ตอนที่ 3
แอบมอง
เย็นวันนั้น
เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านสลัดเอาความฟุ้งซ่านของวรรณาให้กระเจิงไป เธอรีบปั้นหน้าปกติและลงมาต้อนรับสามีทันที ชลธารก้าวเท้าเข้ามาในบ้านด้วยท่วงท่าภูมิฐาน เขาเป็นหนุ่มใหญ่ที่ดูแลตัวเองดีเยี่ยม ใบหน้าคมสันดูอ่อนกว่าวัยสี่สิบเศษไปมาก ผิวพรรณยังดูสะอาดสะอ้านและแฝงไปด้วยเสน่ห์ของชายวัยฉกรรจ์ที่ร่ำรวยและมีอำนาจ
“คิดถึงจังเลยครับ เมียใครทำไมตัวหอมขนาดนี้”
ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาคว้าเอวบางของวรรณาเข้าไปกอดจมอก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ ของผู้ชายวัยทำงานโชยเข้าจมูกหญิงสาว มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยและเคยรู้สึกปลอดภัย
แต่ทว่าตอนนี้... หัวใจเธอกลับเต้นผิดจังหวะด้วยสาเหตุอื่น
ฝ่ามือหนาของสามีเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่ม ก่อนจะกดจมูกลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของเธออย่างหิวกระหาย ลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดรินทำให้คนตัวเล็กขนลุกเกรียว ริมฝีปากหยักได้รูปบดจูบลงบนลำคอหนัก ๆ สลับกับขบเม้มจนเกิดเสียง ‘จ๊วบ’ เบา ๆ ที่ดังก้องอยู่ในโถงบ้าน
“อื้อ... คุณคะ อย่าค่ะ ตรงนี้กลางบ้านนะคะ” วรรณาปรามเสียงสั่นพลางหลับตาพริ้มรับสัมผัสจากสามีที่เริ่มเล้าโลมหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“กลางบ้านแล้วไงครับ... ก็ผมคิดถึงเมียผมนี่นา ช่วงนี้งานยุ่งจนไม่ค่อยมีเวลาให้คุณเลย” ชลธารกระซิบชิดใบหู พลางเลื่อนมือลงมาบีบเฟ้นบั้นท้ายงอนงามอย่างมันเขี้ยว
“แฮ่ม! กลับมาไวกว่าที่คิดนะครับพ่อ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูขัดจังหวะขึ้นมาทันที วรรณาสะดุ้งโหยงรีบผลักอกสามีออก ภาพตรงหน้าคือชลธีร์ ที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องนั่งเล่น สายตาคมกริบของเขามันไม่ได้มองที่หน้าพ่อ แต่มันจ้องเขม็งไปยังรอยสีกุหลาบจาง ๆ บนคอระหงที่พ่อเพิ่งทำไว้เมื่อกี้
“อ้าว... ไอ้นี่ ขัดจังหวะจริงนะเรา” ชลธารหัวเราะร่วนไม่ได้คิดอะไร พลางเดินไปตบไหล่ลูกชายอย่างสนิทสนม
คนลูกยิ้มมุมปาก สายตาของเขาเลื่อนลงมาสบกับดวงตาที่สั่นระริกของวรรณา เขาสังเกตเห็นยอดอกของเธอที่ชูชันทะลุเนื้อผ้าเพราะแรงอารมณ์ที่คั่งค้างมาจากเรื่องพัสดุเมื่อกลางวัน และการโดนคนพ่อกระตุ้นเมื่อครู่
“ขอโทษทีครับพ่อ... พอดีผมเห็นน้าเขายืนสั่นไปทั้งตัว เลยนึกว่าไม่สบาย”
คำพูดสองแง่สองง่ามของลูกชายทำให้เจ้าของผิวนวลหน้าร้อนผ่าว กลิ่นกายของชลธารยังติดอยู่ที่จมูก แต่สายตาที่เหมือนจะลอกคราบเธอของชลธีร์มันกลับทำให้ส่วนกลางกายของเธอเริ่มกลับมาแฉะชื้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้
“งั้นเดี๋ยวณา ไปเตรียมโต๊ะอาหารก่อนนะคะ”
วรรณารีบปลีกตัวเดินเข้าครัวไปทันที โดยมีสายตาของสองพ่อลูกมองตามหลังไป คนพ่อมองด้วยความรักและหลงใหล... แต่คนลูกมองด้วยความอยากครอบครองและทำลายล้างศีลธรรมให้สิ้นซาก
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำดูเหมือนจะเป็นมื้อค่ำที่อบอุ่นของครอบครัว ชลธารนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะพลางเล่าเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่บริษัทอย่างอารมณ์ดี วรรณานั่งอยู่ทางซ้ายมือคอยตักอาหารให้สามีอย่างเอาใจใส่ แต่ทว่าฝั่งตรงข้ามของเธอคือชลธีร์ ที่นั่งจ้องมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยเพลิงกามารมณ์
หญิงสาวพยายามหลบสายตา แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเท้าที่เย็นเยียบ ชลธีร์จงใจใช้เท้าลากไล้ไปตามเรียวขาขาวเนียนของเธอใต้โต๊ะ
“กับข้าววันนี้... รสชาติ ‘เด็ด’ เหมือนเดิมเลยนะครับ”
เขากล่าวยิ้ม ๆ เอามื้อเท้าคางพลางเพิ่มแรงกดจากฝ่าเท้าลากสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านหัวเข่า ไล่ขึ้นไปยังโคนขาอ่อนของแม่เลี้ยงสาว วรรณาหนีบขาเข้าหากันแน่นด้วยความตกใจ แต่ชลธีร์กลับยิ่งได้ใจ เขาแทรกปลายเท้าเข้าไปในร่องขาที่ปิดไม่สนิทของเธอ จนสัมผัสได้ถึงความฉ่ำแฉะและอุณหภูมิที่ร้อนจัดของร่างกายเธอผ่านเนื้อผ้าชั้นดี
“อื้อออ...!” วรรณาเผลอร้องครางประหลาดออกมาจนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปาก ชลธารชะงักช้อนในมือแล้วหันมามองภรรยาด้วยความสงสัย
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ? ไม่สบายตรงไหนไหม... ทำไมเหงื่อแตกขนาดนี้ล่ะครับ”
ชลธารเอื้อมมือมาแตะหน้าผากเมียสาวด้วยความห่วงใย โดยที่ไม่รู้เลยว่าใต้โต๊ะนั้น ลูกชายของเขากำลังใช้ปลายนิ้วเท้าบดบี้ส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของเมียเขาอย่างเมามัน ชลธีร์ยกยิ้มร้ายพลางสบตากับวรรณาที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
“ปะ... เปล่าค่ะคุณ แค่... แค่อาหารมันเผ็ดไปหน่อยค่ะ”
วรรณาโกหกคำโต ทั้งที่ความจริงความเผ็ดร้อนมันไม่ได้อยู่ที่ลิ้น แต่มันอยู่ที่จุดกึ่งกลางกายที่กำลังสั่นระริกเพราะปลายนิ้วเท้าของลูกเลี้ยงที่รุกรานไม่หยุด
“เอ่อ... อิ่มแล้วค่ะ!”
ร่างเล็กรีบลุกพรึบขึ้นจากเก้าอี้จนช้อนกระทบจานเสียงดังเคร้ง เธอทนรับแรงกดดันจากปลายเท้าของชลธีร์ไม่ไหวอีกต่อไป เพราะกลัวว่าสามีจะจับพิรุธได้ คนลูกจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดที่เหยื่อดิ้นหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา เขาปัดผ้าเช็ดปากทิ้งพลางเอ่ยสั้น ๆ
“งั้นผมอิ่มแล้วเหมือนกันครับ”
เขาลุกเดินเลี่ยงออกไปทันที ทิ้งให้ชลธารมองตามงง ๆ ก่อนที่ฝ่ายพ่อจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่าทางสะดวก เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วย่องตามเมียสาวเข้าไปในครัวทันที
คนตัวเล็กกำลังยืนเท้าขอบอ่างล้างจาน พลางปรับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้สงบ แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อวงแขนแกร่งของชลธารสอดเข้ามาโอบกอดจากด้านหลัง
“อ๊ะ! คุณคะ”
ไม่รอช้า ชลธารรั้งชายกระโปรงของวรรณาขึ้นไปกองที่เอว พลางสอดมือเข้าไปสัมผัสกับแพนตี้ลูกไม้ที่เปียกชุ่มจนเนื้อผ้าแนบสนิทไปกับร่องสวาท เขาอุทานออกมาเบา ๆ อย่างประหลาดใจ
“โอ้โห... ทำไมแฉะขนาดนี้ครับหืม? อยากมากขนาดนี้เชียวเหรอ?”
คำแซวของสามีทำให้วรรณาหน้าร้อนผ่าว เธอพยายามจะค้านแต่ร่างกายกลับทรยศ เธอโก้งโค้งโน้มตัวไปข้างหน้า มือสองข้างเกาะขอบอ่างไว้แน่นเพื่อพยุงตัว
“มะ... มันกลางบ้านนะคุณธาร เดี๋ยวลูกมาเห็น...”
“เจ้าธีมันขึ้นห้องไปแล้วครับ... อย่าห่วงเลย”
ชลธารกระซิบบอกพลางปลดอาวุธลับของเขาออกมา แล้วสวมรอยกระแทกเข้าไปในรอยแยกที่แฉะชื้นนั่นทันที
“อ๊ะ... อ๊าส์!” หญิงสาวครางกระเส่าพลางเอนกายไปข้างหน้า แรงกระแทกจากด้านหลังของสามีผู้เจนจัดทำให้เธอรู้สึกดีจนลืมทุกอย่างไปชั่วขณะ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนอยู่ในครัว วรรณาร่อนสะโพกรับจังหวะของชลธารอย่างลืมอาย
โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า... ที่มุมมืดตรงโถงทางเดิน ร่างของชลธีร์กำลังยืนนิ่งหลบอยู่ในเงา สายตาคมกริบจดจ้องมองแผ่นหลังของแม่เลี้ยงที่กำลังสั่นคลอนตามแรงส่งของพ่อ
เขามองเห็นทุกจังหวะ เห็นความร่านรักที่หญิงสาวแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ชลธีร์ยกยิ้มที่มุมปาก มือหนาล้วงเข้าไปในกางเกงเพื่อกุมส่วนที่แข็งขึงของตนเองไว้ พลางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ร่านจริงนะ วันไหนถึงมือผมล่ะจะเอาให้ร้องหนักกว่านี้อีก”
***
***ตัวอย่างตอนต่อไป***
ชลธีร์: "ฮันแน่... มีคนมาแอบส่องผมด้วย"
วรรณาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปทันทีด้วยอาการลนลาน
วรรณา: "น้าเปล่านะคะ"
ชลธีร์: "เปล่าอะไรกันครับ มันขึ้นทนโท่ว่าน้าแอบส่องสตอรีผม เดี๋ยวนี้ระบบมันมีแจ้งเตือนแล้วนะ ต่อให้ไม่ได้ติดตาม... ชื่อมันก็ขึ้นโชว์ครับ"
วรรณาอ่านข้อความแล้วหน้าซีดเผือดทันที มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบหลุดมือ เธอแอบส่องสตอรีของลูกเลี้ยงบ่อย ๆ เพื่อมองดูมัดกล้ามและผิวพรรณหนุ่มแน่นของเขา แต่ไม่คิดว่าชลธีร์จะรู้ตัว แถมยังกล้าทักมาทวงถามกันตรง ๆ แบบนี้
ยังไม่ทันที่เธอจะหาข้อแก้ตัวได้ ข้อความถัดมาก็ถูกส่งมาขยี้ความอายของเธอให้จมดิน
ชลธีร์: "สรุปน้ามาดูอะไรในสตอรีผมเหรอครับ? ดูหน้า... หรือว่าแอบดูอย่างอื่นกันแน่?"