ไอ้ควาย แม่งลายมือหรือลายตีน
แต่ทุเรศขนาดนี้ก็เป็นเขาเองนี่แหละที่เอาตีนเขียนสลับกับมือไม่ใช่หรือยังไง
แล้วจะให้มานั่งเขียนส่งผู้สอนใหม่มันก็คงจะไม่ทันแล้ว ยังดีที่วิชานี้เป็นเสรี ทั้งยังสามารถฝากกับเพื่อนไปส่งที่มหาวิทยาลัยได้ เก็บข้าวของกับพวกหนังสือเสร็จก็รีบต่อสายหาคนในเซคเดียวกันทันที
[ครับผม]
“กูไม่ใช่เด็กมึง ไม่ต้องมาครับผม”
[อ้าว คุณพี่ไปกินรังแต๊ดที่ไหนมาเนี่ย]
“รังแตนไอ้สันขวาน สันดานเสื่อม ได้อ่านที่กูพิมพ์ไปไหม”
[รุนแรงอะ สักครู่ค้าบ]
โรมถอนหายใจ ไม่รู้ใครส่งไอ้เด็กนี่ที่เขานับมันเป็นเพื่อนให้มานั่งลงข้าง ๆ กันตอนเปิดเทอม เนื่องจากนิสัยไม่ได้ต่างกับเขาเลย เล่นเป็นหลัก เรียนเป็นงานอดิเรก ไม่แน่ว่าในอนาคตมันอาจจะใช้โควตา 8 ปีแบบเขาก็ได้
“เร็ว ชิ้นนี้ส่งไม่เกิน 4 เย็น”
[เค 4 เย็น ได้ครับ ผมอ่านละ ทำเสร็จแล้วใช่ปะ]
“เออ รีบแวะเข้ามาเอาที่คอนโดกู”
[ครับลูกพี่ แต่ขอลอกได้ใช่ปะ]
“ไอเด็กเหี้ยเอ้ย เออ จะทำไรก็ทำ ละมึงรีบมาสักที”
จะกระแทกเสียงใส่ปลายสายดัง ๆ ก็ไม่ได้อีก เนื่องจากลูกชายของเพื่อนสนิทนั้นหลับไปแล้ว คนที่นั่งปั่นงานจนปวดหลังไปหมดจึงเอนตัวนอนลงข้าง ๆ เจ้าตัวเล็กขี้แง
แล้วตะแคงมองเด็กชายอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับกระเป๋าที่เห็นกะทิมันชอบวางเอาไว้ใกล้ ๆ ตัวตลอด เพราะมีของจำเป็นสำหรับเด็ก
ไม่รู้ด้วยว่าอะไรดลใจให้ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาเปิดดู แล้วพบว่าสิ่งของในนั้นก็เป็นเพียงอุปกรณ์ทั่วไปสำหรับเด็กน้อย รวมถึงยังมีสมุดอีกสองสามเล่ม
ระหว่างรอเพื่อนในเซคเรียนมารับงานไปส่งให้ เลยถือวิสาสะหยิบมันออกมาเปิดอ่าน เล่มแรกเป็นคู่มือคุณแม่มือใหม่ ซึ่งมีอะไรที่เขาไม่เข้าใจเต็มไปหมด ทว่าก็เลือกที่จะไล่สายตาอ่านมันไปเรื่อย ๆ
แล้วพบว่าการเป็นแม่นั้นไม่ง่ายเลยจริง ๆ
ไม่นานก็หยิบเล่มที่น่าจะเป็นสมุดบันทึกของคุณแม่และลูกขึ้นมาเปิด ๆ ดู ไอ้ห่า มันเสียมารยาทเกินไปปะวะ แต่อยากดูอะ
ครืน ๆ
มือหนาชะงัก จำต้องเก็บทุกอย่างกลับเข้าที่ แล้วดีดตัวเองลุกขึ้นเพื่อที่จะรับโทรศัพท์
“ถึงแล้วใช่ไหม”
[ค้าบ รีบลงมาเลย ตัวเองเร่งคนอื่นยิก ๆ ทำไมไม่ลงมารอ!]
“พูดมาก ขอ 5 นาที”
โรมโยนเครื่องมือสื่อสารทิ้งลงโซฟา นัยน์ตาคมมองหาสิ่งที่เคยเห็นหญิงสาวสะพาย ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาสวมใส่ตอนที่เด็กน้อยลืมตาตื่นขึ้นมามองกันพอดี
ตามเวลาเป๊ะ
“ตื่นแล้วใช่ปะ งั้นลงไปข้างล่างด้วยกันไหม”
มันเป็นเวลาตื่นของเด็กน้อยตามที่กะทิบอกเอาไว้จริง ๆ เห็นเจ้าตัวมองกันตาแป๋ว โรมเลยทำได้เพียงส่ายหัวเอ็นดู แล้วอุ้มเด็กน้อยใส่กระเป๋าเป้สะพายเพื่อจะลงไปด้านล่าง
เหลือจะเชื่ออีกด้วยที่อีกฝ่ายไม่งอแงเลย แถมยังดิ้นราวกับชอบใจ เพราะงั้นสิ่งที่รู้ได้อีกอย่างคือเด็กคนนี้คงจะไม่ชอบอยู่นิ่งแบบเขา
“ช้ามาก... เชี่ย ลูกใครวะ”
ลงมาถึงล็อบบี้ แน่นอนว่าบุคคลที่รอเขาอยู่ต้องร้องลั่นทักขึ้นมาอย่างแปลกใจอยู่แล้ว เพียงแต่ลูกหลานเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ก็ทำเพียงยื่นกระดาษชิ้นงานที่ต้องการจะฝากส่งไปให้
“ฝากด้วย เดี๋ยวว่าง ๆ เลี้ยงเหล้า”
“เป็นพระคุณมากครับ”
“เหล้าปั่น”
“ไอ้เหี้ยพี่โรม”
“หึ ไปละ”
“เดี๋ยวดิพี่ คือไร ช่วยเล่าให้คนขี้เสือกเข้าใจสักนิด ห่า แล้วกลมแก้มมากลูกเอ้ย ขอจับได้ไหมครับ” กั๋วแทบจะหน้าคะมำตอนสัมผัสได้เพียงอากาศ เนื่องจากอีกฝ่ายนั้นหลบทัน แล้วทำราวกับว่ารังเกียจนักหนา ก่อนนาทีต่อมาเขาจะต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ
สายตาแบบนี้ พี่มันเหมือนจะเตะก้านคอกันให้สลบในตีนเดียวยังไงยังงั้น!
เออ ขอโทษแล้วกันถ้าเขาอาจจะไม่รู้วิธีปฏิบัติกับเด็กแล้วยื่นมือจะไปจับมั่วซั่ว
“สกปรก”
“กรี๊ดดด แม่งเอาตีนยีหน้ายังเจ็บน้อยกว่า แต่ไม่เป็นไรครับ ไปแล้วดีกว่า ต้องลอกงานอีกอะ บายค้าบพี่”
กั๋วคิดว่าควรจะเผ่นตอนนี้เป็นการดีที่สุด เนื่องจากบุคคลตรงหน้าไม่ใช่ว่าจะใจดีกับคนอื่นไปทั่วตลอด เรียกได้ว่าเข้าถึงยากสุด ๆ ไปเลย ไม่สนิทจริง ๆ หรือจะกวนตีนได้
ละเมื่อกี้มันอะไรวะ น่ากลัวฉิบหาย ยังกับพวกจ่าฝูงหวงถิ่น!
ทราบแหละว่าเมื่อสักครู่ตัวเองทำกิริยามารยาทไม่ดีกับรุ่นน้องไปจริง ๆ ทว่ามันก็เป็นไปเอง ยิ่งเด็กคนนี้อยู่ในอ้อมกอดของกะทิตลอด เขาก็ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้หรือจับตัวเลย แม้มันจะเป็นในเชิงที่ว่าต้องปฏิบัติกับเด็กที่อายุยังน้อยอยู่ก็ตามแต่
“อือออ”
“หืม หิวแล้วเหรอ”
ก้าวพ้นลิฟต์โดยสารขึ้นมายังชั้นบนสุดไม่ทันไร โรมก็ต้องคิ้วกระตุ้นทันทีที่รับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างซึ่งอุ่นร้อนราดใส่กันเป็นทางยาว
“แอะ!”
ฉี่รดกันขนาดนี้ยังจะมาพยายามคุยจ้ออีก!
แต่จะด่าก็ไม่ได้ เลยทำเพียงมองค้อนเด็กน้อยแล้วพาเดินกลับเข้าห้อง แล้วถามจริง นักเลงที่ถนัดแต่ต่อยตีแบบเขาต้องมาเลี้ยงเด็กเหรอวะ
ถอดกระเป๋าเป้สะพายเด็กออกได้แล้ววางเจ้าตัวเล็กลงเบาะ ก็ต้องหาอะไรมาเช็ดทำความสะอาดให้ก่อน เนื่องจากกลัวว่าจะร้องไห้งอแง แต่นิ่งเกินคาด ทำความสะอาดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จก็ยอมกินนมแล้วหลับไปอีกรอบเฉย ๆ
นาทีนั้นโคตรจะปลาบปลื้มตัวฉิบหาย!
“เชี่ย กูก็เลี้ยงเด็กจริง ๆ จัง ๆ ได้นี่หว่า”
คิดได้ดังนั้นก็ยิ้มเขินกับตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเป็นเสียงประตูที่ถูกเปิดเข้ามา นั่นทำเอาบุคคลทั้งสองนิ่งงันไปไม่ได้ต่างกัน
คนหนึ่งนิ่งไปเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายคิดว่าตัวเองบ้าที่ยิ้มภูมิใจอยู่คนเดียว
คนหนึ่งนิ่งไปเพราะเห็นเจ้าของห้องอยู่ในสภาพโคตรจะไม่เรียบร้อยเลย
“เอ่อ... กลับมาแล้ว พอดีว่าเตอร์มาส่งแล้วรีบไปทำธุระต่อน่ะ เป็นยังไงบ้าง ลูกทิวุ่นวายโรมหรือเปล่า ส่งงานทันไหม”
“เลี้ยงง่ายกว่าที่คิด มีฉี่ราดกูก่อนจะหลับไปเมื่อกี้”
“ฉี่ราด...”
“อ่าฮะ”
“ตะ...ตรงไหนบ้าง ทิเช็ดให้ ๆ” ก่อนออกไปเธอก็ลืมใส่ผ้าอ้อมให้ลูกชาย เพราะอยู่ในห้องไม่อยากจะให้เขาอึดอัดตัวตลอดเวลา มือขาวรีบวางข้าวของที่ซื้อมาลงกับพื้น ไม่รู้ว่าเรย์ไปฉี่ใส่อีกฝ่ายได้ยังไง แล้วของทุกอย่างในนี้มีแต่ชิ้นละแพง ๆ ทั้งนั้น
“ตรงนี้”
“ห้ะ” เธอต้องนิ่งงันไปอีกครั้ง ตอนหยิบผ้าเพื่อหวังทำความสะอาดให้ มองตามเรียวนิ้วยาวที่ชี้ใส่หน้าท้องแกร่งซึ่งเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน ก่อนจะรีบหลบสายตาเหยี่ยวตอนเห็นบางสิ่งที่มันคับนูนขึ้นมาจากใต้ร่มผ้าของกางเกงวอร์ม
“ลูกมึงอะ ฉี่ราดจากตรงนี้ ลงมาถึงตรงนี้ จะเช็ดหรือจะอาบน้ำให้กูดีล่ะทิ”
“คือว่า... ทิเปลี่ยนเป็นซักเสื้อผ้าให้แทนได้ไหม โรมไปจัดการตัวเองต่อในห้องน้ำได้เลย ๆ”
“ทำไมอะ เขินเหรอ”
“ไม่ใช่นะ”
“นี่ ไหน ๆ ก็จะอยู่ด้วยกันละ กูบอกเอาไว้เลยละกัน จะได้ชินตอนเห็นมัน กูไม่ได้แข็ง มันขึ้นเป็นลำตามไซซ์กูแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วทิ”
คนสวยชะงัก ทว่าก็พยายามใจดีสู้เสืออย่างสุดความสามารถ
“ทะ…ทิก็ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แค่บอกให้โรมเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเฉย ๆ”
“อ๋อ คิดว่าบอกให้กูเข้าไปชัก”
TBC.
มันจะไอ้นั่นนะ
ฝากกดใจ คอมเมนต์ ด้วยนะค้าบ