และเป็นจังหวะเดียวกับที่คนตัวใหญ่เผลอหันมาสบตาเธอในเสี้ยววินาทีนั้น
คนตัวเล็กเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สีหน้าของเธอมันดูอึ้งไปหมด แต่กลับกันนั้น...
สีหน้าของคนที่เธอสบตาด้วย กลับนิ่งเรียบราวกับไม่ได้ตกใจที่เจอเธอแม้แต่น้อย บริเวณหน้าลิฟต์ไม่เพียงมีแค่เขา แต่ด้านหลังของคนตัวสูงกลับมีบรรดาเพื่อนเขาอีกสามถึงสี่คนยืนรอลิฟต์อยู่ตรงหน้าเธอ
ในสถานการณ์แบบนี้คนตัวเล็กเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง เพราะเธอเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอกับเขาแบบจังๆ มากขนาดนี้
ถ้าเจอกันในสถานที่อื่น ยังพอมีโอกาสให้เธอหลบหน้า และถอยหนี แต่ในลิฟต์... ไม่มีแม้แต่โอกาสได้หลบหน้าเลยด้วยซ้ำ
เราสองคนสบตากันครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อของเขายังคงเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงถึงอาการใดๆ ออกมา เขาไม่มีทีท่าว่าตกใจ หรือแปลกใจที่เจอเธอด้วยซ้ำ
บางที... เธออาจจะสำคัญตัวผิด ที่คิดว่าเขาอาจจะจำเธอได้
นั่นสินะ ไม่ได้เจอกันเกือบ 4 ปี เขาจะจำเธอได้ยังไงก่อน
คนตัวเล็กเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ในตอนที่ร่างกำยำของพวกเขาที่อยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะ แทรกตัวผ่านเธอเข้ามาภายในตัวลิฟต์
เธอลืมที่จะขยับตัวออกห่างจากประตูลิฟต์ด้วยซ้ำ จนตอนนี้ร่างสูงของพวกเขายืนอยู่ทางด้านหลังของเธอ
คนตัวเล็กเกือบกลั้นหายใจ เธอแทบจะไม่กล้าหายใจรุนแรง ต่อให้เมื่อตอนเช้ายังอวดดีใส่รูปของเขาบริเวณหน้าคณะ แต่เมื่อเจอกันแบบจริงจังอย่างเช่นตอนนี้ เธอก็แทบจะไม่กล้าหือ
เธอรู้ว่ารูปในป้ายของเขามันดูดุดันมากแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดว่าการที่เธอได้เจอใบหน้าของเขาเต็มๆ ในตอนนี้
อีกฝ่ายกลับดู... หล่อเหลามากขนาดนี้ ในสายตาของเธอเขาต้องหน้าดุๆ ทำสีหน้ากวนๆ เหมือนบนป้ายสิ แต่นี่เขากลับทำสีหน้านิ่งเรียบแค่นั้น
บรรยากาศในลิฟต์ค่อนข้างเงียบ แม้กระทั่งสาวๆ ที่พูดคุยกันอย่างระริกระรี้ก่อนหน้านี้ก็เงียบกริบกันไปหมด คนตัวเล็กได้แต่เม้มปากไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองภาพสะท้อนของลิฟต์ที่ปรากฏร่างของเธอ และคนอื่นๆ อยู่ในนั้น
และต่อให้ไม่มองใคร แต่ประสาทสัมผัสของเธอก็ยังรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายความดุดันของอีกฝ่าย คนตัวเล็กได้แต่ก้มหน้าก้มตามองพื้นลิฟต์
แต่ถึงอย่างนั้น เธอยังคงได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูก จนเผลอสูดหายใจอย่างลืมตัว
'อ่า... กลิ่นวานิลลา'
เธอไม่รู้ว่าใครในบรรดาของพวกเขาที่ใช้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้ แต่สำหรับเธอมันหอมเสียจนเธอได้แต่สูดลมหายใจซ้ำๆ
ในระหว่างที่รอลิฟต์เคลื่อนตัวไปข้างล่างนั้น แผ่นหลังของเธอกลับสัมผัสได้ถึงแผงอกอุ่นๆ ของใครบางคนที่แนบอยู่ทางด้านหลัง ความแข็งแกร่งของแผงอกล่ำๆ มันแนบชิดอยู่ตรงแผ่นหลังของเธอ
ตึกตัก ตึกตัก
วินาทีนั้นหัวใจของเธอพานกระหน่ำขึ้นอย่างรุนแรง กลิ่นวานิลลาที่ได้กลิ่นอยู่จางๆ แต่ ณ เวลานี้มันกลับชัดเจนขึ้น
คนตัวเล็กได้แต่เม้มปากของตัวเองเอาไว้ ไม่กล้าขยับตัวไปไหน แต่ถึงอย่างนั้นเสียงของเพื่อนเขาก็ดังขึ้น
"ไอ้บิ๊ก ลิฟต์ยังลงไม่ถึงชั้นล่างเลย มึงจะไปสิงน้องเขาทำไม"
เธอได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น เพราะไม่รู้ว่าต้องหนีไปไหน ตรงหน้าเธอคือประตูลิฟต์ที่ปิดสนิท
และโดยที่ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครที่แนบอยู่ตรงด้านหลังของเธอ แค่ชื่อ 'บิ๊ก' ก็ทำคนตัวเล็กถึงกับ 'ร้อนรุ่ม' ไปทั่วทั้งร่าง
"ใจเย็นไอ้สัตว์ เห็นขาวๆ นี่พุ่งใส่เลยเหรอ" น้ำเสียงกลั้วหัวเราะของเพื่อนเขายังเอ่ยแซวกัน
แต่คนตัวสูงที่แนบอยู่ทางด้านหลังกลับไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ราวกับเขากำลังจะประมวลผลปฏิกิริยาของเธออยู่...
"นั่นดิ เห็นสาวสวยนี่ไม่ได้เลยนะมึง"
เพื่อนเขาพูดมาขนาดนั้น แต่เธอกลับได้ยินเพียงเสียงหัวเราะในลำคอของเขาเท่านั้น มันดังอยู่บนหัวเธอในตอนนี้
"หึ" กลิ่นอายความแข็งแกร่งของเขามันแนบสนิทอยู่ตรงแผ่นหลังของเธอ เขาตัวร้อนผ่าวและมันก็ซึมผ่านเสื้อผ้าเข้ามาโดนผิวภายในของเธอ จากที่หนาวๆ ในตอนนี้ตัวเธอกลับร้อนตามเขาไปหมด
อีกทั้งเธอยังสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาที่รินรดอยู่บนเส้นผมของเธอ เขาอยู่ใกล้เธอมาก และมันก็ทำให้เธอได้ยินเสียงสูดลมหายใจตรงเส้นผมของเธอ
ราวกับเขากำลังสูดดมกลิ่นของเธอเข้าไป…
"เออ น้องมันหน้าจะติดประตูลิฟต์อยู่ละ มึงถอยออกมาหน่อย กูรู้ว่ามึงหิว" เพื่อนของเขายังคงพูด ให้คนตัวใหญ่ถอยออกมาจากตัวเธอ
และคำพูดของเพื่อนเขายิ่งทำคนตัวเล็กเม้มปาก ตอนนี้เป็นช่วงเที่ยงวัน ถ้าเขาจะ 'หิว' ก็ไม่แปลก
และในตอนนั้นที่ร่างแกร่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงผะแผ่วตอบกลับเพื่อนของเขาไป
"ขี้เกียจถอยว่ะ พอดีกูหิว หิวมากเลย... "
น้ำเสียงของเขามันดูแหบพร่า และคำพูดนี้เขาเหมือนจะเอ่ยบอกเพื่อน แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าเขากำลังก้มลงพูดใกล้หูเธอยังไงอย่างนั้น จวบจนเสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นล่างสุด
ตึ๊ง!
'Floor 1'
และก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดนั้น เพื่อนของเขากลับเอ่ยขึ้นอีก
"ไอ้บิ๊ก ระวังไก่ตื่นนะโว้ย เบาได้เบา"
แต่ในจังหวะนั้นที่คนตัวเล็กเผลอเงยหน้าขึ้น มองตรงประตูลิฟต์ที่สะท้อนใบหน้าของเราในนั้น
ราวกับเราทั้งคู่สบตากันผ่านเงาสะท้อนนั้น และเขาก็เอ่ยตอบกลับเพื่อนไป
"ก็ให้ตื่นบ้าง จะได้รู้หน่อยว่ากูก็มีตัวตน"