‘แม่เชื่อใจหนู’
คำนี้ยังดังก้องในหูของหญิงสาวตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม เธอไม่เคยรู้สึกผิดกับมารดา กับครอบครัวในการกระทำของตัวเองในเรื่องใดเท่าเรื่องนี้เลย ปราณชนกสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ เรียกหา
“มามี้ แม่อยู่ไหน...”
“แม่อยู่นี่ค่ะ หนูตื่นแล้วเหรอ” เด็กหญิงปราณณิชาทำท่างัวเงียพร้อมกับเดินออกมาจากห้องนอน หญิงสาวตรงเข้าไปหาเด็กหญิงวัยสองขวบเศษรั้งร่างเล็กมากอดแล้วหอมแก้มแรงๆ
“คนสวยของคุณแม่น่ารักที่สุด น้องปายหิวหรือยังคะ” เธอถามลูกสาวหลังจากที่เอียงแก้มให้หอมตอบแล้ว
เด็กน้อยพยักหน้ารับถี่ๆ ผมยาวตรงกระจายไปมาอยู่ในดวงหน้าเล็กๆ ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตา “หิวค่ะ”
เสียงดังจากหน้าประตูบ้านดังกุกกักก่อนที่มันจะถูกผลักออก หญิงสาวสองคนเดินตามกันเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางสดชื่น
“ว้าว น้องปายคนสวยตื่นแล้วเหรอคะ น้ากอหญ้าขออุ้มทีสิ” กนธิชาในชุดออกกำลังกายอ้าแขนออกรับร่างของลูกสาวเพื่อน หอมแก้มกันไปมาก่อนจะวางลงให้ยืนกับพื้นตามเดิม
“หิวแล้วใช่ไหมเรา” พัชชาถามขึ้นบ้าง ทำเอาเด็กหญิงยิ้ม
“หิวค่ะ จะกินนม” เธอพูดแค่นั้นแล้วก็พูดกับตัวเองต่อเหมือนกับบ่นอะไรงึมงำตามประสาเด็ก
“แม่ว่าหนูกินข้าวก่อนดีกว่าลูก อย่าเพิ่งกินนมเลยเนอะ” ปราณชนกบอกลูก พัชชาจึงเอ่ยว่า
“พาลูกไปกินบุฟเฟต์ที่ห้องอาหารสิปราง เผื่อเห็นของกินเยอะๆ จะอยากกินอะไร ไปเจอเด็กๆ คนอื่นบ้าง”
“ก็ดีเหมือนกัน มาเที่ยวทั้งทีกินให้คุ้ม” กนธิชาเห็นด้วย
“งั้นไปกันเลย พวกเธอจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหม” ปราณชนกเตรียมหยิบกระเป๋าสตางค์และคีย์การ์ดบ้านพัก
“เราไม่เปลี่ยนแต่ยายพายต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว” กนธิชาพูดอย่างรู้นิสัยเพื่อน
“พวกเธอพาหลานไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป” พัชชาเดินเข้าห้องพักด้านในเพื่อเปลี่ยนชุด
ปราณชนกมองตามแล้วจึงหันไปเรียกลูก “งั้นเราไปกันเถอะกอหญ้า น้องปายมาค่ะ แม่อุ้มไปหม่ำๆ กัน”
สิบห้านาทีต่อมาเมื่อได้ที่นั่งและหญิงสาวดูแลเรื่องอาหารของลูกเรียบร้อยแล้ว โดยที่น้องปายสามารถรับประทานเองได้ สองสาวเพื่อนซี้จึงคุยกันไปด้วยระหว่างกินมื้อเช้า
“แล้วนี่ปรางจะเริ่มทำงานเลยไหม” กนธิชาถามเพื่อนสาวที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทมาหมาดๆ
“ฮื่อ... กอหญ้าล่ะ เป็นไงบ้างช่วงนี้งานโอเคยัง” ปราณชนกถามถึงงานของอีกฝ่าย
“โอเคอยู่ เริ่มอยู่ตัวก็ไม่มีอะไรแล้ว ว่าแต่เธอเถอะปรางคิดยังจะทำอะไรที่ไหน”
“ก็ช่วยงานที่บ้านแหละ ช่วยคุณแม่ดูแลร้านอาหาร”
ครอบครัวของปราณชนกมีธุรกิจหลายอย่าง รวมถึงร้านอาหารไทยชื่อดังแบรนด์หนึ่งที่มีหลายสาขาในหลายห้างทั่วประเทศ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเรียนจบปริญญาโทปาริฉัตรได้บอกเธอไว้แล้ว ว่าจะยกกิจการนี้ให้ดูแลและดำเนินกิจการต่อซึ่งเธอเองก็ค่อนข้างชอบในระดับหนึ่ง
“จะได้มีเวลาดูแลลูกด้วย อีกปีกว่าปายต้องเข้าโรงเรียนแล้ว ฉันอยากมีเวลาเลี้ยงลูกเองสักปีน่ะ” เพราะว่าเวลาทองห้าขวบปีแรกของเด็กทุกคนนั้นใกล้หมดลงทุกที ปราณชนกจึงยังไม่อยากไปทำอย่างอื่นให้เสียเวลาตรงนี้ไปอีก
“เข้าใจ ตอนนั้นเธอก็ต้องไปเรียนนี่เนอะ ต้องห่างลูกตั้งสองปีคงคิดถึงน่าดู” กนธิชาเข้าใจเพื่อน เป็นครั้งแรกที่เธอพูดถึงเรื่อง ‘คราวนั้น’ ต่อหน้าเพื่อนรัก ส่วนหนึ่งเพราะว่ามันผ่านมานานพอสมควร เวลามักจะเป็นเครื่องเยียวยาความเจ็บปวดได้ดีเสมอ
“ฮื่อ ใช่” ปราณชนกหันไปมองลูกสาวที่กินอาหารเช้าของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวของผู้ใหญ่ โลกของเด็กมักจะดีเสมอ เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งโลกของเธอเองก็เคยเป็นเช่นนั้น
ความคิดของเธอถูกดึงกลับไปยังสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย เจพี สาขาบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ ช่วงปีแรกเป็นเวลาที่สนุกสนาน เธอได้พบเพื่อนใหม่สองคนคือกนธิชาและพัชชา และยังคบหาสนิทสนมกันมาจนถึงวันนี้
และเธอยังได้มีความรักครั้งแรกกับรุ่นพี่ในภาควิชาเดียวกัน ซึ่งความสัมพันธ์งอกเงยจากการที่เธอต้องไปเป็นผู้ช่วยของเขาในรายการการแข่งขันหนึ่ง เมื่อรายการจบลง แต่ความรักของเธอและเขางอกงามจนความสัมพันธ์เกินเลย เธอและธิติคบกันแบบคนรักท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของพ่อและพี่ชายแต่ทั้งสองคนก็ห้ามเธอไม่ได้
ช่วงแรกๆ ความรักเป็นไปอย่างหวานชื่น แต่เมื่อธิติเรียนจบก่อน เขาต้องเริ่มทำงานในบริษัทโมเดลลิ่งที่ครอบครัวเขาเป็นเจ้าของ มรสุมความรักก็เริ่มมา เธอและเขาถูกทดสอบด้วยระยะห่างและเวลาว่างที่มีให้กันน้อยลง แต่เรื่องเพียงแค่นั้นทำให้ความรักของเธอสั่นคลอนไม่ได้
