ตอนที่ 5 - กลอุบายอันแยบยล

1383 Words
แม้ขุนพลบางนายจะกล่าวโต้แย้งและถกเถียงถึงผลดีและผลเสียของแผนการนี้แล้ว ทว่าสุดท้ายแล้วทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันกับแผนการของแม่ทัพหม่าที่เสนอให้ใช้กลอุบาย ‘สตรีงามล่มเมือง’ หวังเปิดช่องให้ไพร่พลจากหนานฉินสามารถเข้าถึงตัวแม่ทัพฝ่ายศัตรูได้โดยง่าย แทนที่จะส่งยอดฝีมือหรือพลทหารไร้ชื่อไปเสี่ยงภัย “เอาล่ะ หากไม่มีผู้ใดมีความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือคัดค้านในแผนการนี้อีก เช่นนั้นข้าจะได้ดำเนินการต่อ ขอบใจทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ” แม่ทัพใหญ่กล่าวพลางสาวเท้าไปยังทางเข้าออกกระโจม ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้ทุกคนทยอยกลับออกไป ครั้นบรรดาแม่ทัพนายกองออกจากกระโจมบัญชาการจนหมดสิ้น เหลือเพียงขุนพลคู่ใจสองนายที่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง ทันใดนั้นบุรุษร่างกำยำก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาราวกับแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่า “เหอะ! ช่างน่าขันนัก ดูเอาเถอะ กำลังพลจากเป่ยฉินล้วนแต่เป็นบุรุษที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เก่งกาจสามารถ จนลูกน้องของข้ากลัวจนหัวหด แต่เหตุใดข้ากลับต้องมาคุมทัพที่ไร้ซึ่งมันสมอง อีกทั้งไร้ซึ่งความสามารถ แม้แต่จะขอความคิดเห็นสิ่งใดก็ยังไม่รู้ความอีก” เพียงแค่ปรึกษาหารือกับคนในกองทัพ ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ได้ แล้วนับประสาอะไรกับการที่จะให้คนเหล่านั้นออกไปตามหาสตรีที่เลอโฉม แค่คิดก็รู้ว่าต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นประตูค่าย แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงต้องเฟ้นหาสตรีจากหนานฉินให้ได้สักคน เพราะหากจะใช้สตรีที่สามารถเข้าถึงตัวแม่ทัพเป่ยฉินได้ นอกจากงดงามแล้ว ยังต้องบริสุทธิ์ผุดผ่อง อีกทั้งยังต้องมีจริตจะก้านและชาญฉลาดมากพอจะเอาตัวรอดไม่ให้ถูกจับได้ “เจ้าทั้งสองจงออกไปตามหาหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงาม อายุราวๆ สิบหกถึงสิบแปดปี และยังไม่แต่งงานมาสักสิบคน เอาที่พ่อแม่หรือตายายตายายล่วงลับไปแล้ว จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง ข้าจะให้นางเป็นผู้รับผิดชอบแผนการครั้งนี้” หม่าซื่อเถียวกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาทอประกายมุ่งมั่น ก่อนจะย่างเท้าหนักแน่นกลับไปประทับนั่งยังตั่งบัญชาการของตน ท่ามกลางความเงียบสงบภายในกระโจมใหญ่ ขุนพลคู่ใจทั้งสองนายต่างรับคำสั่งด้วยความเคารพ ก่อนจะรีบรุดออกไปปฏิบัติภารกิจสำคัญ เฟ้นหาหญิงงามตามคุณสมบัติที่ท่านแม่ทัพต้องการให้ทันกำหนดก่อนรุ่งสาง จากยามซวีล่วงสู่ยามโฉ่ว สาวงามผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าออกค่ายทหารไม่ซ้ำหน้า หากแต่พวกนางเหล่านี้ล้วนเป็นนางโลมในหอคณิกาใหญ่น้อยที่เคยผ่านมือหม่าซื่อเถียวแล้วทั้งนั้น ไร้ซึ่งสตรีผู้ใดที่มีคุณสมบัติคู่ควรกับภารกิจสำคัญนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าพวกนางจะจงรักภักดีต่อหนานฉินเลย ถึงแม้จะมอบเงินทองให้มากมายเพียงใด แต่หากถึงคราวคับขันจวนตัวแล้ว พวกนางย่อมเลือกที่จะเอาตัวรอดก่อนเป็นธรรมดา ขณะที่ครุ่นคิดอย่างหนักใจอยู่นั้น หม่าซื่อเถียวก็เหลือบไปเห็นนายกองหลี่เจี้ยนคุนกำลังคุมตัวชายชราและหญิงชราคู่หนึ่ง เดินผ่านไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่คุกนักโทษเชลยศึก ก่อนที่ความคิดหนึ่งสายหนึ่งจะวิ่งปราดเข้ามาในหัว เขาจึงรีบส่งสัญญาณเรียกนายกองหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนให้มาเข้าพบโดยด่วน เพียงชั่วอึดใจ นายกองหลี่ก็รีบรุดมาหยุดยืนอยู่ภายในกระโจมใหญ่ ก่อนจะค้อมกายคารวะด้วยความนอบน้อม “ท่านแม่ทัพหม่าเรียกหาข้า มีสิ่งใดให้รับใช้หรือขอรับ” แม่ทัพหม่าทอดสายตามองใบหน้าเจ้าเล่ห์ของนายกองหลี่ พลางแย้มยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “ข้าเพียงอยากรู้เรื่องราวของเด็กสาวที่เจ้าจับตัวมา นางมีที่มาที่ไปอย่างไร ไม่แน่ว่าหากนางมีคุณสมบัติถูกใจข้า นายกองหลี่... ข้าอาจมีรางวัลตอบแทนให้เจ้าอย่างงาม” เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างด้วยความปีติยินดี ก่อนจะรีบร่ายยาวถึงเรื่องราวของหญิงสาวผู้นั้นอย่างละเอียด “เรียนท่านแม่ทัพหม่า เด็กสาวผู้นี้มีนามว่าจ้าวไป๋ชิง พ่อแม่ของนางเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ปัจจุบันนางอาศัยอยู่กับตายายของนาง หาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บของป่าไปขายที่ตลาดขอรับ” แม่ทัพหม่ายกมือขึ้นลูบคาง พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แล้วตากับยายของนางอยู่ที่ใด” “เรียนท่านแม่ทัพ ตากับยายของนางคือตาเฒ่ากับยายเฒ่าที่ข้าเพิ่งลากไปที่คุกเชลยเมื่อครู่นี้ขอรับ” “ดี! เช่นนั้นก็วิเศษนัก” หม่าซื่อเถียวแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ “ท่านแม่ทัพ ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอันใดกับครอบครัวของของนางผู้นี้หรือขอรับ” นายกองหลี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ “หากท่านไม่ประสงค์ให้พวกเขาอยู่ที่นี่ ข้าจะจัดการ...” “ไม่ต้อง!” หม่าซื่อเถียวโบกมือปฏิเสธ รอยยิ้มผ่อนคลายปรากฏขึ้นบนใบหน้าราวกับว่าความตึงเครียดเมื่อครู่ได้มลายหายไปสิ้น “ข้าคิดอยากจะใช้นางเป็นไส้ศึก แฝงตัวเข้าไปเป็นนางโลมที่หอโคมแดงในเป่ยฉิน ให้นางคอยล้วงความลับจากแม่ทัพแห่งเป่ยฉินที่ชอบแวะเวียนไปที่นั่น” “แล้วถ้านางเกิดหนีขึ้นมาล่ะขอรับ” “เจ้าอย่าลืมสิว่าตากับยายของนางถูกเราจับเป็นตัวประกัน จะฆ่าให้ตายเมื่อไรก็ได้ เช่นนั้นนางคงไม่คิดตุกติกหรอก” “ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าแผนการของท่านจะแยบยลและปราดเปรื่อง ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก” นายกองหลี่รีบยกยอทันที “ไม่ต้องเสียเวลาชื่นชมข้า นายกองหลี่...เจ้าจงรีบพานางไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ปรุงเครื่องประทินผิวให้งดงาม ข้าอยากให้เจ้าพานางกลับไปที่เป่ยฉินก่อนยามเหม่า “ขอรับท่านแม่ทัพ” นายกองหลี่ไม่เสียเวลาอีกต่อไป เขารีบออกจากกระโจมบัญชาการแล้วอ้อมไปยังด้านหลัง เพื่อนำตัวหญิงสาวออกมาจากกรงขัง หลี่เจี้ยนคุนเปิดประตูกรงขังออก ก่อนจะกระชากร่างบอบบางของจ้าวไป๋ชิงออกมาจากความมืดมิด ร่างกายของนางยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและความเหนื่อยล้า แต่ก็ไม่อาจขัดขืนแรงฉุดกระชากของชายร่างใหญ่ผู้นี้ได้ได้ นายกองหลี่ไม่สนใจอาการของนางแม้แต่น้อย เขาเพียงลากนางไปยังกระโจมแสนสุขของแม่ทัพหม่าซื่อเถียว ซึ่งตั้งอยู่ในมุมลับตาคนมุมหนึ่งของค่ายทหาร หน้ากระโจมมีพลทหารเฝ้าอยู่หนึ่งนาย แต่พอเดินเข้าไป จะเห็นได้ถึงความโอ่อ่า ภายในถูกแบ่งสัดส่วนด้วยฉากกั้นขนาดใหญ่ ในส่วนของที่อาบน้ำ มีอ่างไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ภายในอ่างเต็มไปด้วยน้ำอุ่นใสสะอาดที่โรยด้วยกลีบดอกไม้นานาพรรณ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วทั้งห้องชวนให้ผ่อนคลาย ด้านข้างอ่างมีตะเกียงน้ำมันจุดไว้ ให้แสงสว่างนวลตา “เข้าไปอาบน้ำให้สะอาด แล้วรีบแต่งตัวเสีย” นายกองหลี่สั่งเสียงเข้ม ก่อนจะยื่นผ้าสะอาดให้นางไว้เช็ดตัว “อย่าได้คิดหนี หรือทำสิ่งใดให้ข้าไม่พอใจ มิเช่นนั้นตายายของเจ้าอาจจะต้องรับเคราะห์แทน” แม้จะขัดใจในคำสั่งนั้น ทว่าจ้าวไป๋ชิงไม่มีทางเลือกอื่น นางจึงก้มหน้ารับคำสั่งนั้น ก้าวเข้าไปภายในเพื่อชำระล้างร่างกาย อย่างน้อยน้ำอุ่นพวกนี้ก็ช่วยขับความเหนื่อยล้า แต่กระนั้นหัวใจของนางยังคงเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อรู้ว่าชะตากรรมที่รออยู่ข้างหน้าไม่ใช่สิ่งที่น่าพิสมัยเลยแม้แต่น้อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD