บทนำ (1) สาวแว่น

1286 Words
ฝนหลงฤดูที่โปรยปรายในยามค่ำคืนทำให้ถนนลาดยางสะท้อนแสงไฟนีออนเป็นประกายระยิบระยับ รถของ บุญญานัท แล่นมาจอดสนิทตรงหน้าคอนโดหรูริมเจ้าพระยา หลังจากที่เขาไปรับพี่ชายมาจากสนามบินเมื่อชั่วโมงก่อน เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะของ บุญญานนท์ สองพี่น้องที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันก้าวยาวๆ เข้าสู่ล็อบบี้ ผ่านการ์ดและพนักงานที่ก้มหัวทักทายด้วยความคุ้นเคย ใบหน้าคมเข้มเคร่งเครียดทำให้ใครๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ ดวงตาคมคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวลและความหวังปนกัน แม้ระหว่างทางเขาจะได้สอบถามเรื่องราวของเธอจากน้องชาย และได้เล่าเรื่องราวของเขากับเธอให้น้องฟังไปแล้ว แต่จนกว่าจะได้เห็นหน้าเธอเขาก็ยังไม่กล้าวางใจอะไรทั้งนั้น ดีที่เธอยอมมาพักที่คอนโดของบุญญานัท โดยน้องชายของเขานำเหตุผลเรื่องความปลอดภัยของเธอมาให้เป็นข้ออ้าง แม้จะแอบน้อยใจนิดๆ ที่เธอดูจะไว้ใจน้องชายของเขามากเกินไป เพราะนั่นไม่ใช่ผลดีกับเธอแม้แต่น้อยหากคนนั้นคิดร้ายกับเธอเช่นกัน ลิฟต์พาสองพี่น้องขึ้นสู่ชั้นยี่สิบสาม ประตูเหล็กเลื่อนออกพร้อมเสียงติ๊งเบาๆ เขาก้าวออกไปอย่างเร่งรีบ ราวกับกลัวว่าหากช้ากว่านี้เพียงนาทีเดียว เธอจะหายไปอีกครั้ง เมื่อประตูห้องเปิดออกบุญญานนท์ก็เห็นเธอ...หญิงสาวที่เขาตามหาด้วยหัวใจแทบขาด ยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบง่ายและกางเกงผ้านิ่มของบุญญานัท ใบหน้าซีดเซียวแต่ยังงดงามดั่งเดิม ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างเมื่อเห็นเขา “ฟ้า…” เสียงทุ้มแหบพร่าแทบจะขาดใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอแน่นเต็มอก ความคิดถึง ความโล่งใจ และความรักถาโถมเข้ามาจนเขาแทบหยุดหายใจ แต่แทนที่เธอจะตอบรับอ้อมกอดนั้น อัญญาวดี กลับตัวแข็งทื่อ ก่อนจะใช้สองมือดันแผงอกกว้างของเขาออกอย่างแรง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดระแวง “คุณ…เป็นใครคะ!” น้ำเสียงสั่นเครือของเธอทำให้โลกทั้งใบของเขาพลันหยุดชะงัก “ฟ้า…คุณจำผมไม่ได้เหรอ” เขาถามเสียงเบาหวิว มองเธอด้วยสายตาที่แทบขาดใจ อัญญาวดีถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความสับสน เธอส่ายหัวช้าๆ ก่อนพูดออกมาอย่างยากลำบาก “ฉัน…ฉันไม่รู้จักคุณค่ะ” บุญญานนท์หันไปมองบุญญานัทที่ยืนอยู่ข้างกัน น้องชายทำเพียงถอนหายใจหนักหน่วง สีหน้าหนักใจแต่ไม่ได้พูดอะไร เพราะเขาเองก็อยากให้ทั้งสองได้คุยกันโดยตรงมากกว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้นนัท ทำไมฟ้าถึง...” “ผมอยากจะบอกพี่ก่อนหน้านี้แต่ก็ไม่กล้าครับ คุณฟ้าของพี่น่ะ...เธอจำเหตุการณ์หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย พูดง่ายๆ ก็คือ...เรื่องราวที่เกี่ยวกับพี่ทั้งหมด...เธอจำไม่ได้เลย” บุญญานนท์หันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง ความจริงที่ได้รับฟังทำให้แววตาคมเข้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับต้องใช้แรงทั้งหมดในชีวิตเพื่อไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมา “ไม่เป็นไร…” เขาพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น “ต่อให้คุณจำผมไม่ได้…ผมก็จะอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนอีกแล้ว” หัวใจของเขาราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แต่ในเวลาเดียวกัน ความรักก็ผลักดันให้เขายืนหยัดต่อไป เขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม อัญญาวดียังคงยืนสับสน ใบหน้าเต็มไปด้วยคำถามที่เธอไม่สามารถหาคำตอบได้ แต่ในแววตาที่สั่นไหวของเธอกลับมีประกายเล็กๆ ที่บุญญานนท์จับได้...