จนปีต่อมา ธิติกลายเป็นผู้บริหารหนุ่มเนื้อหอมและเธอเองเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย ใกล้เรียนจบเต็มที ชายหนุ่มมีข่าวฉาวว่าเขามีความสัมพันธ์ลับกับดาราในสังกัดคนหนึ่ง สิ่งยืนยันมีทั้งภาพนิ่งและคลิปซึ่งตัวธิติบอกว่าเรื่องมันจบไปนานแล้ว
“ปรางเข้าใจพี่หน่อยได้ไหม ว่าเรื่องของพี่กับแพมมันเกิดก่อนที่เราจะคบกันอีก”
ในการพูดคุยครั้งแรก ธิติอธิบายกับเธออย่างใจเย็นและหนักแน่นว่าเรื่องของเขาและดาราสาวคนนั้นไม่เคยมีอะไรสานต่อกันอีก ปราณชนกจึงยังเชื่อสิ่งที่เขาพูด แต่ว่าดาราสาวคนนั้นก็ยังอยู่ในสังกัดของบริษัทตามเดิม ยังคงออกงานเดียวกับธิติบ้างตามปกติที่เคยเป็น
“ทำไมปรางไปงานด้วยไม่ได้คะ ปรางไปไม่ได้แต่แพมไปได้เหรอ” ในตอนนั้นเธอเป็นนักศึกษาฝึกงานซึ่งเลือกฝึกที่บริษัทของ คนรัก และได้เห็นหลายสิ่งที่ทำให้เริ่มระแวงอีกครั้ง
“ปราง” เขาทำเสียงอ่อนใจ “ตอนนี้ปรางเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของพี่นะ ปรางจะออกงานกับพี่ได้ยังไงให้เกิด ข้อครหาน่ะ เอาไว้ให้ฝึกงานจบก่อนได้ไหมครับ”
แต่แล้วคืนนั้นก็มีภาพถูกส่งมาให้เธอ เป็นภาพของธิติอยู่บนเตียงกับดาราหญิงคนนั้น ปราณชนกมือไม้สั่นไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่เล่าให้เพื่อนสองคนฟังเพื่อช่วยกันคิด
“รอฟังเขาก่อนดีกว่าไหมปราง นี่พี่อาทิตย์เขาบอกว่าพี่แบงค์ไม่ได้ไปกับสาวที่ไหน เมาอยู่บ้านเขาเอง” พัชชาปลอบ
“อาจจะภาพเก่าของยายนั่นที่เคยแอบถ่ายไว้ก็ได้ปราง” กนธิชาเสริมอีกคน
เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไปฝึกงานตามปกติ ธิติไม่มาทำงานแต่เธอได้พบกับแพมที่มาหาเธอถึงแผนกบริหารทั่วไป
“เธอเห็นรูปแล้วใช่ไหม ว่าเราสองคนมีผัวเอ้ย... ใช้ผู้ชายคนเดียวกัน”
“แน่ใจเหรอ ว่าเธอยังได้ใช้เขาอยู่” ปราณชนกโต้กลับทำให้อีกฝ่ายหัวเราะ
“นี่เธอเอาอะไรมามั่นใจน่ะ รู้ไหมว่าฉันคบกับเขามาก่อนเธออีก จนตอนนี้ฉันก็ยังอยู่ถ้าเธอสำคัญจริงๆ ทำไมเขาไม่เขี่ยฉันออกไปล่ะ” ถ้อยคำเสียดแทงใจและปราณชนกเถียงไม่ได้เลย
“จะบอกให้นะ ฉันน่ะรู้เรื่องเธอตั้งแต่ตอนที่เธอช่วยเขาแข่ง ช่วยคิดงานงกๆ แล้ว โถ... คุณหนูปราณชนก ไม่เคยรู้เลยใช่ไหมว่าระหว่างที่เธอทำงานในครัว คิดสูตรขนมงกๆ ให้เขา เขาน่ะอยู่กับฉัน เรามีความสุขด้วยกัน เขามีคนดูแลบนเตียงส่วนฉันก็มีชื่อเสียงขึ้น ทุกวัน แล้วเธออยู่ตรงไหนนอกจากในครัว”