ตอนที่ 4 - เตรียมแผนตั้งรับ

1443 Words
หม่าซื่อเถียวถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนปรายตามองไปยังสตรีเบื้องหน้า “นางงามมาก งดงามราวกับช้างเผือกในป่าใหญ่ แต่เมื่อครู่ข้าเพิ่งได้รับสารจากม้าเร็วมาว่ากองทัพเป่ยฉินรวบรวมกำลังทหารได้กว่าสองแสนนายแล้ว อีกทั้งยุทโธปกรณ์ครบมือ ดังนั้นตอนนี้ข้าไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเช่นนั้น” “สะ...สองแสนนาย? นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะขอรับ” “อืม เอาเถอะ อย่างไรก็ขอบใจเจ้ามา ตอนนี้เจ้านำนางไปขังไว้ที่กรงหลังกระโจมของข้าเสียก่อน อย่าลืมหาผ้าคลุมไว้ด้วยเล่า ข้าไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับของของข้า เสร็จจากธุระสำคัญแล้ว ข้าค่อยกลับมาจัดการนาง” แม่ทัพหม่ากล่าวด้วยใบหน้าขึ้งเคียด ก่อนจะเดินเข้าไปในกระโจมของตนเอง ทางด้านนายกองหลี่ได้แต่ค้อมหัวตามหลัง “ข้าน้อยรับทราบขอรับ” หลี่เจี้ยนคุนรับคำสั่งแล้วก็กระชากร่างระหงของจ้าวไป๋ชิงไปยังด้านหลังกระโจม เพื่อขังนางไว้ รอเวลาจะได้เป็นหญิงบำเรอกามปรนเปรอท่านแม่ทัพแห่งหนานฉิน นายกองหลี่แอบแสยะยิ้มในใจ เมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเมื่อท่านแม่ทัพเบื่อหน่ายนางแล้ว เขาเองก็อาจจะมีโอกาสได้ลิ้มรสผิวนุ่มละมุน และเรือนกายหอมรัญจวน ตลอดจนส่วนเว้าโค้งงดงามได้รูปทุกสัดส่วนของนางบ้าง แค่เพียงคิด นายกองหลี่ก็มีอารมณ์สุนทรีย์ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ใบหน้าเหี้ยมเกรียมพลันปรากฏรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะผลักร่างของจ้าวไป๋ชิงเข้าไปภายในกรงขังเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ทว่าก็อ่อนโยนพอที่จะไม่ทำให้ร่างกายของนางบอบช้ำ ก่อนจะปิดประตูและใส่กุญแจจากภายนอกเอาไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นจึงหยิบเอาผ้าผืนใหญ่มาสะบัดเพื่อคลุมกรงขังไว้ “ทะ...ท่านนายกอง ได้โปรดเถอะ อย่างน้อยก็ให้ข้าได้อยู่กับท่านตาท่านยายของข้าได้หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวไป๋ชิงขอร้อง พยายามอ้อนวอนนายกองหลี่ด้วยใบหน้าโศกเศร้า หากแต่ชายผู้มีจิตใจหยาบกระด้างกลับหาได้สนใจไม่ เขาปิดผ้าคลุมลงทันที ก่อนจะตะโกนบอกนาง “เอาไว้เจ้าเป็นเมียท่านแม่ทัพเมื่อไร ค่อยขอร้องเขาก็แล้วกัน” สิ้นวาจา นายกองหลี่ก็ผละกายจากไป ทิ้งร่างระหงของจ้าวไป๋ชิงให้นั่งคุดคู้อยู่ภายในกรงขัง ที่มืดมิดราวกับหลุมลึก มีเพียงแสงสลัวรอดผ่านรูและรอยปริของผ้าใบเข้ามาพอให้รู้เดือนรู้ตะวัน ความเงียบสงัดและดำมืดแผ่ซ่านควบคุมจิตใจ หญิงสาวกอดเข่า ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง นางรู้ซึ้งถึงความไร้ประโยชน์ของเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ในค่ายทหารป่าเถื่อนเช่นนี้ แม้แต่เสียงหายใจของสิ่งมีชีวิตยังไม่มี นับประสาอะไรกับความหวังลมๆ แล้งๆ ที่จะมีใครมาช่วยเหลือกันเล่า ความคิดเลวร้ายแล่นเข้ามาในหัว หากเคราะห์ร้ายต้องเผชิญหน้ากับคนใจคอโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเขา ชีวิตอันแสนอับโชคของนางคงจบสิ้นลง ณ ที่แห่งนี้ ไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ สิ้นแสงและสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าหากฟ้ายังมีตา เมตตาให้นางได้มีโอกาสเข้าพบแม่ทัพใหญ่ผู้นั้นโดยตรง บางทีหนทางแห่งการเจรจาต่อรองอาจยังพอมีอยู่บ้าง เหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ นำพาความหวังอันริบหรี่มาสู่ชีวิตที่ใกล้ดับมืด ฉะนั้นบัดนี้สิ่งที่พอทำได้คือเฝ้าฝ้ารอคอยด้วยจิตใจที่มั่นคงดุจหินผาอันแข็งแกร่ง ไม่หวั่นไหวต่อพายุและมรสุมใดๆ ทำใจให้สงบนิ่งเยือกเย็นดุจหิมะขาวบริสุทธิ์บนยอดเขาสูงในช่วงเหมันตฤดู รอคอยด้วยความอดทนและความหวังอันไม่สิ้นสุด . . ภายในกระโจมบัญชาการในเวลานี้ คำกล่าวของแม่ทัพแห่งหนานฉินทำให้บรรยากาศภายในกระโจมใหญ่ตกอยู่ในความโกลาหล เหล่าแม่ทัพ นายกอง และขุนพลต่างหันหน้าปรึกษากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เสียงพูดคุยดังขึ้นพร้อมๆ กับความกังวลที่เพิ่มพูนขึ้นในใจของแต่ละคน ส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดต่างหวาดหวั่นในกิตติศัพท์ความเกรียงไกรของแม่ทัพแห่งเป่ยฉิน ศัตรูคู่อาฆาตของแม่ทัพหม่าซื่อเถียว