ประกายที่บอกว่าแม้เธอจะลืม แต่หัวใจของเธอยังคงรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาอยู่ดี บรรยากาศในห้องคอนโดกลางกรุงเทพฯ เงียบสงัด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมบนเพดานส่องสะท้อนลงบนพื้นไม้เงาวับ เสียงฝนที่ตกกระทบผนังกระจกยังคงดังเป็นระยะๆ หลังจากที่บุญญานนท์กับอัญญาวดีได้เผชิญหน้ากันไปเมื่อครู่ บุญญานัทกวาดตามองบรรยากาศในห้องที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เขารู้ดีว่าพี่ชายของเขาเจ็บปวดเพียงใดกับการที่หญิงสาวตรงหน้าจำไม่ได้ แต่เขาเองก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี สิ่งที่ทำได้คือการยืนยันกับเธอว่าพี่ชายของเขาคือคนรักของเธอจริงๆ แต่เธอลืมเขาไปชั่วขณะ เธอจึงได้คลายความแตกตื่นตกใจลงไปได้บ้าง “นัท คืนนี้นายไปนอนที่อื่นก่อนละกันนะ” เสียงทุ้มของบุญญานนท์ดังขึ้นเรียบเย็น แต่แฝงด้วยอำนาจที่น้องชายรู้จักดี บุญญานัทเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น “ที่อื่น? พี่จะอยู่ที่นี่กับเธอคนเดียวเหรอครับ?” “ใช่” คำตอบสั้นชัดเจน ดวงตาคมกริบตอกย้ำความตั้งใจเด็ดขาด “คืนนี้พี่จะอยู่กับเธอเอง” บุญญานัทถอนหายใจ รู้ดีว่าไม่สามารถโต้แย้งได้อีก “ก็ได้ครับ” “แต่คุณนัทคะ...” อัญญาวดีอยากจะค้าน “ไม่ต้องกลัวนะครับคุณเอิร์น พี่นนท์คือคนเดียวที่จะปกป้องคุณได้ เค้าจะไม่มีวันทำร้ายคุณ เชื่อผมนะ พี่นนท์ก็อย่าทำให้เธอตกใจไปมากกว่านี้นะครับ” บุญญานนท์ไม่ตอบ เพียงพยักหน้าเบาๆ ขณะที่น้องชายหยิบเสื้อแจ็กเกตแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเขากับอัญญาวดีสองต่อสองในความเงียบ หลังจากถูกพี่ชายไล่ไปนอนที่อื่น บุญญานัทจึงขับรถออกมาเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย จนมาหยุดที่ผับหรูใจกลางเมืองที่เพื่อนสนิทของเขาเป็นเจ้าของ เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังสะท้อนก้องทั่วร้าน แสงไฟสลัวตัดกับสีม่วงและน้ำเงินจากไฟดิสโก้ ทำให้บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนกำลังเต้นรำและพูดคุยกันอย่างออกรส บุญญานัทนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับพวกนั้นเลย จนกระทั่งมีแขกเมารายหนึ่งสะดุดล้ม ทำแก้วเหล้าในมือหกใส่เสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม “เฮ้ย! ระวังหน่อยสิวะ” เขาบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด เพื่อนเจ้าของร้านรีบวิ่งมาหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วบอกให้เขาไปถอดเสื้อรอ เดี๋ยวจะไปหยิบเสื้อตัวใหม่มาให้ บุญญานัทจึงยอมถอดเสื้อออก เหลือเพียงกล้ามแน่นๆ ที่เรียกสายตาผู้หญิงรอบข้างได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่เขานั่งรออย่างเซ็งๆ อยู่ที่โต๊ะด้านในสุด ก็มีหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งเดินตรงเข้ามา เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวธรรมดา กระโปรงพลีทยาวเกือบถึงเข่า และที่เด่นที่สุดคือแว่นสายตากรอบโตที่บดบังดวงตากลมโตเอาไว้ เหมือนพนักงานบัญชีท่ามกลางนักท่องราตรีนับร้อยนับพัน แต่มันกลับทำให้เธอโดดเด่นได้อย่างประหลาด ท่าทางเธอเก้ๆ กังๆ แต่ก็รวบรวมความกล้าเดินมาหยุดตรงหน้าเขา “เอ่อ…คือ...คุณคะ” เสียงเธอสั่นจนเขาเลิกคิ้วขึ้น “มีอะไร” บุญญานัทตอบเสียงเรียบ ขณะหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ หญิงสาวสูดลมหายใจลึกเหมือนกำลังรวบรวมพลังใจครั้งใหญ่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD