“แล้วน้องลักเรียนอยู่ปีไหนแล้วครับ?”
“ปีสุดท้ายค่ะ อีกเทอมเดียวก็เรียนจบแล้ว”
“งั้นพี่คงต้องเตรียมของขวัญรับปริญญาล่วงหน้าไว้ก่อนสินะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลักเกรงใจ อีกอย่างต่อให้เรียบจนแล้วก็ยังไม่ได้รับปริญญาปีนี้หรอกค่ะ คงต้องปีหน้านู่นแหละ” ลักษิกาพูดพลางหัวเราะ เขาหัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี
“งั้นเอาเป็นของขวัญฉลองเรียนจบก่อนก็น่าจะพอได้นะครับ ถือว่าเป็นของขวัญจากพี่ชายคนนี้ ถ้าน้องลักไม่รังเกียจที่จะมีพี่ชายเพิ่มสักคน”
“ไม่รังเกียจเลยค่ะ พี่ชายที่ทั้งหล่อและใจดีแบบนี้น่ะ ลักอยากมีมานานแล้วล่ะ”
“ลัก...เบาๆ หน่อยลูก เดี๋ยวพี่เค้าก็ตกใจแย่หรอก” ลลิตาปรามบุตรสาว
“ไม่เป็นไรครับคุณป้า ผมเองก็มีแต่พี่ชายไม่เคยมีน้องสาวเหมือนกัน วันนี้ได้รู้จักน้องลักถือว่าเป็นความโชคดีของผมครับ”
แล้วพี่ชายกับน้องสาวร่วมโลกก็ช่วยตักอาหารให้กันอย่างสนิทสนม โดยมีสายตาของผู้ใหญ่ที่มองตามอย่างเอ็นดู
แต่สำหรับลัลน์ลลิตแล้ว เธอไม่เคยไว้ใจเขาแม้แต่นิดเดียว
เขากำลังแกล้งทำอยู่แน่ๆ
ผู้ชายคนนั้นกำลังแกล้งทำตัวเป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัวของเธอด้วยจุดประสงค์บางอย่าง และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเขาทำได้อย่างแนบเนียนจนไม่มีใครระแคะระคายแม้แต่นิดเดียว
หลังอาหารค่ำจบลง ลักษิกาขอตัวไปทำการบ้านบนห้อง ลลิตาเองก็ไปดูแลความเรียบร้อยในครัว ปล่อยให้เมฆินทร์นั่งคุยกับจักรินทร์และลัลน์ลลิตครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับเพราะมีนัดคุยงานกับพี่ชายต่อ จักรินทร์จึงได้บอกให้ลัลน์ลลิตออกมาส่งเขาซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากทำที่สุด แต่ก็ไม่อาจขัดบิดาได้
“คุณต้องการอะไรกันแน่” นี่คือคำถามแรกเมื่อเธอออกมาส่งเขาที่รถ โดยที่ลูกน้องของเขายืนห่างออกไปพอสมควร
“คุณหมายความว่ายังไงครับคุณลัลน์”
“คุณเป็นคนฉลาด อย่าทำเป็นเหมือนว่าคุณไม่เข้าใจคำถามเลยค่ะ ที่คุณเข้ามาถือหุ้นบริษัทของเรา คุณมีจุดประสงค์อะไรกัน”
“ก็แค่เรื่องธุรกิจเท่านั้น ทำไมต้องคิดมากล่ะครับ”
“ฉันคงไม่คิดมาก หากว่าเราสองคนไม่เคย...”
“ไม่เคยอะไรเหรอครับ” เขามองสบตาเธออย่างท้าทาย คล้ายจะดูว่าเธอกล้าพูดความลับในคืนร้อนออกมาหรือเปล่า
“ช่างเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้วฉันไม่อยากรื้อฟื้นอีก เอาเป็นว่าถ้าคุณมาเพราะเหตุผลทางธุรกิจโดยไม่มีอะไรแอบแฝงฉันก็จะถือว่าคุณคือพันธมิตรที่น่าสนใจ แต่ถ้าหากคุณมาเพราะมีจุดประสงค์อื่น ฉันก็จะบอกคุณตรงนี้เลยว่า ถึงฉันจะไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัท แต่ฉันก็พร้อมจะปกป้องสิ่งที่คุณพ่อสร้างมา จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายมันอย่างแน่นอน”
“ผมไม่เคยคิดจะทำลายใครหรืออะไรทั้งนั้น แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผมมา...ก็มีจุดประสงค์อื่นนอกจากเรื่องธุรกิจอยู่บ้างเหมือนกัน”
“นี่คุณ...”
เมฆินทร์ขยับเข้าหาเธออีกก้าวเพื่อให้ระยะห่างของพวกเขาหดแคบลงเหลือเพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น
“เราสองคน...ยังต้องเจอกันไปอีกนาน อย่าคิดว่าจะหนีผมไปไหนได้อีก...เพราะเสืออย่างผมสิ่งที่ชอบที่สุดก็คือ...การไล่ล่า” ริมฝีปากของเขากระซิบชิดใบหูเล็ก ก่อนจะขยับตัวให้ห่างออกไปในระยะเท่าเดิม
“เอาล่ะ วันนี้ถือว่าเราได้รู้จักกันแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะครับ...คุณลัลน์ลลิต”
มุมปากหยักยกยิ้มอย่างเสือร้าย ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นไปบนรถแล้วไม่นานรถสามคันที่จอดเรียงกันอยู่ก็แล่นออกไปจากคฤหาสน์หลังงามอย่างช้าๆ ปล่อยให้หัวใจของลัลน์ลลิตสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เพราะลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่า...ความลับที่ซ่อนไว้อาจจะถูกเปิดเผยขึ้นมาในสักวัน
แล้วเธอควรจะทำอย่างไรต่อไปดี...
เสียงแก้วกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องรับแขกของเพนต์เฮาส์หรู มุมหนึ่งของห้องถูกแต่งไว้เป็นบาร์ส่วนตัว แสงไฟอุ่นสีน้ำผึ้งสะท้อนผ่านแก้วเหล้าใสในมือของสองพี่น้องที่กำลังใช้เวลาค่ำคืนก่อนวันเดินทางกลับของพี่ชายร่วมกัน
ด้านนอกหน้าต่างสูงคือวิวเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำแสงไฟพร่างพราวระยิบระยับราวหมู่ดาวเหนือผืนแผ่นดิน เมฆา บิดข้อมือถือแก้ววิสกี้เบาๆ แล้ววางลงบนโต๊ะหินอ่อน เขาเอนหลังพิงพนักโซฟา พลางหันมองน้องชายที่มีอายุน้อยกว่าเขาสองปีซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาที่ซับซ้อน
“พรุ่งนี้พี่หมอกจะกลับแน่เหรอครับ อยู่ไทยไม่ถึงครึ่งเดือนเลยนะ” เสียงทุ้มเรียบของเมฆินทร์ดังขึ้น เขายกแก้วขึ้นจิบเบาๆ แอลกอฮอล์แล่นผ่านลำคอแต่ไม่อาจดับความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวได้เลย
“อืม...กลับพรุ่งนี้เช้า” เมฆาตอบเรียบ ดวงตาคมของพี่ชายยังนิ่งเช่นเดิม
“เรื่องที่ฮ่องกงยังไม่จบดี ต้องกลับไปเคลียร์พวกนักลงทุนจากมาเก๊าต่อ”
“งานยุ่งเหมือนเดิมสินะครับ”
เมฆาเหลือบตามองน้องชายด้วยรอยยิ้มบาง
“ก็พอๆ กับนายล่ะ พี่ยังไม่ทันกลับ นายก็ลงมือขยับเกมใหม่อีกแล้ว”
เมฆินทร์หัวเราะเบาๆ “ก็แค่เกมธุรกิจครับพี่ ไม่ใช่สงคราม”
“กับนาย...สองอย่างมันแทบไม่ต่างกันเลย”
เสียงหัวเราะในลำคอของเมฆินทร์ดังขึ้นอีกครั้ง แต่แววตาเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันมีประกายบางอย่างที่เมฆาไม่เคยเห็นในน้องชายคนนี้มาก่อน ไม่ใช่ความท้าทาย ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นแววตาของคนที่ ‘มีบางสิ่งในใจ’
“ช่วงนี้นายดูแปลกๆ นะเมฆ พี่เห็นแววตานายมันไม่เหมือนเดิม เหมือนมีอะไรทำให้นาย...อ่อนลง”