ลูกป่วย 1

1102 Words
เช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวพบว่าน้องเอื้อมีไข้สูง เธอตกใจไม่มีเวลารีรอเพราะลูกไม่เคยป่วยแบบนี้มาก่อน อวิการีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที น้องเอื้อมีไข้สูงถึง 39.5 ก่อนจะลดลงในช่วงบ่าย ตามตัวมีรอยผื่นเป็นจ้ำๆ ตัวแดง ผิวแดงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คุณหมอที่รักษาสั่งแอดมิททันที และมีการตรวจเลือดเพราะสงสัยว่าอาจจะเป็นไข้เลือดออก อวิกาเครียดมาก เธอโทรหาคุณมัญชุตาเพราะพยาบาลแจ้งว่าอาจจะต้องมีการให้เลือดกับน้องเอื้อ ในใจเธอก็คิดโทษตัวเองไปด้วยที่พาลูกไปกรุงเทพฯ จนกลับมาป่วยเช่นนี้ “คุณแม่คะ น้องเอื้อตอนนี้แอดมิทอยู่โรงพยาบาลค่ะ” “อะไรนะลูก น้องเอื้อเป็นอะไร” คุณย่าตกใจจนเผลอพูดเสียงดัง ตอนนั้นทุกคนในครอบครัวกำลังทานอาหารเย็น สมาชิกอยู่กันครบไม่เว้นกระทั่งลูกชายคนโตอย่างคิมหันต์ เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่ลดาวัลย์เข้ามาอยู่ร่วมบ้านเป็นวันแรก คิมหันต์และวสนต์ตกใจ วสนต์ทำสัญญาณมือให้มารดาเปิดโฟนให้คนอื่นได้รับฟังด้วยให้ได้ยินกันทุกคน แต่ท่านตกใจจนทำอะไรไม่ถูก วสนต์จึงดึงโทรศัพท์ของมารดามาทำเอง “เมื่อเช้าค่ะน้องเอื้อไข้ขึ้นสูง 39 อ้อมพาไปโรงพยาบาล คุณหมอให้แอดมิท ตอนนี้ไข้ลงแล้วแต่มีจ้ำๆ ตามตัวค่ะ หมอสงสัยว่าอาจจะเป็นไข้เลือดออก พยาบาลบอกว่าอาจจะต้องให้เลือดค่ะ น้องเอื้อกรุ๊ปเลือด rh- ค่ะแม่ อ้อมกลัว..” เธอพูดค้างไปแล้วร้องไห้แทน “พี่จะไปเดี๋ยวนี้ ลูกอยู่โรงพยาบาลไหน” คิมหันต์รู้ว่าอวิกากลัวอะไร เมื่อเธอบอกว่าลูกสาวมีเลือด rh- ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดหายากแต่เป็นเลือดกรุ๊ปเดียวกับคิมหันต์ พ่อของเด็กหญิงนั่นเอง หลังจากที่อวิกาบอกชื่อโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดในเชียงใหม่ ที่น้องเอื้อถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลเอกชนในลำพูนตอนบ่าย สองหนุ่มก็ทำท่าจะลุกจากโต๊ะอาหารและเตรียมตัวเดินทางไปหาเด็กหญิงอุษมาทันที “ผมไปด้วย พี่จะไปเลยไหม” วสนต์ถามพี่ชาย เขาลาฮันนีมูนได้สามวัน จากนั้นชายหนุ่มหันไปถามลดาวัลย์ “ลดาเราเปลี่ยนไปฮันนีมูนที่เชียงใหม่แทนได้ไหมจ๊ะ” เธอพยักหน้าอย่างเร็ว “ได้ค่ะ ไปเลยไหมคะ ถึงไปที่อื่นก็ห่วงหลานกับอ้อมอยู่ดี เที่ยวไม่สนุกหรอกค่ะ” ลดาวัลย์ไม่ลังเล คิมหันต์ได้ยินยิ่งร้อนใจ เขาได้ใกล้ชิดกับลูกเพียงแค่วันเดียวยังห่วงมากขนาดนี้ แล้วอดีตภรรยาที่อดทนดูแลแกมาเพียงคนเดียวมาตลอดสองปี ป่านนี้เธอจะเป็นเช่นไร “พี่ขอไปเก็บของห้านาที เดี๋ยวไปเจอกันที่รถเลย ผมขอตัวก่อนนะครับคุณพ่อคุณแม่” คิมหันต์บอกน้องชายและลาบิดามารดาแล้วลุกจากโต๊ะกลับบ้านของตนเองไปเก็บของเตรียมเดินทางทันที ###################### พวกเขาตกลงกันว่าจะใช้รถยนต์ของคิมหันต์ในการเดินทาง เพราะว่าเพิ่งไปเช็คสภาพมาใหม่เหมาะกับการเดินทางไกล คิมหันต์เป็นคนขับหลัก โดยมีวสนต์น้องชายอยู่เป็นเพื่อนคุยระหว่างการเดินทาง ส่วนลดาวัลย์ยังเพลียจากการจัดงานแต่งเมื่อวานหญิงสาวจึงหลับตั้งแต่รถยังไม่ทันออกจากกรุงเทพฯ ดี "พี่ห่วงน้องเอื้อขนาดนีัเลยเหรอ" วสนต์ถามหยั่งเชิง คิมหันต์ปรายตามองน้องชายอย่างไม่พอใจ แต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่พอใจเขามากเช่นกันที่เลือกขอหย่ากับอวิกาที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนของวสนต์มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แต่เพราะว่าความเป็นพี่น้องทำให้วสนต์ไม่ออกอาการเจ็บแค้นแทนเพื่อนรุนแรง "น้องเอื้อก็ลูกพี่นะสนต์" วสนต์พยักหน้า "ถามจริงพี่คิดยังไงถึงต้องขอหย่ากับอ้อมทั้งที่รู้ว่าอ้อมท้อง" นั่นคือสิ่งที่เขาและคนอื่นๆ รอบตัวอยากรู้มาตลอดแต่ไม่เคยได้คำตอบจากคนต้นเรื่อง แม้แต่อวิกาเองก็ยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจุดเปลี่ยนของชีวิตแต่งงานเกิดจากอะไร "พี่ไม่ดีเอง" "เรื่องนั้นใครก็รู้ไหมวะพี่" คิมหันต์ถอนใจ ในตอนนั้นที่ตัดสินใจแบบนั้นจะว่าเขาหน้ามืดตามัวเองก็ได้ ไม่โทษใครเลยนอกจากตัวเอง อวิกาเองก็ไม่ผิดแต่ชีวิตคู่ที่ราบเรียบและคุยกันแต่ปัญหาในแต่ละวัน ทำให้เขาเริ่มเอาใจออกหากจากเธอในตอนนั้น พอเจอเพื่อนร่วมอาชีพที่เข้าอกเข้าใจไปทุกสิ่ง และความที่ไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน ไม่เคยต้องรับรู้ปัญหาใดๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้เขาตัดสินไปเองว่าการอยู่กับบุคคลที่สามคนนั้นมันคือความสุข และภรรยาที่บ้านเริ่มไม่น่าเข้าใกล้ ไม่อยากพูดคุยด้วย ไม่รู้สึกว่าต้องรักษาเธอไว้ "หรือว่าเรื่องอย่างว่า" เมื่อคิมหันต์ไม่บอก วสนต์ก็เริ่มเดา คนเป็นพี่ชายเหลือบตามองน้องสะใภ้ที่หลับบนเบาะหลังก่อนที่จะตอบ "ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก ก่อนหย่ากับอ้อมพี่ไม่เคยมีอะไรเกินเลยกับคนนั้น" "ไม่เคยมี แล้วอะไรดลใจให้พี่ขอหย่ากับเมียไปทำงานเมืองนอกกับยายนั่นวะ ผมไม่เคยเข้าใจ" วสนต์ทำเสียงในคออย่างแปลกใจในสิ่งที่ได้ยิน แต่เขาไม่คิดว่าพี่ชายโกหกเพราะคิมหันต์เป็นคนตรงมากพอที่จะพูดทุกอย่างตรงๆ เสมอ คิมหันต์ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าตนเองจะเคยคิดทำอะไรแบบนั้นมาก่อน จนยอมรับกับทุกคนที่ถามว่าถ้าจะมีใครสักคนที่ผิด มันก็เป็นตัวเขาเองแบบที่ไม่มีคำแก้ตัวใด "ขอบใจนะ ที่นายช่วยดูแลอ้อมกับน้องเอื้อมาตลอดสองปี" ชายหนุ่มรู้ดีว่าที่อวิกายังไม่ตัดขาดจากครอบครัว และทำให้เขายังมีโอกาสเห็นหน้าลูกในวันนี้ เป็นเพราะบิดามารดาและน้องชายที่ช่วยเข้ามาทำหน้าที่แทนเขา หน้าที่ที่ควรจะเป็นของพ่อและสามีแต่เขาเองกลับละทิ้งทุกอย่างไปดื้อๆ ในวันนั้น "อ้อมก็เพื่อนผม น้องเอื้อก็หลานผม ไม่ต้องขอบใจหรอกพี่ แต่ตัวพี่เองน่ะต่อไปจะทำอะไรก็คิดดีๆ แล้วกัน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD