นายหน้ามาอย่างมิจ

1488 Words
วันจันทร์ต่อมาพุฒิเมธมารับอิสริยาไปดูที่ผืนดังกล่าวหลังจากที่เธอกลับจากไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้ว ทั้งสองเดินทางไปดูที่ดินตัวจริงที่อยู่ไม่ห่างจากบริเวณห้างเดิมของครอบครัวหญิงสาวมากนัก “วันนี้พี่เมธนัดเจ้าของที่มาไหมคะ” อิสริยาถาม เธอเองก็อยากรู้ว่าอะไรยังไง ทำไมพุฒิเมธจึงเสนอที่ผืนนี้มาให้เธอ “วันนี้พี่นัดนายหน้าฝ่ายเจ้าของที่มาแล้วครับ รายละเอียดเราคงได้คุยกันคืบหน้ามากขึ้น” พุฒิเมธเองก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลเช่นกัน ถือเป็นเคสที่เขาทำการขายได้ไม่เต็มปากเอาเสียเลย รถยนต์คันหนึ่งแล่นมาจอดที่บริเวณที่ดิน อิสริยาเพ่งมองเธอขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่าไม่ใช่รถยนต์ของสกนธี แต่คนที่ลงมาเป็นผู้หญิงสาวน่าจะวัยเดียวกันกับเธอเอง เป็นผู้หญิงสวยจัดแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพง กลิ่นน้ำหอมฟุ้งมาแต่ไกล “มาแล้วครับ คุณมิลินนายหน้าฝ่ายเจ้าของที่ เดี๋ยวพี่จะแนะนำให้รู้จักนะครับ” พุฒิเมธเดินเร็วๆ ไปทางผู้หญิงคนนั้น อิสริยารออยู่ที่เดิมเธอเห็นเขาพูดคุยกันและคนที่ว่าเป็นนายหน้าฝั่งเจ้าของที่หันมาชำเลืองมองเธออยู่ครั้งสองครั้งและหันมาคุยกับพุฒิเมธด้วยท่าทางเคร่งเครียด “เอ๋ครับ นี่คุณมิลินนายหน้าฝั่งที่ดิน คุณมิลินนี่คุณเอ๋รุ่นน้องผมคนที่หาที่ดินอยู่” พุฒิเมธแนะนำให้สองฝ่ายรู้จักกัน “สวัสดีค่ะ ยินดีที่รู้จักนะคะคุณเอ๋” มิลินยื่นมือออกมาให้จับเป็นการทักทายแบบตะวันตก ปากแดงๆ นั่นแย้มออกทำให้อิสริยาจ้องเหมือนจะนึกอะไรออก ‘สีลิปสติกแบบนี้ น้ำหอมกลิ่นนี้เราเคยได้กลิ่นที่ไหนนะ’ เธอถามตัวเอง “สวัสดีค่ะ อยากเห็นสำเนาโฉนดไม่ทราบว่าวันนี้พร้อมให้ดูไหมคะ” “เอ่อ สำเนาโฉนดอยู่ที่เจ้าของค่ะ แต่รับรองว่าที่ผืนนี้คุณเอ๋ต้องได้เป็นเจ้าของแน่ๆ ค่ะ” มิลินแก้ตัวในขณะที่เธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดลูกค้าของพุฒิเมธจึงมองเธอแปลกๆ “ออ... แล้ววันนี้เราจะมาทำอะไรกันบ้างคะ ดูที่อย่างเดียวเหรอ” อิสริยามองไปรอบๆ เธอค่อนข้างชอบที่ดินขนาดยี่สิบห้าไร่ผืนนี้ ตอนที่ยังไม่มีโครงการจะทำอะไรเธอยังไม่รู้ว่าจะเอามันมาเพื่ออะไร แต่ตอนนี้เริ่มเห็นจุดหมายแล้ว มิลินมองท่าทางของอิสริยาอย่างพอใจ ลูกค้ามีท่าทางชอบมากเธอจะได้ไปเกลี้ยกล่อมสกนธีให้ขายได้ง่ายขึ้นถ้าเงินถึง และเธอรู้มาว่าครอบครัวของอิสริยามีฐานะที่ดีมาก เรื่องเงินไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ หญิงสาวคิดบวกลบคูณหารค่านายหน้าอย่างชื่นใจ “ถ้าคุณเอ๋ชอบ สะดวกวางมัดจำจองเลยก็ได้นะคะมิลินจะได้ไปนัดเจ้าของที่เรื่องการทำสัญญาซื้อขายค่ะ” “ขอดิฉันเจอเจ้าของที่ก่อนได้ไหมคะ” อิสริยายืนยันทำให้สองนายหน้าเริ่มมองหน้ากัน เมื่ออิสริยาไม่ได้ตกลงใจง่ายแบบที่เขาคิดกัน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มิลินรับขอตัวไปรับสายอีกทางหนึ่ง “อะไรนะ แกว่าที่ผืนนั้นมีคนทำสัญญาเช่าแล้วเหรอ” เพื่อนของมิลินที่ทำงานที่กรมที่ดินแจ้งผลการตรวจสอบที่ดินผืนนี้ที่มิลินขอให้เพื่อนสืบข้อมูลเป็นกรณีพิเศษด้วยการให้ค่าน้ำร้อนน้ำชา หญิงสาวนิ่งฟังและวางสายไป จากนั้นเธอเรียกพุฒิเมธไปคุยด้วยท่าทางเคร่งเครียด “คุณพูดอะไร เพื่อนคุณบอกว่าทางเสี่ยกวงส่งคนมาทำสัญญาเช่าที่ผืนนี้แล้ว บ้าหรือเปล่า” พุฒิเมธแทบไม่อยากเชื่อ หากเป็นแบบนั้นอิสริยาไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร “เขาเพิ่งมาทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวต่อหน้าเจ้าหน้าที่เมื่ออาทิตย์ก่อน ไม่ใช่เพื่อนคุณเขาไปสืบหาเจ้าของเองแล้วติดต่อขอเช่าตรงเหรอ หน้าใสๆ แต่ร้ายนะ คุณก็เหมือนกันมาหักหลังฉันได้ยังไงหรือว่าได้เปอร์เซ็นต์จากฝั่งเจ้าของที่มาแล้ว” มิลินใส่เป็นชุด ส่วนพุฒิเมธยังงงอยู่ว่าเรื่องเกิดขึ้นได้อย่างไร “คุณนี่พูดเหมือนไม่มีหัวคิด ผมยังไม่รู้เลยว่าเจ้าของที่เป็นใคร ผมจะเอาคอนแท็กต์ที่ไหนไปติดต่อ” พุฒิเมธซัดกลับเช่นกัน ทั้งสองยังคงโมโหเถียงกัน แต่ต้องเงียบเมื่อมีรถยนต์อีกสองคันแล่นมาจอดหน้าที่ดิน เป็นสกนธีและทีมงานสำรวจที่ของเขาที่บริษัทนั่นเอง “คุณเก่ง!...” มิลินเรียกชื่อเขาอย่างตกใจ สกนธีมาได้อย่างไร “คุณรู้จักผู้ชายคนนี้เหรอมิลิน” พุฒิเมธถาม “ก็นี่ไงเจ้าของที่” มิลินหันมาตอบท่าทางหงุดหงิด ในขณะที่คนถามทำท่าช็อกไปแล้ว ถ้าแบบนั้นอิสริยาก็ควรรู้ดีว่าที่ผืนนี้เป็นของสามีเธอเอง แล้วทำไมเธอจึงไม่พูดอะไรเลย ส่วนอิสริยาที่เห็นสกนธีเดินลงจากรถ เขาหันมายิ้มให้เธอและเดินเร็วๆ มาหา โดยมีทีมงานตามหลัง ตอนนั้นเธอนึกได้ทันทีว่าสีลิปสติกและน้ำหอมที่มิลินใช้ มันเหมือนกับที่ติดเสื้อเขามาในวันที่เธอและเขาทะเลาะกัน ‘แสดงว่ายายนายหน้าเป็นกิ๊กเขาล่ะสิ หรืออาจจะเป็นมากกว่านั้นถึงกล้าเอาที่ผืนนี้มาขาย มันต้องรู้จักกันแนบแน่นขนาดไหนสกนธีจึงวางใจให้เป็นนายหน้า แล้วยังมาตีหน้าซื่อบอกว่าไม่รู้เรื่องอีก’ อิสริยาคิดในใจ “เอ๋...มาแล้วเหรอ พี่เข้าไปหาที่ร้านเด็กบอกว่าออกมาแล้ว” น้ำเสียงสกนธีร่าเริงเพราะเขารู้แล้วจากชานนท์ว่ามิลินเอาที่ของเขามาบอกขายให้คนอื่นๆ โดยพลการ และเธอเป็นสาเหตุให้เขากับภรรยาทะเลาะกัน มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้จะได้เคลียร์ไปเลย ชายหนุ่มคิดในใจ “คุณเก่งมาได้ยังไงคะ” มิลินรีบมาดักหน้าเขาไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินไปถึงตัวอิสริยา “ที่ผม ผมก็ต้องมาสิแล้วคุณล่ะมาทำไม” “เอ่อ... คือว่ามิลินนัดคุณเมธกับคุณเอ๋มา...” มิลินอึกอัก เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ไหนจะเรื่องที่เพื่อนโทรมาบอกว่าที่ผืนนี้ถูกทำสัญญาเช่าระยะยาวไปแล้วอีก “คุณสกนธีเขาเป็นสามีของเอ๋ ผมต่างหากที่ต้องถามว่าคุณทำอะไร” พุฒิเมธพูดเสียงห้วนกับมิลิน โกรธที่หญิงสาวทำให้เขาอับอาย มิน่า...อิสริยาจึงถามย้ำนักหนาว่าเจ้าของจะขายจริงหรือ มิลินชะงัก เธอหันมามองอิสริยาด้วยความโกรธเคือง ยายหน้าอ่อนนี่ทำเธอเสียเวลามาก รวมถึงผู้ชายคนนี้ด้วย “คุณก็รู้อยู่แล้วสิว่าใครเป็นเจ้าของที่ ยังจะถามหาเจ้าของถามหาสำเนาโฉนดอีกเหรอ คุณก็เหมือนกันถ้าที่มีแพลนทำอะไรแล้วปล่อยให้ฉันตื๊อทำไม ทำไมไม่บอกดีๆ จะได้ไม่เสียเวลา” อิสริยามองหน้าสวยๆ ที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความโมโห เธอมองทุกคนตรงนั้นโดยที่พุฒิเมธไม่ได้สบตาเธอ ส่วนสกนธีกำลังมองเธออยู่สลับกับมองมิลินอย่างเริ่มไม่พอใจ “เพราะฉันอยากรู้ไงว่าพี่เมธเอาที่ผืนนี้มาเสนอขายฉันได้ยังไง แล้วคุณเป็นนายหน้าของผู้ชายคนนี้จริงๆ หรือเปล่า ทำไมเขาถึงเอาที่มาให้ฉันทั้งที่บอกให้คุณขายให้” “ไม่ใช่นะเอ๋... พี่ไม่เคยยอมให้ใครเอาที่นี้มาขาย พี่ก็ยังยืนยันทุกครั้งว่ามันเป็นที่สินสอดที่พี่ยกให้เอ๋ด้วยซ้ำ” สกนธีรีบแก้ความเข้าใจผิดของภรรยา ก่อนจะหันไปทางมิลิน “ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วว่าที่ผืนนี้ผมไม่ขาย และผมก็ไม่เคยยินดีที่ได้พบคุณเลยสักครั้ง คิดว่าน่าจะชัดเจนพอด้วยซ้ำไม่คิดว่าคุณจะถึงขั้นคิดเองเออเองแล้วเอาที่ผมมาบอกขายคนอื่นแบบพลการแบบนี้ บอกไว้เลยนะว่าผมเอาเรื่องคุณทางกฎหมายแน่” พูดจบสกนธีหันมาทางพุฒิเมธ “คุณเองก็เหมือนกัน ไม่เคยเห็นสัญญานายหน้า ไม่เคยเห็นสำเนาโฉนดคุณเอาที่ใครต่อใครมาหาลูกค้าได้ยังไง จรรยาบรรณนายหน้าหายไปไหน ผมจะเอาเรื่องให้คุณสองคนโดนถอนใบนายหน้าแน่คอยดู”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD