- ผับ NIGHT SHIFT -
เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกผนังจนพื้นแทบสั่น แสงไฟสีม่วงสลับแดงกวาดผ่านใบหน้าคนเมาไปมา
มีนายืนเซอยู่ข้างบาร์ แก้มแดงจัดเพราะดื่มแรงเกินกว่าที่ตั้งใจไว้
มือสกปรกของผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งยึดแขนเธอไว้แน่นจนเจ็บ กลิ่นเหล้าราคาถูกผสมกลิ่นเหงื่อจากร่างเขาทำให้เธออยากอ้วกมากกว่าสะบัดตัวหนี
“บอกให้ปล่อยไงวะ… ไอบ้า!”
มีนาตะโกนเสียงยาน ใบหน้าเบลอ ๆ เหลือบขึ้นมองคนตรงหน้ายังไม่ชัดด้วยซ้ำ แต่ความรำคาญและความกลัวเริ่มกัดกินในอก
ชายคนนั้นยกยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตามองเธอเหมือนเหยื่อกำลังดิ้นหนี
“ปากดีจริงนะเรา…” เขาก้มหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อน ๆ เป่าริมหู
“ลองไปปากดี… ในห้องพี่ดูไหม หืม?”
มีนาขนลุกซู่
ไม่ใช่เพราะเขาทำให้หวั่นไหว แต่เพราะความสกปรกในน้ำเสียงของเขามันน่าขยะแขยงจนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ปล่อย!!”
เธอสะบัดแขนเต็มแรง แต่เมาเกินควบคุมตัวเอง ทำให้ล้มเซพิงบาร์แทน
“เอ้า ๆ ใจร้อนอะไรนักหนา” เขาเลื่อนมือมากดเอวเธอไว้ราวกับจะไม่ให้วิ่งหนี
“จะยอมปล่อยก็ต่อเมื่อ… ดื่มแก้วนี้หมด”
ชายคนนั้นยื่นแก้วเหล้าที่ใส่อะไรบางอย่างจนฟองเล็ก ๆ ลอยขึ้น
“ดื่มแล้วพี่จะยอมปล่อยดี ๆ”
“ไม่กินโว้ยยย…”
มีนาหันหน้าหนีทันที น้ำเสียงฟังเหมือนจะร้องไห้มากกว่าด่า
เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงต่ำลึกจนชวนขนลุก มือที่กุมเอวเธอเลื่อนขึ้นสูงอย่างจงใจลวนลาม
“ไม่กินก็ไม่ปล่อยกลับนะ…”
น้ำเสียงของผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยการคุกคามแฝงรอยยิ้มเจือสกปรก
มีนาหายใจแรงเพราะทั้งเมา ทั้งเหนื่อยจะสู้ เธอกำหมัดแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด
“เออ ๆ … เอามาก็ได้ จะได้จบ ๆ ไปซะที”
เธอคว้าแก้วจากมือเขาแบบกระชาก ไม่สนใจแม้แต่ว่ามันหกเลอะมือ
กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจนแสบจมูก
แต่มีนาก็กระดกเข้าไปรวดเดียวจนหมด แทบไม่ได้รู้รสอะไรทั้งนั้น คอแสบร้อนวาบ ความเมาหนักกว่าเดิมถาโถมเข้ามาทันที
เธอยัดแก้วคืนใส่มือชายคนนั้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินเซออกมาให้เร็วที่สุด เท่าที่ขาจะพาไปได้ แต่เสียงด้านหลังยังคงดังตามมาอย่างน่ารำคาญ
“โอ๊ยย เก่งจังเลยน้อง!”
“หมดแก้วด้วยว่ะ ฮ่าๆๆ”
“แบบนี้แหละ พี่ชอบ…”
เสียงหัวเราะต่ำ ๆ และคำแซวลวนลามดังไล่หลัง เธอเดินหนีมาแบบที่หัวเริ่มหมุน โลกเริ่มเอียงจนต้องจับผนังประคองตัว
มีนากัดริมฝีปากพยายามรวบรวมสติอีกครั้ง แต่ทุกอย่างรอบตัวเริ่มหมุนเร็วยิ่งกว่าเดิม แสงไฟในผับวูบวาบจนทำให้หัวเธอเต้นตุบ ๆ
ลมหายใจขาดห้วง ร้อนผ่าวไปทั้งร่างเหมือนมีคนเอาไฟมาเผาใต้ผิว เธอยกมือขึ้นแตะหน้าผาก พยายามพิงผนังเพื่อให้ตัวเองมั่นคง
แต่…
พรึ่บ!
ร่างของเธอเซจะล้มลงก่อนแขนแข็งแรงคู่หนึ่งจะคว้าเอวเธอไว้ทัน
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
เสียงทุ้ม…นิ่ง…เรียบจนขนลุกดังขึ้นเหนือศีรษะเธอ
เสียงนั้นต่างจากทุกเสียงในผับ มันมั่นคง เย็น และหนักแน่นเหมือนคนที่ไม่เคยตื่นตระหนกกับอะไรทั้งนั้น
มีนาพยายามเงยหน้าขึ้น แต่ดวงตาเธอพร่าเกินกว่าจะมองเห็นใบหน้าเขาชัด
“ฉัน… ฉันร้อน…” เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก นิ้วมือกำเสื้อเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
“ร้อนมาก… ช่วยด้วย…”
ลมหายใจของเธอรัวถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่มือของผู้ชายคนนั้นเลื่อนมาจับข้อมือเธออย่างมั่นคง
ตรวจดูชีพจรแบบคนที่ “คุ้นเคยการตรวจคนไข้”
จู่ ๆ น้ำเสียงเขาก็เปลี่ยนต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย นิ่ง… แต่แฝงความจริงจังชัดเจน
“คุณเผลอกินอะไรไปหรือเปล่า?”
เสียงทุ้มเรียบยังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่แฝงความกังวลลึก ๆ แบบคนที่รู้ทันอาการทุกอย่าง
มีนาส่ายหน้าอ่อนแรง ต้องใช้แรงทั้งหมดแค่จะพยักหน้าหรือพูดให้เป็นประโยค
ตอนนี้สมองของเธอทำงานช้าลง เหมือนถูกคลุมด้วยหมอกหนา เต็มไปด้วยความร้อนที่ค่อย ๆ ไหลเวียนไปตามเส้นเลือด
ไม่ใช่แค่ร้อน แต่ ร้อนผิดปกติ
เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ
เหมือนพยายามสู้กับความรู้สึกที่กำลังเพิ่มขึ้นจนควบคุมไม่ได้ หน้าอกสะท้อนหายใจแรงขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งเดียวที่สมองเธอนึกออกตอนนี้…
ไม่ใช่คำตอบของเขา แต่เป็นความต้องการบางอย่างที่พุ่งขึ้นมาแบบเฉียบพลันจนเธอเริ่มกลัวตัวเอง
เธอรู้สึกได้ถึงความชื้นอุ่น ๆ ไหลซึมออกมาระหว่างขาอย่างช้า ๆ จนต้องขมวดคิ้วแน่นด้วยความอายและความแข็งทื่อของอารมณ์แปลกประหลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ไม่ใช่แค่เมา
ไม่ใช่แค่ร้อน
เธอกำลัง “ต้องการ” แบบควบคุมไม่ได้
มือสั่น ๆ ของมีนาเผลอกำเสื้อเขาแน่นขึ้น ราวกับร่างกายกำลังขอความช่วยเหลือเองโดยที่สมองสั่งไม่ได้
ดวงตาเธอพร่าและสั่นระริก เสียงเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความทรมานที่ซ่อนความต้องการที่ไม่ควรให้ใครเห็น
“…ฉันไม่ไหว… ร้อน… แบบนี้มัน… ไม่ปกติ…”
เสียงของมีนาแผ่วสั่น ราวกับคนกำลังจมน้ำในอารมณ์ที่ตัวเองไม่คุ้นเคย จนสติแทบหลุดลอย
ชายคนนั้นก้มลงมองเธอ ดวงตาคมนิ่งที่ยากจะอ่านอารมณ์ ก่อนเขาจะเอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ให้ผมช่วยคุณไหม?”
มีนาไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง ร่างกายของเธอขอความช่วยเหลือแทนปากไปแล้ว เธอกำเสื้อเขาแน่นจนมือสั่น
“ช่วยด้วย…”
เสียงเธอแทบไม่เหลือแรง เป็นเพียงเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความทรมานและความต้องการประหลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ทันทีที่คำว่า ช่วยด้วย หลุดออกจากปาก
พรึ่บ!
ร่างของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย แขนแข็งแรงของเขาประคองเธอในท่าเจ้าสาว
มีนาแทบไม่มีแรงต่อต้าน ได้แค่ซุกหน้ากับอกเขาอย่างอ่อนแรง ขณะที่เสียงดนตรี ผับ และผู้คนค่อย ๆ เลือนหายไปด้านหลัง
ไม่รู้ว่าเขาพาเธอไปไหน เสียงรองเท้ากระทบพื้นทางเดิน ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเสื้อเขา
ทุกอย่างพร่าเลือนจนแทบจับต้นชนปลายไม่ได้
จู่ ๆ โลกก็พลิกคว่ำ
ตุ้บ!
ร่างเธอถูกโยนลงบนที่นอน แรงพอให้เธอเด้งเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นเจ็บ มีนาอ้าปากหอบ หัวหมุนจนต้องยกมือขึ้นกดหน้าผาก
เสียงประตูปิดลงช้า ๆ
ตามด้วยฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาใกล้ เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงหน้า
แม้ดวงตาจะพร่า แม้สติกำลังจะดับเป็นช่วง ๆ แต่ความนิ่งของเขามันชัดเจนราวกับเคยรู้จักมาก่อน
ชายร่างใหญ่ยืนเหนือเตียง เงาของเขาทาบทับลงมาบนตัวเธอ แล้วเสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หนักแน่นชัดเจนจนหัวใจเธอสั่นวาบ
“มีโรคอะไรหรือเปล่า?”
น้ำเสียงของเขานิ่งจนเย็นเยียบ ราวกับไม่รู้สึกถึงความร้อนเร่าที่กำลังเผาไหม้ร่างของเธอเลย
มีนาขมวดคิ้ว หลุดคำพูดอย่างหงุดหงิดและอ่อนล้า
“นี่มันใช่เวลามาถามไหม… ฮือ… ฉันจะไม่ไหวอยู่แล้วนะ~”
เขายังคงไม่ไหวเอน สายตาคมตรวจร่างเธอเหมือนกำลังประเมินอาการคนไข้
“ผมก็ต้องแน่ใจก่อน ว่าผมจะไม่เสี่ยงอะไร…จากคนแปลกหน้า”
มีนาหายใจถี่ขึ้น กำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เธอพยายามจับสติ แต่ยิ่งต่อต้าน อาการก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
“ฉันไม่มีโรคอะไร…”
เธอเสียงสั่น
“ฉันตรวจสุขภาพทุกปี… เพราะงั้น… ช่วยฉันก่อน… ฉันไม่ไหวจริง ๆ …”
ชายตรงหน้านั้นเงียบไปเสี้ยววินาที
ไม่ใช่ความลังเล
แต่เหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่างที่อาจเกินกว่าหน้าที่ของคนธรรมดา
สุดท้ายเขาก้มลงต่ำกว่าเดิม ดวงตาคมสบกับเธอเต็ม ๆ
“ถ้าคุณยืนยันแบบนั้น…” น้ำเสียงทุ้มต่ำลงอย่างอันตราย “ผมก็จะช่วยคุณ อย่างสุดความสามารถ”