ผู้สร้างความปราชัยให้กองทัพหนานฉินมาแล้วหลายครั้งในอดีต ความทรงจำของความพ่ายแพ้ยังคงฝังลึกอยู่ในใจไม่ลืมเลือน หลังจากที่เหล่าขุนพลได้ระดมความคิดกันอย่างขึงตึงอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็มีขุนพลผู้หนึ่งตัดสินใจลุกขึ้นยืนและเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่ามกลางความเงียบงันของกระโจมบัญชาการ “ท่านแม่ทัพหม่า...” เขาเริ่มต้น “ข้าคิดว่าเราควรส่งไส้ศึกเข้าไปเหมือนเช่นคราวก่อน แต่คราวนี้ข้าขอเสนอให้ใช้พลทหารธรรมดาที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้จักหน้าตามาก่อน ป้องกันไม่ให้ถูกจับได้ ท่านเห็นเป็นเช่นไรขอรับ?” ขุนพลผู้นั้นมองไปยังแม่ทัพหม่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น หากแต่หม่าซื่อเถียวฟังข้อเสนอของขุนพลผู้นั้นอย่างตั้งใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ท่านขุนพล วิธีการนั้นเกรงว่าจะไม่อาจสำเร็จได้ง่ายดายนัก ในยามนี้เป่ยฉินตรวจตราผู้คนเข้าออกอย่างเข้มงวด ไส้ศึกที่เราส่งไปก่อนหน้าล้วนถูกจับได้และถูกประหารชีวิตสิ้น ข้าคิดว่าเราไม่ควรเสี่ยงใช้แผนเดิมอีก” แม่ทัพหม่าส่ายหน้าช้าๆ “ข้าคิดว่าเราต้องหาหนทางอื่นที่ฉลาดและแยบยลกว่านี้” คำกล่าวของแม่ทัพหม่าทำให้บรรยากาศในกระโจมยิ่งอึมครึม เหล่าขุนพลต่างพากันขมวดคิ้วครุ่นคิด ในยุทธการครั้งก่อน แม้จะงัดตำราพิชัยสงครามมาใช้อย่างแยบยล แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะเป่ยฉินได้ ครานี้จึงต้องวางแผนให้รัดกุมกว่าเดิมหลายเท่า “ในยามนี้ หนานฉินของเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรอง” แม่ทัพหม่าเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดเดี่ยว “เราจำต้องงัดแผนการที่แนบเนียนและแยบยลกว่าครั้งก่อนมาใช้ เพื่อพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเป็นต่อ” แม่ทัพหม่าเว้นวรรคอีกครั้ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูด ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและหนักแน่น “แม้จะเรียกว่าแยบยล แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับแผนสกปรกนักหรอก เพราะสถานการณ์บีบบังคับให้เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะ เพื่อปกป้องบ้านเมืองและประชาชนของเรา” เหล่าขุนพลต่างเข้าใจความหมายของแม่ทัพใหญ่แห่งหนานฉินเป็นอย่างดี พวกเขารู้ดีว่าในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ บางครั้งจำเป็นต้องใช้วิธีการที่ไม่ธรรมดาเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ แม้ว่าวิธีการเหล่านั้นอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับในยามปกติก็ตาม เฉกเช่นประวัติศาสตร์ที่ได้บันทึกเรื่องราวของการใช้กลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการใช้สายลับ การสร้างข่าวลือ หรือแม้กระทั่งการลอบสังหาร แต่แล้วจู่ๆ ภาพของสตรีงามที่นายกองหลี่นำมามอบให้เขาเมื่อครู่ก็แล่นปราดเข้ามาในหัว นั่นจึงทำให้เรื่องราวในประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่งผุดขึ้นในความคิด เรื่องราวที่สตรีงามเป็นชนวนเหตุแห่งสงครามและความวุ่นวายนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่เรื่องราวของนางไซซีในยุคชุนชิว ที่ทำให้แคว้นอู๋ล่มสลาย ไปจนถึงเรื่องราวของนางเตียวเสี้ยนในศึกสามก๊ก ที่เป็นชนวนเหตุแห่งสงครามระหว่างโจโฉและตั๋งโต๊ะ เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตเหล่านั้น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิดถึงแผนการบางอย่าง ความคิดของเขาแล่นไปไกลราวกับม้าศึกที่กำลังควบตะบึงอยู่ในสมรภูมิรบ ทันใดนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนใบหน้าของแม่ทัพเจ้าแผนการ เขาหันไปมองเหล่าขุนพลที่นั่งล้อมวงอยู่รอบกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความมุ่งมั่น เกือบจะลืมไปเสียแล้วว่า แท้จริงแม่ทัพแห่งเป่ยฉินเองก็มีนิสัยชอบเชยชมสตรีที่มีรูปโฉมและหน้าตางดงามไม่ต่างจากเขา บัดนี้เขาเห็นหนทางที่จะใช้ความงามของสตรีผู้นี้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างศัตรู “ทุกท่าน...” หม่าซื่อเถียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม “หากว่าครานี้ข้าจะใช้แผน ‘สตรีงามล่มเมือง’ พวกท่านคิดเห็นเช่นไร?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD