มินนี่ สตูดิโอ ชั้นที่ 21
แสงจากแฟลชสาดส่องกลางรันเวย์จำลอง
“จัสมิน แองเจลโล่ ” ก้าวออกมาด้วยจังหวะมั่นใจส้นสูงกระทบพื้นดัง
กึก..กึก..กึก
สายตาคมเฉี่ยวแววตาเหยือกเย็น..และนั้นมันกลับทำให้ดึงดูดผู้คนมาสนใจเธอเป็นอย่างมาก
เธอไม่ใช่นางแบบที่หวานละมุน แต่เธอเป็นแบบนางแบบที่ทำให้คนหยุดมอง เหมือนกับตกอยู่ในห้วงภวังค์
“คัท! ดีมากจัสมิน!”
เสียงตากล้องดังขึ้นทีมงานเริ่มผ่อนคลายลงเพราะนางแบบคนก่อนหน้านี้กว่าจะผ่านได้แต่ละเทคทำเอาทั้งสตูลหัวหมุน
จัสมินปล่อยไหล่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินลงจากเซ็ตและยิ้มหวานเมื่อเจอเพื่อนรัก
“โคตรปังเลยแก!”
‘มินตรา’ วิ่งเข้ามากอดเพื่อนด้วยความชื่นชม
“ลูกค้าหลงตายแน่วันนี้”
จัสมินยิ้มที่มุมปากใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางทำให้หน้าดูเฉี่ยวขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
“ขอให้หลงแล้วจ่ายเงินตรงเวลาก็พอ”
“โห !โหมดหาเงินมาเต็มอีกแล้วนะคุณเพื่อน”
“ก็ต้องเต็มสิจ๊ะ”
เธอตอบเรียบ ๆ แต่แววตาแฝงความกดดันบางอย่าง
“ น้องจัสมินคะ อีกสองวันมีลูกค้าต้องการให้ถ่ายแบบและที่สำคัญเงินหนามาก ก.ไก่ล้านตัว”
“ น่าสนนะคะพี่เยลลี่”
“ แต่..เป็นห้องเสื้อที่เพิ่งเปิดใหม่ในประเทศไทยนะ ยังสนใจไหมเอ่ยพี่จะได้คอนเฟิร์มให้ลูกค้า”
จัสมินครุ่นคิดถ้าหากเธอไปแล้วใครจะดูแลเฌอเอมแม่ของเธอ แต่ทางนั้นเงินหนา..เธอจึงตอบตกลงเพราะต้องการเงินก้อนนี้เพื่อมารักษาแม่
“ ตกลงค่ะพี่เยลลี่”
จัสมินพยักหน้ารับแล้วเข้าห้องไปเปลี่ยนชุด เธอหวังว่าเงินก่อนนี้คงได้มากพอเพราะยังขาดอีกเยอะ
ที่ผับหรู
แสงไฟด้านในสลัว เสียงเพลงหนักแน่นกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยปะปนในอากาศ
ลูกค้าจัดเลี้ยงให้กับทีมงาน มินตรานั่งชนแก้วอย่างอารมณ์ดีในขณะที่จัสมินแค่นั่งจิบเบา ๆ
“ไม่แดนซ์หน่อยเหรอ”
มินตราแซวเพื่อนที่เอาแต่นั่ง
“พรุ่งนี้มีงานต่อ ฉันไม่อยากหน้าบวม”
“โอ๊ย..คนสวยขนาดนี้บวมก็ยังสวย!”
จัสมินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้น
“ไปห้องน้ำแป๊บ”
“อื้อ”
ทางเดินแคบ ๆ ระหว่างโซน VIP จัสมินมัวแต่ก้มดูมือถือไม่ได้มองทางและ
ปึก!
ร่างของเธอชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรงแรงกระแทกทำให้เธอเสียหลักล้มลงกับพื้นทันที
“โอ๊ย!”
มือถือกระเด็นไปอีกฝั่งรองเท้าส้นสูงแทบพลิกข้อจัสมินเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิดแล้วก็ต้องชะงัก
เพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้น หล่อ สูง ทำหน้านิ่งเหมือนคนเบื่อโลก และสายตาโคตรไม่เป็นมิตร
อลัน วิลเลียม
เขาก้มมองเธอเหมือนมองอะไรสักอย่างที่ น่ารำคาญก่อนจะพ่นคำพูด
“เดินไม่ดูทาง?”
น้ำเสียงของเขาเรียบ..แต่กวนประสาทชัดเจน! จัสมินนิ่วหน้า ความเจ็บยังแล่นที่ข้อเท้า
“คุณยืนขวางทางหรือเปล่าล่ะ ?”
คนรอบข้างเริ่มหันมามอง อลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเหมือนไม่คิดว่าจะโดนสวนกลับมาแบบนี้ สำหรับเขาแล้วรูปหล่อพ่อรวยเคยสนที่ไหน
“แล้วล้มเอง..จะโทษใคร ?”
“ก็โทษคนที่ไม่มีมารยาทไง!”
เธอสวนเขาในทันที ไม่ยอมแพ้บรรยากาศเริ่มตึงๆ บอดี้การ์ดของอลันขยับตัวเล็กน้อยแต่เขายกมือห้าม
สายตาคมยังจับจ้องอยู่ที่เธอไม่ปล่อย ส่วนจัสมินพยายามจะลุกขึ้น แต่ข้อเท้าที่เจ็บอยู่ทำให้เธอเซเล็กน้อย
อลันมองแต่ไม่ได้ยอดช่วยเลยสักนิดเดียว
“ลุกไหวไหม หรือจะให้ฉันเรียกรถพยาบาล”
น้ำเสียงกวนจนคนฟังอยากปาอะไรใส่
“ไม่ต้องยุ่งฉันยังไม่ตาย”
จัสมินกัดฟันลุกขึ้นเอง แม้จะเจ็บข้อเท้ามากก็ตามมือบางคว้าเอามือถือหยิบขึ้นมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเงยหน้าจ้องเขาตรง ๆ
“ครั้งหน้าหัดหลบคนบ้างนะคะคุณ”
แล้วเธอก็เดินผ่านไปทั้งที่ยังเจ็บข้อเท้า ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองความเงียบตกลงชั่วครู่ ก่อนที่อลันจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“แรงดีว่ะ..”
หนึ่งในบอดี้การ์ดเอ่ย
“ให้จัดการไหมครับ”
“ไม่ต้อง”
สายตาของเขามองตามร่างเล็กที่เดินหนีไปโดยมีคำในหัวอยู่มากมาย
ทั้งดื้อและปากจัดแถมไม่กลัวคนอย่างเขาเนี้ยนะมันต่างจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอทุกคน
อลันเอียงคอนิด ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก
“ผู้หญิงอะไร ดุอย่างกับหมา..แต่ถ้าได้มาเลี้ยง”
แววตาของอลันเปลี่ยนเป็นอันตรายขึ้นมาทันที
“อยากรู้เหมือนกัน..ว่าจะเชื่องได้แค่ไหน”
สายตาคมกริบของอลันยังคงทอดมองตามแผ่นหลังระหงของจัสมินจนกระทั่งเธอหายลับไปจากหัวมุมทางเดิน
เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยังไม่ละสายตา ทั้ง ๆ ที่ปกติผู้หญิงสวยโฉบเฉี่ยวแบบนี้ เขามักจะเบื่อหน่ายภายในเวลาไม่กี่นาทีที่ได้สบตา
“ไปตามมา”
คำสั่งสั้นๆ หลุดออกจากริมฝีปากหยัก ลีอองชะงักไปครู่หนึ่งอย่างประหลาดใจ ก่อนจะค้อมศีรษะรับคำนายน้อยของตน
“ครับนายน้อย”
จัสมินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อความรู้สึก
“ทำไมไปนานจัง เป็นอะไรหรือเปล่าจัส?”
มินตราเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“เปล่า..แค่บังเอิญเดินไปชนกับพวกโรคประสาทน่ะ”
จัสมินหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบช้าๆ ทว่าในหัวกลับสลัดภาพแววตาเย็นชาคู่นั้นไม่หลุด น่ารำคาญความรู้สึกนี้มันรบกวนจิตใจเธอเกินไป
“ใครกัน กล้าหาเรื่องคนอย่างแก?”
มินตราทำหน้าหมั่นไส้แทนเพื่อน
“ไม่รู้สิ... แต่ดูแล้วไม่น่าคบ”
ไม่กี่นาทีต่อมา บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไป เมื่อมีเงาร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
จัสมินเงยหน้าขึ้นสบตา และต้องชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่าเป็นผู้ชายคนเดิมอีกแล้ว
‘อลัน วิลเลียม’ มินตรามองสลับไปมาระหว่างเพื่อนกับชายแปลกหน้าทันที สัญชาตญาณบอกเธอว่าสถานการณ์นี้มันไม่ปกติเสียแล้ว
“โต๊ะนี้เต็มแล้วค่ะ”
มินตราตอบปฏิเสธแทนเพื่อนสาวอลันกระตุกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนที่นิ่งเงียบอยู่เลย
“ผมถามเธอ..!!”
จัสมินวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังกังวานเล็กน้อย
“ฉันไม่ชอบคนที่ไม่มีมารยาท”
“ดีเลย”
เขาโต้กลับทันควัน แววตาแฝงไปด้วยท้าทาย
“ผมก็ไม่ชอบคนดื้อเหมือนกัน”
“งั้นก็ตรงกันดีค่ะ”
เธอยิ้มเย็นๆส่งกลับไปก่อนจะทำหน้านิ่ง
“ฉันกับคุณไม่เคยรู้จักกันและคุณก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับพวกฉัน”
คำพูดที่ควรจะเป็นการตัดจบ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น เมื่ออลันเลื่อนเก้าอี้นั่งลงโดยไม่รอคำอนุญาต
“แต่ผมอยากยุ่ง”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ จัสมินยกมือห้ามมินตราที่กำลังจะโวยวาย เธอเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของปีศาจร้ายตรงหน้า
“อยากมายุ่งกับฉันไปทำไม?”
อลันหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางกวาดสายตาสำรวจร่างระหงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผยและชัดเจน
“ไม่รู้สิ..อาจเพราะคุณไม่เหมือนใคร หรืออาจจะเพราะคุณยังไม่รู้ว่าผมเป็นใคร”
“แล้วคุณเป็นใครล่ะ?”
เธอถามกลับทันที ไร้แววสั่นไหว มีเพียงความรำคาญที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน
“คนที่คุณไม่ควรหาเรื่องด้วยที่สุดไงล่ะ”
“งั้นก็ยิ่งดีค่ะ เพราะฉันก็ไม่ได้อยากรู้จักคุณอยู่แล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นเสี้ยววินาทีที่มวลอากาศรอบตัวหนักอึ้ง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้อีกฝ่าย อลันลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทางคุกคามแต่ยังคงความสง่างามเอาไว้
“คุณชื่ออะไร”
“ฉันไม่จำเป็นต้องบอก”
“แต่ผมอยากรู้”
“แต่ฉันไม่อยากพูด”
บทสนทนาเปรียบเสมือนเกมหมากรุกที่ผลัดกันเดินเกมอย่างระมัดระวัง อลันแค่นยิ้มออกมา
“โอเค...งั้นผมจะหาคำตอบด้วยตัวเอง”
เขาก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเธอ ก้มลงกระซิบชิดใบหูจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว
“แล้วผม..ก็จะได้ตัวคุณมาเอง”
หัวใจของจัสมินกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ เธอหันไปมองหมายจะตอกกลับ ทว่าร่างสูงนั้นกลับเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ กับความรู้สึกหวาดหวั่นที่เริ่มก่อตัว
อีกด้านหนึ่งของคลับ อลันรับแก้วเหล้าจากลูกน้องมาถือไว้ สายตายังคงจับจ้องไปที่โต๊ะเดิมไม่วางตา
“ได้ข้อมูลมาหรือยัง”
“กำลังจัดการครับนายน้อย”
ลีอองรายงาน
“เอาให้หมด...ทุกเรื่อง”
น้ำเสียงของอลันเย็นเฉียบแต่เด็ดขาด
“กูอยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้น จะมีค่าพอให้กูเล่นสนุกได้นานแค่ไหน”