ดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้

1468 Words
“มึงยังไม่เลิกบุหรี่อีกเหรอวะ” อาทิตย์ถามเพื่อนสนิทที่มาถึงก็ยังไม่พูดอะไร เอาแต่อัดควันเข้าปอดไม่ยั้งมือ มันคิดว่านิโคตินนี่เป็นยาบำรุงหรือไง “กูเครียด ก็อยากเลิกหรอกแต่ก็อดไม่ได้สักที” ธิติยอมรับ เขาขยี้บุหรี่ลงกับจานรองแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “ดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้ว่างั้น” อาทิตย์ยังถากถางต่อ แต่อีกใจก็สงสารเพื่อน ตั้งแต่มันถูกเจ้าสาวล่มงานแต่งเมื่อสามปีก่อนมันก็แทบไม่เป็นผู้เป็นคน แต่อีกใจหนึ่งเขารู้ดีว่าเป็นแบบนั้นเพราะอะไร เหตุใดเจ้าสาวที่รักมันมาก ยอมมันมาตลอดแบบปราณชนกจึงเลือกจะหันหลังให้มันแบบทำให้มันอายคนทั้งเมืองที่ต้องเป็นเจ้าบ่าวแต่งตัวเก้อ จะเพราะอะไร หากไม่ใช่เพราะความไม่เอาไหนของธิติเอง และความไม่เอาไหนที่ว่าก็มีรายละเอียดมากมายหลายข้อจนจาระไนไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเจ้าชู้ เรื่องความปากหมา เรื่องความมั่นใจในตัวเองว่าแฟนสาวขาดมันไม่ได้ ตัวเขาเองยังไม่อยากเชื่อ ว่าปราณชนกหญิงสาวที่แสนจะรักเพื่อนเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข บทเธอจะเด็ดขาดเธอก็สามารถล้มงานแต่งแบบไม่ลังเล ยอมอุ้มท้องไม่มีพ่อ ยอมตัดขาดกันแบบที่ธิติไม่มีโอกาสได้ขอโทษหรือได้พูดอะไรด้วยได้อีกเลย ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ปราณชนกไม่เคยเปิดโอกาสให้ธิติได้เจอตัวหรือได้พูดจากันอีก เขาเองก็ไม่รู้ว่าหลานในท้องเธอตอนนั้นจะยังอยู่หรือไม่ แต่ถ้ายังอยู่ป่านนี้ก็คงสองขวบกว่าแล้ว อาทิตย์คิดเพลินๆ ก็ต้องตกใจเมื่อมีเสียงตะโกนจากอคินที่นั่งไถหน้าจอเงียบๆ มาเป็นชั่วโมง จู่ๆ มันก็ตกอกตกใจอะไรไม่รู้ “เฮ้ย... ไอ้ทิต ไอ้แบงค์มึงดูนี่” อคินส่งภาพเข้ามาในไลน์ทำให้อาทิตย์เปิดดูอย่างเสียไม่ได้ เห็นมันตื่นเต้นขนาดนั้นก็เอาสักหน่อย เดี๋ยวเพื่อนจะเสียน้ำใจ “เฮ้ย...” หากแต่เป็นเขาเองเมื่อเปิดดูภาพที่อคินส่งมาก็ต้องร้องตะโกนเช่นกัน จนธิติเหลือบตามองเพื่อนทั้งสองคนว่าพวกมันเป็นอะไรกัน “มึงมีไรกัน ตกใจอะไรทำยังกะเห็นผี” เขาอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ยี่ห้อผลไม้ชื่อดังขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันสนทนาออนไลน์ ก่อนจะเบิกตาโตใจเต้นแรงขึ้นมาเฉยๆ “เด็กนี่ มึงดูไอ้ปริ๊นมันอัปรูปเด็กที่ไหน ลูกมึงไหมวะไอ้แบงค์” อคินยังคงตื่นเต้นไม่หาย อาทิตย์ซูมภาพเด็กหญิงวัยราวๆ สองหรือสามขวบ หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาขึ้นมาดูชัดๆ เขามองหน้าเด็กหญิงที่ปริญ พี่ชายของปราณชนกเป็นผู้อัปขึ้นโซเชียลแอป สลับกับมองหน้าธิติแล้วเทียบไปมาก่อนจะบอกว่า “เหมือนมึงว่ะ ไอ้แบงค์กูว่านี่ลูกมึงนะ” “กูก็ว่าใช่ ไอ้ปริ๊นอัปรูปหลานมันแน่ๆ ลูกปรางชัวร์” อคินเห็นด้วย พวกเขาพากันหันไปมองเมื่อไม่ได้ยินธิติตอบอะไรสักที แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเพื่อนนั่งน้ำตาคลอ ธิติขยายภาพเด็กหญิงที่แสนน่ารักคนนั้นขึ้นมาดูแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากหางตาเร็วๆ ทำให้อีกสองหนุ่มหันมามองหน้ากัน ‘ร้องไห้เหมือนหมาจนได้ไหมเพื่อนกู’ อาทิตย์คิดในใจ เขาสบตาอคินและแน่ใจว่าอีกฝ่ายก็คิดเหมือนกัน “ทิต คินมึงสองคนถามแฟนเก่ามึงได้ไหม กูว่าสองสาวนั่นต้องรู้ว่าปรางกับลูกอยู่ที่ไหน” ธิติถามหลังจากที่รวบรวมสติอยู่นาน อาทิตย์และอคินส่ายหน้าทันทีแบบไม่ต้องคิด “กูไม่ใช่ผัวเก่า แต่เป็นผัวเก็บของพาย มึงคิดว่ากูจะเอาความกล้าที่ไหนไปถามพาย” คนที่ถูกมอบสถานะให้เป็น ‘ผัวเก็บ’ แบบยอมรับชะตากรรมพูดขึ้นมา “ส่วนกูก็โบ้พอๆ กับมึง จนป่านนี้กูยังไม่ได้คุยกับกอหญ้าดีๆ เลย น้องโกรธกูจริงจังไม่เลิกรา” อคินคนซึนยอมรับตรงๆ อีกคน “แม่ง นี่มันสมาคมคนถูกเมียทิ้งเหรอวะ ไม่ได้เรื่องสักคน” ธิติบ่น จากนั้นจึงเห็นอคินชี้หน้า “เพราะมึงแหละ ทำตัวดี ดีจนไม่มีอะไรเหี้ยเลยจนถูกเมียทิ้งในวันแต่งงาน เป็นไงล่ะหล่อเลือกได้หล่อมั่นหน้าดีนัก” ที่ภูเก็ต ณ โรงแรมหรูที่สามสาวสวยและหนึ่งเด็กหญิงเลือกเข้าพัก พวกเธอมาที่นี่เพราะตั้งใจจะฉลองที่พวกเธอเรียนจบปริญญาโทแล้วในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน แม้จะเรียนกันคนละที่แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคของการฉลองแต่อย่างใด ตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่บนเรือยอช์ตเพื่อล่องไปชมแหลมกระทิง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามว่าไม่เป็นรองที่ใด ปราณชนกดูแลลูกรับประทานอาหารไปด้วย คุยกับเพื่อนไปด้วย บรรยากาศดีๆ ที่ได้อยู่กับเพื่อนที่สนิทชนิดมองตาก็รู้ใจทำให้เธอผ่อนคลายจากความเครียดไปได้มาก “เอ๊ะ” อยู่ๆ พัชชาก็ร้องออกมาอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอพาย” กนธิชาถาม “นี่พี่ปริ๊นเขาอัปลูกยายหนูปายนี่นา เธอให้เขาโพสต์รูปหลานได้แล้วเหรอ” ปราณชนกพยักหน้า “ฮื่อ เราคงพาลูกแอบไม่ได้ทั้งชีวิต ต้องยอมรับความจริงแล้วหันหน้าไปสู้มันดีกว่า” “มันที่ว่าหมายถึงพ่อยายหลานเหรอ” กนธิชาย้อนถามพลางหัวเราะคิกคักกับสรรพนามดังกล่าว “เปล่า เราพูดรวมๆ น่ะ” ปราณชนกปฏิเสธ แต่ลึกๆ เธอก็รู้ว่าใช่ เธอรู้ดีว่าการหนีหน้ากันทำไม่ได้ตลอดไป จะว่าไปเธอเองก็อาจจะคิดมากไปเอง เรื่องผ่านมาหลายปีแล้ว อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วจนต้องออกตามหาก็ได้ ‘เพราะว่าตอนนั้น เขาเองก็ยังไม่ได้แคร์เธอเท่าที่ควรเป็น’ ดังนั้นก็ควรใช้ชีวิตปกติได้แล้ว ปราณชนกคิดในใจ เธอนึกย้อนไปในวันนั้น วันที่เธอตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตของเขาและตัดสินใจยกเลิกทุกอย่าง “พี่แบงค์จะบอกไม่ให้ปรางคิดมากได้ยังไง ในเมื่อผู้หญิง คนนั้นยังเดินไปเดินมาให้เห็นอยู่” “แล้วปรางจะให้พี่ทำยังไง เขาเป็นดาราในสังกัดจะให้พี่ฉีกสัญญาเพราะแค่ว่าปรางไม่ชอบเขางั้นเหรอ” “ก็ถ้าการยังอยู่ของเขา ทำให้ปรางไม่สบายใจเพราะเขาก็ยังไม่หยุดที่จะวอแวกับพี่ ปรางควรทำยังไงคะ” เธอย้อนถาม “ก็ทำใจไงล่ะ ปรางบอกว่าท้อง บอกว่าพี่ต้องรับผิดชอบ บอกว่าเราต้องแต่งงานกันพี่ก็ยอมทุกอย่างแล้ว เรื่องงานของพี่ปรางก็อย่าก้าวก่ายได้ไหม” เขาโต้ด้วยอารมณ์ที่กำลังโมโหเช่นกัน “แล้วถ้าปรางทำใจไม่ได้ล่ะ” เธอจะทำใจได้อย่างไร ในเมื่อผู้หญิงที่ประกาศตัวเองว่าเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงานของธิติยังคงอยู่ตรงนี้ “ปรางต้องรู้นะว่าเราเปลี่ยนใครไม่ได้ ถ้ายอมรับสิ่งที่พี่เป็น ยอมรับงานพี่ไม่ได้ปรางก็ต้องจัดการความรู้สึกตัวเอง หรือว่าปรางคิดว่าจะเลิกกับพี่แล้วอยู่ได้เหรอ ถ้าปรางจะยอมท้องไม่มีพ่อเพราะแค่เรื่องของคนอื่น จะยกเลิกงานแต่งเพราะคำพูดของคนอื่นพี่คงทำอะไรไม่ได้” และนั่นก็เป็นจุดที่เธอตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตของเขาจริงๆ เธอบอกบิดามารดาว่าเธอขอโทษที่ทำให้ท่านอับอาย แต่กลายเป็นว่าทุกคนในบ้านไม่มีใครตำหนิเธอ นอกจากการช่วยคิดแก้ปัญหาโดยการให้หญิงสาวหลบไปอยู่ที่อื่นจนกว่าจะคลอด จากนั้นบิดามารดาเป็นผู้รับหลานสาวมาดูแลในตอนที่ปราณชนกไปเรียนต่อตามกำหนดเดิมจนเรียนจบ ในระหว่างนั้นทุกคนในบ้านไม่ยินดีต้อนรับธิติและครอบครัวของเขาอีกเลย นอกจากการแจ้งยกเลิกงานแต่งเสียดื้อๆ ไม่มีการพูดถึงว่าปราณชนกไปอยู่ที่ไหน อย่างไร ไม่มีรูปของเด็กหญิงปราณณิชาออกสู่สังคมโซเชียลนอกจากดูกันเองภายในครอบครัว จนกระทั่งปราณชนกเรียนจบกลับมาและคิดว่าตนเองเข้มแข็งพอจะเผชิญหน้ากับความจริงได้แล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD