เช้าวันต่อมา…
มีนาเตรียมตัวออกจากห้องหลังจากอาบน้ำ แต่งตัว และเก็บของสำหรับไปมหาวิทยาลัยเรียบร้อย เธอสะพายกระเป๋าขึ้นบ่า สูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูห้อง
ประตูยังไม่ทันเปิดกว้าง
เสียง แกร๊ก ของอีกบานหนึ่งก็ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
ประตูห้องข้าง ๆ ถูกเปิดออก
ร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านหน้าห้องเธอออกไปอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนเธอเห็นได้แค่แผ่นหลังในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงขายาวทรงเรียบ
รวมถึงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แบบผู้ชายที่ลอยปะทะปลายจมูกเพียงเสี้ยววินาที
มีนาชะงักไปเล็กน้อย
เพราะตลอดหลายเดือนที่อยู่ที่นี่ เธอแทบจะไม่เคยเห็นใครบนชั้นนี้เลยนอกจากตัวเอง
คอนโดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดมหาวิทยาลัยและใกล้ย่านท่องเที่ยว ผู้คนแวะเวียนย้ายเข้าออกตลอดเวลา แต่กลับเป็นเรื่องแปลกที่ ชั้นที่เธออยู่มีเพียงสองห้องเท่านั้น
ห้องของเธอและห้องของผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้แม้ชื่อ และก็ไม่เคยได้ยินเสียงเขาเลยสักครั้ง
เหมือนเขาล่องหนอยู่ในอาคารนี้ เหมือนเพียงแค่ผ่านเข้ามาในเงาเดียวกับเธอ โดยไม่เคยทิ้งร่องรอยอะไรไว้
มีนาเผลอมองตามแผ่นหลังนั้นสักครู่ ก่อนจะส่ายหน้าเพื่อตัดความสนใจ แล้วเดินไปกดลิฟต์เหมือนทุกวัน
——
มหาลัย…
“มีนาา!”
เสียงของขนมดังลั่นจนหลายคนแถวนั้นหันมามอง เจ้าตัวกำลังยืนโบกมือเหมือนธงสีสดอยู่หน้าห้องเรียน
มีนาไม่โบกตอบ ไม่ยิ้ม ไม่แม้แต่จะเร่งฝีเท้า เธอเพียงเดินเข้าไปหาอย่างเงียบ ๆ เรียบง่ายตามสไตล์ของตัวเอง
ทันทีที่มาถึงหน้าเพื่อน ขนมก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่แทบจะในทันที
“ทำไมมาช้าจังวะ ฉันรอตั้งนานนะ!”
มีนาเลื่อนสายตาขึ้นมองเพื่อน ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นดูเวลาอย่างใจเย็น
“เรามาเวลาปกติ ขนมนั่นแหละที่มาเร็ว”
ขนมทำตาเหลือก แล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่า ๆ เออว่ะ ก็จริง วันนี้ได้เรียนกับอาจารย์คนใหม่ด้วยนะ!”
เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้มีนาอย่างตื่นเต้นสุดชีวิต กระซิบแต่ดังระดับที่ทั้งแถวได้ยิน
“อยากเห็นชิบหายเลยยย!”
มีนาหลุบตาลงเล็กน้อย ไม่ได้ตอบอะไร แต่หัวใจเธอกลับเต้นเบา ๆ ขึ้นหนึ่งจังหวะ แบบที่เธอเองยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า…ทำไม
ประตูห้องเรียนตรงหน้าเปิดออกพร้อมเสียงแผ่วเบา นักศึกษาหลายคนเริ่มขยับตัวเข้าข้างในอย่างตื่นเต้น
และลางสังหรณ์บางอย่าง ทำให้มีนารู้สึกว่า “วันนี้” ไม่ใช่วันธรรมดาอีกต่อไป
ขนมคว้ามือมีนาแทบจะทันทีที่ประตูเปิดออก ลากเพื่อนรักเข้าไปในห้องก่อนใครอื่น ท่าทางตื่นเต้นแบบไม่ปิดบังจนมีนาต้องก้าวตามอย่างจำใจ
ปกติแล้วขนมจะพาไปนั่งแถวหลังสุดเสมอ เหตุผลคือ “จะได้หลับง่าย” แต่วันนี้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ขนมหยุดที่แถวกลางค่อนไปทางหน้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพร้อมดึงมีนานั่งข้าง ๆ แบบไม่ให้ปฏิเสธ
“นั่งแถวนี้แหละ!”
เสียงขนมดังพอให้โต๊ะข้างหน้าหันมามอง เธอก้มหน้าเข้ามากระซิบด้วยดวงตาเป็นประกาย
“อยากเห็นหน้าอาจารย์หมอคนใหม่ อยากรู้ว่าจะหล่อเหมือนที่เขาลือไหม”
มีนานั่งลงเงียบ ๆ วางกระเป๋าบนตักอย่างเป็นระเบียบ เธอไม่แสดงสีหน้า ไม่ยิ้ม ไม่ตื่นเต้น
ไม่นาน เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังมาจากทางเดินหน้าห้อง
พร้อมกับเสียงเพื่อนคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาแล้วร้องลั่นจนห้องสะดุ้งกันทั้งแถว
“อาจารย์คนใหม่มาแล้วว!”
เสียงนั้นทำให้บรรยากาศคึกคักยิ่งกว่าเดิม นักศึกษาที่เพิ่งคุยกันเสียงดังรีบหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ โต๊ะที่ยังวางถุงข้าวไว้ก็ถูกดึงออกทันที
เหมือนทุกคนพร้อมจะโฟกัสกับ “อาจารย์หมอคนใหม่” มากกว่าบทเรียนจริงเสียอีก
มีนานั่งนิ่ง มองไปรอบห้องด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาที่ดูชินกับความวุ่นวายของคนรอบข้างจนไม่หวั่นไหว
ก็แค่อาจารย์ใหม่คนหนึ่ง เธอคิดในใจอย่างไม่ใส่ใจนัก
ปกติคณะนี้มีอาจารย์หมอใหม่หมุนเวียนเข้ามาสอนอยู่เรื่อย ๆ แต่ไม่รู้ทำไม ครั้งนี้คนถึงพากันตื่นเต้นเป็นพิเศษ
เสียงกระซิบกระซาบดังเต็มห้องเหมือนงานประกาศผลอะไรสักอย่าง
มีนากระพริบตาช้า ๆ เบื่อหน่ายนิด ๆ ตามสไตล์ของเธอ
“มันจะอะไรนักหนา…”
เธอคิดเงียบ ๆ ในหัว ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมทุกคนถึงต้องแตกตื่นเพราะอาจารย์ใหม่มากขนาดนี้
และทันใดนั้น…
ประตูห้องเรียนก็ถูกดันเปิดออกอย่างเงียบงัน ไม่ต้องมีเสียงประกาศ ไม่ต้องมีใครเรียก ทุกสายตาในห้องกลับหันไปพร้อมกันราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง
ขาเรียวยาวในกางเกงสแลคสีเข้มก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ตามด้วยร่างสูงสง่านั้นที่ทำให้บรรยากาศเงียบลงในทันที
เสื้อเชิ้ตสีเข้มสะอาดกับเสื้อกาวน์บาง ๆ พาดทับ ทำให้เขาดูทั้งอบอุ่น…และเย็นเยียบในเวลาเดียวกัน
ใบหน้าของเขาอยู่ในเงาเพียงชั่ววินาที แต่ความนิ่งท่วงท่า พลังบางอย่างที่แผ่ออกมา ก็เพียงพอให้ทั้งห้องเหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะ
มีนาที่นั่งอยู่แถวกลาง ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว ดวงตาเรียบนิ่งเหมือนเดิม ก่อนที่เธอจะก้มกลับไปไถหน้าจอต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ยังไม่ทันแตะหน้าจอครั้งถัดไป
เสียงทุ้มเย็นของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าห้อง เรียบ แต่คม จนบรรยากาศทั้งห้องเหมือนถูกกดให้เงียบลงในทันที
“ในคลาสที่ผมสอน… ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดนะครับ”
คำพูดนั้นไม่มีการขึ้นเสียง ไม่มีอารมณ์ แต่กลับหนักแน่นจนทุกคนเหมือนตัวแข็งทื่อโดยอัตโนมัติ
มือของมีนาหยุดนิ่งกลางอากาศ ไม่ใช่เพราะกฎ ไม่ใช่เพราะคำว่า ‘ห้าม’
แต่เพราะ…
เสียง ความต่ำลึกของมัน จังหวะพูดที่นิ่งเกินปกติ โทนที่เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวอุ่นเหมือนจะลื่นผ่านผิวหนังเข้าไปในประสาท
มันคุ้น…
คุ้นจนในอกของเธอสั่นขึ้นมาแผ่ว ๆ คล้ายมาก คล้ายจนแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
เสียงนี้คลายกับเสียงของผู้ชายคนนั้น ผู้ชายในห้องมืดเมื่อสามเดือนก่อน คืนที่เธอไม่เคยลืมเลยแม้แต่นาทีเดียว
พอมีนาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอก็สบเข้ากับสายตาคมของเขาทันที ราวกับเขากำลัง “รอให้เธอเงยหน้าขึ้นมา” อยู่ก่อนแล้ว
สายตานิ่งเย็นนั้นขังเธอไว้กับที่ และในเสี้ยววินาทีที่ไม่มีใครทันสังเกต ชายคนนั้น…ยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
ยิ้มบางจนแทบมองไม่เห็น แต่มีนามั่นใจอย่างประหลาดว่า เขายิ้มให้เธอ คนเดียว
หัวใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ร่างกายรู้สึกเหมือนโดนดึงกลับสู่คืนนั้นทันที คืนที่เขาไม่เห็นหน้า แต่จำ “น้ำเสียง” และ “สัมผัส” ได้อย่างลึกที่สุด
ผู้ชายตรงหน้า…
ไม่ผิดแน่
เป็นเขา คนคนนั้น
ชายร่างสูงในชุดกาวน์จึงเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเรียบลึก ทุ้ม…มั่นคง…แบบเดียวกับในความทรงจำของเธอไม่มีผิด
“สวัสดีครับ ผมอาจารย์หมอ ธาดา เดชาวิทย์ จะมาสอนแทนอาจารย์คนก่อนให้ตลอดเทอมนี้ครับ”
ชื่อ “ธาดา เดชาวิทย์” ก้องอยู่ในหูของมีนา
แต่สำหรับเธอแล้ว…มันไม่ใช่แค่การแนะนำตัวของอาจารย์ใหม่
เธอกำลังคิดหนัก หนักมาก เพราะถ้าผู้ชายในคืนนั้น ผู้ชายปริศนาที่เธอไม่เคยเห็นหน้า คือคนเดียวกับที่กำลังยืนสอนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้…
เธอควรทำยังไง?
ขณะที่ความคิดวนไม่หยุด เสียงหนึ่งในหัวของมีนาก็ดังแทรกขึ้นอย่างเฉียบคม
“นี่แก…มีความสัมพันธ์กับอาจารย์งั้นเหรอ?”
เสียงนั้นทำให้ใจเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะ รุนแรงพอ ๆ กับเรื่องจริงที่เธอไม่กล้ายอมรับออกมาดัง ๆ