คิมหันต์มาถึงเชียงใหม่กลางดึก เขาตรงไปถามหาอวิกาและลูกที่ห้องประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล พอทราบว่าน้องเอื้อแอดมิทที่ห้องไหนก็รีบตามขึ้นไปทันที
“อ้อม” ลดาวัลย์เรียกเพื่อน เธอหันไปเห็นว่าลดาวัลย์มาพร้อมกับวสนต์และคิมหันต์
“น้องเอื้อเป็นไงบ้าง” วสนต์ถาม ในขณะที่คิมหันต์ดูอาการของลูกสาว เขามีสีหน้าเคร่งเครียด
“หมอว่ายังไงบ้างอ้อม”
“หมอบอกว่ารอดูผลเกล็ดเลือดค่ะ ถ้าต่ำมากต้องให้เกล็ดเลือดพรุ่งนี้” อวิกาเสียงเครือ ตาบวมแดง
สักพักแพทย์เวรเข้ามาดูน้องเอื้อตามเวลา คิมหันต์และวสนต์จึงขอรายละเอียดอาการของคนไข้
“อย่าคิดมากนะอ้อม น้องเอื้อมีทั้งพ่อทั้งอาเป็นหมอ ต้องไม่เป็นไร” ลดาวัลย์ปลอบแต่อวิกาเหมือนคนสติแตก เธอเอาแต่ร้องไห้
คิมหันต์เปิดประตูกลับเข้ามาในห้องพักคนไข้ เขาเดินเข้ามาพร้อมกับที่คุยกับน้องชายไปด้วย
“ถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นคงต้องเข้า icu แล้วให้เกล็ดเลือด”
“ก็ยังดีที่อ้อมพาน้องเอื้อมาโรงพยาบาลเร็ว” วสนต์ออกความเห็น คิมหันต์มองมาที่อดีตภรรยา นึกห่วงเธอที่หน้าซีดเซียว
“อ้อมได้กินอะไรบ้างรึเปล่า ได้นอนบ้างไหม” เธอส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“กลับไปนอนบ้านไหมอ้อม” วสนต์ถาม แต่เขาก็คิดว่าเธอคงไม่ไป
“ไม่ค่ะ อ้อมจะเฝ้าลูก สนกับลดาไปนอนที่บ้านก็ได้นะ เดี๋ยวเอากุญแจไป” เธอตอบวสนต์
“งั้นอ้อมกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หาอะไรกินก่อน” ลดาวัลย์เสนอ แต่อวิกาส่ายหน้า เธอไม่อยากไปไหนเลยกลัวว่าน้องเอื้อตื่นมาไม่เจอแม่จะตกใจ
“งั้นเดี๋ยวฉันไปเอาของใช้ เอาเสื้อผ้าเธอมาให้จากบ้าน เดี๋ยวจะซื้อของกินมาให้ด้วย ที่นี่มีห้องนอนของญาติก็น่าจะอยุ่ได้”
ลดาวัลย์หมายถึงห้องพักญาติในห้องคนไข้ที่แยกไปอีกมุมหนึ่ง นอกจากห้องพักยังมีโต๊ะทานอาหาร ตู้เย็นและไมโครเวฟ มีโซฟาตัวยาว เธอนึกในใจว่าโรงพยาบาลเอกชน ไม่ต่างอะไรจากโรงแรมห้าดาวเลย
“ฮื่อ เมื่อบ่ายทางลำพูนส่งตัวมาที่นี่ ฉันไม่ได้เลือกห้องเลย ห้องไหนว่างก็เอาหมด” อวิกาตอบพลางเช็ดน้ำตา
ลดาวัลย์กับวสนต์กลับไปบ้านของอวิกาเอาของใช้ส่วนตัวมาให้เธอ ในระหว่างนั้นคิมหันต์อยู่กับเธอตามลำพัง อวิกาไม่มองหน้าชายหนุ่มเลย เธอนั่งนิ่งจ้องแต่น้องเอื้อ
“อ้อม พี่อยากคุยด้วย” อวิกาไม่แสดงทีท่าว่าได้ยิน แต่ชายหนุ่มก็รู้ว่าเธอได้ยิน เขาจึงพูดต่อ
“เรื่องเมื่อสองปีก่อน พี่อยากจะ...” เขาพูดไม่จบ เพราะเธอขัดว่า
“ฉันไม่อยากคุย อยากอยู่เงียบๆ ค่ะ” น้ำเสียงเธอเรียบสนิท อวิกาจับมือลุกข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือ ดวงตาเธอพร่าพราย
“โอเค” คิมหันต์ไม่พูดอะไรอีกหลังจากนั้น
วสนต์และลดาวัลย์กลับมาถึงรพ. อีกครั้งในสองชั่วโมงต่อมา มีทั้งของใช้ส่วนตัวและอาหารที่ซื้อมา
“อ้อมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะได้มากินข้าวกัน เผื่อน้องเอื้อตื่นมาจะได้มีแรงดูแลลูก” ลดาวัลย์พูดและเพราะคำว่าน้องเอื้อทำให้อวิกายอมไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ และมานั่งทานอาหารที่ลดาวัลย์อุ่นไว้ให้บนโต๊ะ
จากนั้นลดาวัลย์บอกให้เพื่อนไปนอน โดยที่เธอรับปากว่าจะดูน้องเอื้อให้เอง อวิกาจึงยอมนอนในห้องพักญาติ ด้วยความเพลียหญิงสาวจึงหลับสนิทรวดเดียวถึงเช้า ตื่นมาอีกทีก็ได้ยินเสียงคิมหันต์คุยกับคุณหมอเจ้าของไข้
“ลูกสาวคิมเองเหรอ ไม่ต้องห่วงนะอาจารย์จะดูแลให้เอง คิดว่าน่าจะไม่ต้องให้เกล็ดเลือด ถ้าไม่แย่ลงมากกว่านี้ แต่สแตนด์บายไว้ก็ดี เลือดเรากับลูกสาวหายาก” อาจารย์แพทย์ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ของชายหนุ่มด้วย ประเมินอาการ
“ชอบคุณครับอาจารย์” คิมหันต์ยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์
“แล้วนี่มาถึงเมื่อไหร่ เมื่อวานไม่เห็นเจอ” อาจารย์หมอถามต่อ
“มาถึงตอนดึกครับ ประมาณตีสอง” เขาตอบสายตามองน้องเอื้อด้วยความห่วง
“ไหนๆ ก็มาแล้ว สนใจรับเคสทางนี้ไหมล่ะ หมอศัลยแพทย์หัวใจที่นี่ยังขาดมาก” อาจารย์หมอชวน
“ถ้าผมยังอยู่ที่นี่ มีอะไรที่ผมช่วยได้ อจ.บอกได้เลยครับ” คิมหันต์ตอบรับ
“ดี ต่อชีวิตคนอื่น ผลดีก็กลับมาที่คนที่เรารักทั้งนั้น”
อวิกาเปิดประตูออกไป หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้ว เธอยกมือไหว้อาจารย์หมอเจ้าของไข้
“สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ”
อาจารย์มองหญิงสาวอย่างเอ็นดู เมื่อวานเขาเห็นเธอวิ่งวุ่นอยู่คนเดียว
“เพิ่งรู้ว่าหนูเป็นภรรยาลูกศิษย์อาจารย์หมอ ไม่ต้องห่วงนะ ยังไงน้องก็ปลอดภัย”
อวิกาหน้าตื่น กำลังจะปฏิเสธเธอไม่ใช่ภรรยาของคิมหันต์
“เอ่อ ไม่ใช่หรอกค่ะ หนู” แต่ประตูถูกเปิดเข้ามา ตามด้วยเสียงของวสนต์
“อ้าวอาจารย์สวัสดีครับ” เขาทักทายอาจารย์หมอ
ท่านจึงหันไปสนใจวสนต์และสนทนากันค่อนข้างนาน อวิกาจึงตอบคำถามเพื่อนสาวแทนที่ถามว่าตื่นนานรึยัง
“ตื่นมาสักพักน่ะ แล้วลดาไปไหนกันมาแต่เช้า”
“ไม่ได้ไปไหน เรากับหมอสนกลับไปนอนที่บ้านมา ตอนแรกก็ว่าจะนั่งเฝ้าน้องเอื้อให้แก แต่หมอคิมเขาจะเฝ้าเอง หมอสนเขาก็ง่วงเลยกลับไปนอนบ้าน
อวิกาขมวดคิ้ว แปลว่าเมื่อคืนเธออยู่กับคิมหันต์ตามลำพังสิ หญิงสาวเริ่มคิดว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ เธอต้องการความสงบคืนมา
“คุณคิมหันต์ ขอคุยด้วยสักหน่อยค่ะ” อวิกาเดินนำไปที่ระเบียง คิมหันต์รีบลุกตาม หญิงสาวกอดอกมองไปทางถนนด้านล่างตึก ลมพัดแรงมาปะทะหน้าจนต้องจับเส้นผมไม่ให้ปลิว
“ถ้าน้องเอื้อไม่ต้องให้เลือดแล้ว คุณกลับกรุงเทพฯ เลยก็ได้ค่ะ ฉันดูแลน้องเอื้อเองได้”
“อาจารย์หมอบอกว่าอาจจะ คำว่าอาจจะแปลว่ายังไม่แน่นอน ไข้เลือดออกสามารถมีอาการอื่นแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา เด็กเล็กเสี่ยงอันตรายที่สุด ตั้งแต่ปอดปวม น้ำท่วมปอด ตับ” คิมหันต์แย้ง
“หยุ๊ด..” อวิกาเสียงสูงปรี๊ด “คุณเป็นบ้าเหรอ มาแช่งลูกฉัน” หญิงสาวหายใจเข้าลึกๆ คุมสติตัวเอง ก่อนจะเดินหนีเข้าห้อง
“พี่จะอยู่จนกว่าลูกจะหายดี ไม่งั้นพี่จะพาน้องเอื้อไปรักษาที่กรุงเทพฯ อ้อมก็รู้ว่าพี่ทำได้ อ้อมจะเลือกแบบไหนก็คิดเอง” เขาพูดตามหลัง