“ไม่ว่าที่ไหน…คุณก็ยังเป็นของผมเสมอ” เขากระซิบเสียงพร่า เสียงหอบหนักค่อยๆ แผ่วลงหลังพายุเร่าร้อนสงบลง พิชชาซบหน้ากับไหล่กว้าง ร่างเล็กยังสั่นสะท้านจากแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำไม่หยุดเมื่อครู่ น้ำตาเอ่อคลอเพราะความอ่อนล้าและความสับสนในใจ ปริญญ์รับรู้ทุกอย่าง เขาคลายแรงกอดที่ตรึงแน่น เปลี่ยนเป็นโอบอุ้มร่างเล็กขึ้นมาอย่างเบามือ พาไปนั่งลงบนโซฟามุมห้องแทน เสียงทุ้มพร่าของเขาดังขึ้นใกล้หู “เหนื่อยมากใช่มั้ย” พิชชาเม้มปากแน่น ไม่กล้าสบตา ได้แต่กอดตัวเองด้วยความเขินอายและสับสน เขาจึงยกมือหนาขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่มุมตาให้แผ่วเบา แววตาคมที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความดุดัน ตอนนี้กลับอ่อนลงจนเธอไม่กล้าหลบ “อย่าร้องเลย…” เขากระซิบน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่ค่อยได้ยินจากเขา “ผมไม่อยากเห็นคุณร้องไห้เพราะผม” พิชชาสะอื้นแผ่ว หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธออยากจะโต้แย้ง อยากจะบอกว่าเขาเองนั่นแหละที่ทำให้

