจะเพิ่งเข้าปีหนึ่งมาหมาดๆ แต่อาจารย์ก็สั่งงานกันแล้ว “อ้าว จริงด้วย เราลืมละพายล่ะจะไปไหนไหม” ปราณชนกหันไปถามพัชชาที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ “เย็นนี้เราไม่ว่าง แต่พรุ่งนี้มาช่วยกอหญ้าได้ เธอจะไปเตรียมงานที่ไหน” พัชชาหลังจากที่ใช้เวลาคิดครู่หนึ่งและถามแผนงานของกนธิชาด้วย “กะว่าพรุ่งนี้บ่ายจะมาหอสมุด ถ้าปรางไม่ว่างไม่เป็นไรนะเราหาข้อมูลไว้รอได้” กนธิชารีบบอก “งั้นวันนี้เรากลับไปนอนบ้านคืนหนึ่งแล้วพรุ่งนี้บ่ายเจอกันที่หอสมุด ช่วยกันแหละดีแล้วจะได้เสร็จเร็วนี่มันงานกลุ่มนี่” ปราณชนกตัดสินใจกลับบ้านหนึ่งคืน เพราะคาดว่าสัปดาห์หน้ามีเลี้ยงสายรหัสรวมและมีกิจกรรมรับน้องในเสาร์ต่อจากนั้นแบบนอกสถานที่อีก เธออาจจะไม่ได้กลับบ้านก็ได้ วันนั้นบนโต๊ะรับประทานอาหารตอนเย็น วิศรุตทำสีหน้า ไม่เข้าใจเมื่อรู้ว่าลูกสาวคนเล็กจะค้างที่บ้านได้แค่คืนเดียว “เพิ่งเปิดเทอมเองนะลูก ทำไมเรียนหนักขนาดนั้น” “อาทิตย์หน้ามีรับน้องค่ะพ่อ ปรางเลยอยากทำรายงานให้เสร็จก่อน จะได้ทำกิจกรรมแบบไม่ต้องห่วงอะไร” เฟรชชี่สาวเปลี่ยนรายละเอียดของกิจกรรม ที่ว่าจากเลี้ยงรวมสายรหัสเป็นการรับน้องเสียดื้อๆ และนั่นทำให้คนเป็นพ่อพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “งั้นถ้าวันไหนว่างหนูก็กลับบ้านบ้างนะลูก ถ้าขี้เกียจขับรถเองก็บอกพ่อหรือพี่ปริ๊นให้ไปรับก็ได้” “ค่ะพ่อ” ปรานชนกยิ้มหวานให้บิดา โล่งใจที่วิศรุตไม่ติดใจอะไรมากกว่านี้ “แล้วที่คณะมีใครมาเกาะแกะเราไหมลูก” คำถามต่อมาทำให้ปราณชนกหน้าตาตื่นและรีบปฏิเสธ “ไม่มีค่ะพ่อ ปรางเพิ่งไปเรียนไม่กี่วันยังไม่ค่อยรู้จักใครเลยค่ะ” “ดีแล้วลูก พ่อไม่ห้ามนะถ้าลูกจะมีแฟนแต่อยากให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน” วิศรุตกล่าวด้วยท่าทีสบายใจขึ้น ในขณะที่ภรรยาปรายตามองและถามแทรกขึ้นมา “แล้วเวลาที่เหมาะสมที่ลูกเราจะมีแฟนได้นี่เมื่อไหร่ดีคะ” วิศรุตหันหน้ามามองปาริฉัตรและทำท่าคิด “ก็คงจะสักตอนยายปรางอายุยี่สิบแปด ตอนนั้นกำลังดีนะ” ปาริฉัตรหัวเราะทันที ส่วนปราณชนกทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “โอ๊ย... ลูกสาวเราขึ้นคานพอดีค่ะคุณพ่อ” “ไม่เป็นไร ลูกสาวคนเดียวพ่อเลี้ยงได้อยู่แล้ว หนูก็ยังไม่อยากมีแฟนใช่ไหมคะ พ่อรู้หรอก” วิศรุตถามลูกสาวที่ทำหน้าไม่ถูกก่อนจะตอบแบบอ้อมแอ้ม “ค่ะคุณพ่อ” ทั้งสามรับประทานอาหารต่อ และปราณชนกก็นึกอะไรขึ้นได้ “แม่คะ หนูจะเอาปุยฝ้ายไปอยู่ด้วยนะ” เจ้าปุยฝ้ายที่เธอพูดถึงคือแมวสีขาวพันธุ์เปอร์เซียที่เธอได้จากคุณลุง มันเป็นลูกแมวที่บ้านของนพ.ราม พี่ชายของวิศรุตซึ่งเห็นว่าหลานสาวชอบแมวและมีความรับผิดชอบดีในระดับหนึ่งจึงแบ่งให้เลี้ยง “แม่ว่าอย่าเพิ่งเลยลูก สงสารปุยฝ้ายช่วงกลางวันที่ต้องอยู่ห้องคนเดียวตอนหนูไปเรียน” คนเป็นแม่ไม่เห็นด้วยกับลูกสาว และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ปราณชนกเพิ่งนึกออกเช่นกัน “จริงด้วยค่ะ หนูลืมไปเลย” “หนูคิดถึงมันก็กลับมาเล่นด้วยบ่อยๆ เอาละกันลูก ไหนจะเรื่องทำความสะอาดอีก ไปอยู่นู่นคนเดียวดูแลแค่ตัวเองก่อนก็พอลูก” วิศรุตสำทับ สำหรับเขาถือว่าดีเสียอีกลูกจะได้กลับบ้านบ่อยๆ “เออ แล้วเรื่องรับน้องเป็นยังไงบ้างลูก” วิศรุตเปลี่ยนเรื่อง “ก็แล้วแต่ความสมัครใจค่ะพ่อที่นี่ไม่บังคับ หนูก็ว่าจะเลือกเข้าแต่ที่ไม่กระทบเวลาทำการบ้านหรือการเรียน” “ดีลูก” วิศรุตปลื้มใจ ลูกสาวเขาเป็นเด็กดีรักการเรียนมาแต่ไหนแต่ไร “อีกสองอาทิตย์พวกรุ่นพี่บอกว่าจะมีพาไปศึกษาดูงานธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเลนะคะ ไปเช้าเย็นกลับค่ะ” ปราณชนกพูดแจ้วๆ คนเป็นพ่อหน้าบานที่ลูกรักการเรียนหารู้ไม่ว่า ทริปที่ว่าบรรดารุ่นพี่แจ้งไว้ว่า ‘ถือว่าไปเที่ยว ไปกินกันค่ะน้องๆ ไม่มีอะไรซีเรียสนะคะ ไปเช้าเย็นกลับแต่ถ้าใครอยากอยู่ค้างต่อก็ไม่ว่ากัน โตแล้วดูแลตัวเองกันจ้า รับน้องนอกสถานที่ของภาคเราไม่เน้นลำบากค่ะ เน้นกินกับส่องผู้ล้วนๆ เตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยนะคะ พัทยาสนุกมากพี่คอนเฟิร์ม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD