“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ได้เจอกันที่โต๊ะอาหารอยู่ดี”
“ยินดีที่รู้จักครับคุณลลิตา คุณลัลน์ลลิต ผมชื่อเมฆินทร์ พัฒนไพศาล มิลเลอร์ เรียกง่ายๆ ว่าเมฆก็ได้ครับ”
เขาแนะนำตัวพร้อมส่งยิ้มให้เจ้าของบ้าน แต่สายตาคมกริบกลับหันมาหยุดอยู่ที่เธอเพียงเสี้ยววินาที...เป็นเสี้ยววินาทีที่ทำให้หัวใจของลัลน์ลลิตเต้นแรงจนแทบลืมหายใจ
“ยินดีที่รู้จักค่ะคุณเมฆ เรียกป้าว่าคุณป้าก็ได้นะคะ” ลลิตาบอกด้วยดวงตาอ่อนโยน ความอบอุ่นในตัวเธอทำให้เมฆินทร์รู้สึกได้ถึงความเมตตาในตัวหญิงวัยกลางคนท่านนี้ เป็นความเมตตาที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร แม้แต่คนที่เขาเคยเรียกว่า ‘แม่’
“ด้วยความยินดีครับคุณป้า”
ขณะที่เขากับมารดาดูจะเข้ากันได้ดี แต่ลัลน์ลลิตกลับได้แต่ยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ มือของเธอเย็นเฉียบ ลมหายใจติดขัด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขาด้วยซ้ำ แต่เหมือนจะไม่มีใครทันสังเกตนอกจากเขาเท่านั้น
“เชิญครับคุณเมฆ มานั่งทางนี้เลย” จักรินทร์ผายมือเชื้อเชิญด้วยท่าทีเป็นกันเอง
“ขอบคุณครับท่าน”
เมฆินทร์ตอบก่อนหันไปส่งสัญญาณให้คมสันเตรียมของชิ้นหนึ่งมาให้ภรรยาเจ้าของบ้าน
“วันนี้ผมเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาให้คุณป้าด้วยนะครับ ไม่แน่ใจว่าจะถูกใจคุณป้ารึเปล่า”
“เกรงใจจังเลยค่ะ ความจริงไม่ต้องมีของขวัญอะไรก็ได้นะคะ”
ลลิตาหัวเราะเบาๆ ก่อนหันไปมองลูกน้องของเขาที่เดินกลับมาพร้อมกับกระถางกล้วยไม้พันธุ์หายากที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ
“ตายจริง นี่คุณ...หามาได้ยังไงคะเนี่ย ป้าให้คนสวนไปหาอยู่นานก็ยังหาไม่ได้เลย เห็นว่าต้องขึ้นไปทางเหนือถึงจะได้มา แต่ป้าก็ยังไม่มีเวลาไปสักที” เธอมองกล้วยไม้สีสวยตรงหน้าด้วยความประทับใจ
“พอดีผมได้ยินมาว่าคุณป้าชอบเลี้ยงกล้วยไม้ป่า ผมก็เลยให้ลูกน้องไปตระเวนหามาให้น่ะครับ ได้เห็นรอยยิ้มของคุณป้าก็ถือว่าผมเลือกของขวัญไม่ผิดจริงๆ”
ลลิตายิ้มรับอย่างเอ็นดู “โถ ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของคนแก่แบบนี้น่ารักเหลือเกินค่ะ ดูท่าว่าคุณเมฆคงใส่ใจแฟนเป็นอย่างดีเลยนะคะเนี่ย”
“ผมโสดสนิทครับ ยังไม่มีแฟน” คนโสดรีบบอกก่อนชำเลืองมองคนโสดอีกคนที่นั่งก้มหน้างุดอยู่ไม่ไกลนัก
“จริงเหรอคะเนี่ย แหม...ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ครบเครื่องทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะแบบนี้จะไม่มีสาวๆ มาสนใจ เอ...แต่ป้าว่าคนที่เป็นฝ่ายไม่สนใจน่าจะเป็นคุณเมฆมากกว่าจริงมั้ยคะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมก็แค่ทำงานหนัก เลยไม่ว่างไปสนใจใครเป็นพิเศษเท่านั้น แต่จะว่าไปแล้ว...ก่อนหน้านี้ผมก็เจอคนที่...”
“อาหารพร้อมแล้วนะคะ อุ๊ย! ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ” ลักษิกาชะงักกึกเมื่อเห็นว่ามีแขกนั่งอยู่ด้วย
“มาพอดี ลักมาทำความรู้จักผู้ถือหุ้นคนใหม่ของพ่อสิ คนนี้ยัยลักที่ผมบอกครับ ส่วนคนนี้ชื่อคุณเมฆินทร์”
“อ๋อ...สวัสดีค่ะคุณเมฆินทร์ ยินดีที่รู้จักนะคะ” ลักษิกายกมือไหว้ พลางยิ้มจนตาหยี
เมฆินทร์หันไปมองเด็กสาวตรงหน้ามีใบหน้าคล้ายพี่สาวจนเขาชะงักไปวูบหนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มบาง
“เรียกพี่เมฆก็ได้ครับ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้น”
“งั้นลักขอเรียกพี่เมฆนะคะ” เธอพูดเสียงใส
“เอาล่ะ ในเมื่ออาหารพร้อมแล้ว งั้นเราไปกินข้าวกันดีกว่าจะได้ไม่รบกวนเวลาพักผ่อนคุณเมฆจนเกินไป”
แล้วจักรินทร์ก็พาเมฆินทร์ไปยังห้องอาหาร โดยมีลลิตาและลักษิกาเดินเคียงกันไป ส่วนลัลน์ลลิตตั้งใจเดินรั้งท้ายด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักกลัวว่าเขาจะเผลอพูดเรื่องคืนนั้นขึ้นมาให้เธอได้อาย ทว่าเขากลับไม่ได้พูดในสิ่งที่เธอกลัวแม้แต่น้อย
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะอาหาร จักรินทร์หัวเราะตามด้วยความเอ็นดู แต่ในแววตาเมฆินทร์กลับมีบางอย่างแปลกออกไป มันไม่ใช่แค่รอยยิ้มของคนเป็นมิตร แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ ‘กำลังเล่นเกม’
ลัลน์ลลิตนั่งนิ่งอยู่ข้างมารดา หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ร่างกายร้อนวูบเมื่อได้ยินเขาพูดกับน้องสาวที่อาสานั่งเป็นเพื่อนแขกของบิดา เธอไม่เข้าใจเลยว่าเขามาที่นี่ทำไม
นี่มันเป็นแค่ความบังเอิญหรือจงใจกันแน่?
เมฆินทร์ดูจะสนุกกับบทสนทนา เขาหันไปพูดกับจักรินทร์อย่างคล่องแคล่วเรื่องธุรกิจ ราวกับรู้จักระบบการจัดการในบริษัทมานาน ทั้งยังพูดถึงห้างสาขาใหม่ในเชียงใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว และเสนอแนวคิดการขยายตลาดเชิงท่องเที่ยวอย่างละเอียด
“ผมได้ยินมาว่าคุณลัลน์ลลิตเป็นคนดูแลฝ่ายการตลาดใช่ไหมครับ?” เขาพูดพลางหันมาทางลัลน์ลลิตอย่างตั้งใจ
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเรียบ
“เอ่อ...ดิฉันทำในตำแหน่งพนักงานการตลาดแผนกโปรโมชันเท่านั้นค่ะ ไม่ได้เป็นคนดูฝ่ายการตลาด เพราะยังมีประสบการณ์น้อย เลยอยากเก็บเกี่ยวความรู้ไปก่อนน่ะค่ะ” เธอบอกพลางฝืนยิ้มให้เขาไป และนี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอกับเขาสบตากันนานกว่าห้าวินาที
“ถือว่าเป็นเรื่องแปลกนะครับที่ทายาทเจ้าของห้างฯ อยากเริ่มในตำแหน่งเล็กๆ แบบนั้น ทั้งที่คุณมีสิทธิ์ในฝ่ายบริหารเต็มที่ ถือว่า...น่าชื่นชมครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบสั้นๆ พยายามไม่สบตาเขาอีกแต่เขากลับยิ้มบางอย่างมีนัย ก่อนหันกลับไปทางลักษิกา