เช้าของวันนั้นที่บ้านริมทะเลของมินตรา ในประจวบคีรีขันธ์
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นสาดส่องลงมายังชิงช้าไม้ใต้ต้นหูกวางใหญ่ริมหาด จัสมินนั่งอยู่บนชิงช้าโดยมีสมายนั่งอยู่บนโต๊ะไม้เล็ก ๆ ที่พื้นทรายตรงหน้า ทั้งคู่กำลังเพลิดเพลินกับลมทะเลที่พัดพาความสดชื่นมาให้
“พี่จัสถักเปียสวยจังเลยค่ะ เหมือนในหนังเจ้าหญิงที่สมายเคยดูเลย”
เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ในขณะที่จัสมินค่อยๆ บรรจงถักเปียเจ้าหญิงให้อย่างเบามือ
“ถ้าสมายชอบ วันหลังพี่จะสอนให้นะคะ”
“จริงๆนะคะพี่จัมมิน หนูจะรอนะคะ”
จัสมินยิ้มตอบออกไป แววตาที่เคยหม่นแสงดูอ่อนโยนลง เมื่อได้อยู่กับเด็กสาวที่ไร้เดียงสาคนนี้เธอช่างพูดช่างเจรจาและความใสซื่อของเด็กสาวในวัย 17 ทำให้เธอนึกถึงตัวเองที่มีแม่คอยถักเปียให้แบบนี้ พลางนึกถึงงานที่พึ่งรับมาไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่เคยได้ยินมินตราพูดว่าที่กรุงเทพมันวุ่นวายและรถก็เยอะมาก
“อยู่ที่นี่มีความสุขจังเลยนะมิน...ฉันไม่อยากให้พวกแกต้องไปเจอความวุ่นวายที่กรุงเทพฯ เหมือนที่แกเคยเล่าให้ฉันฟังเลย”
มินตราที่เดินถือมะพร้าวน้ำหอมมาส่งให้เพื่อนยิ้มอย่างขมขื่น
“แกก็พูดไปจัส...ถ้าไม่ดิ้นรน น้องๆ ฉันจะเอาที่ไหนเรียนล่ะ อีกอย่างคนที่ไปทำงานที่นั้นต่างก็มีภาระเหมือนกันทั้งสิ้น ที่เมืองกรุงมันอาจจะวุ่นวายนะแต่ก็มีสถานที่ ที่สงบและผ่อนคลายได้เดี๋ยวฉันจะพาแกไปทัวร์เอง”
“อื้ม! โอเครได้เลย”
จัสมินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดมาตลอดทั้งคืน
“มิน..ตอนเย็นฉันว่าจะเข้าไปกรุงเทพฯ คนเดียวก่อนนะ”
“อ้าว! ทำไมล่ะแก? ไหนว่าจะไปด้วยกันไง”
มินตราขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“งานของฉันเริ่มเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย และทางเอเจนซี่ที่พี่เยลลี่ติดต่อไว้เขาบอกว่าห้องพักที่จัดให้มันพักได้แค่คนเดียว”
จัสมินฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้เพื่อนกังวล
“ฉันอยากให้แกอยู่กับแม่และน้องๆ ต่ออีกนิดเถอะมิน แกไม่ได้กลับบ้านมาตั้งสามปีนะ ส่วนฉันจะไปจัดการเรื่องที่พักใหม่ให้เรียบร้อย พอแกตามไปในอีกสามวันข้างหน้า เราจะได้ย้ายไปอยู่ด้วยกันแบบไม่ต้องลำบากหาที่พักใหม่ไง”
มินตรามองหน้าเพื่อนรักด้วยความซึ้งใจ เธอรู้ว่าจัสมินพยายามจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเพื่อให้เธอได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น
“จัส...แกแน่ใจนะว่าไหว?”
“ไหวสิ...ฉันเข้มแข็งจะตายแกก็รู้”
จัสมินพยายามทำเสียงให้ร่าเริง ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นคลอนเมื่อนึกถึงสิ่งที่รอเธออยู่ และเธอไม่รู้ว่าที่กรุงเทพฯจะต้องเจออะไรบ้าง
สองชั่วโมงต่อมาที่สถานีขนส่งจัสมินยืนโบกมือลาครอบครัวของมินตรา น้องๆ ทั้งสามคนรวมถึงสมายต่างมายืนส่งเธอด้วยความอาลัยอาวรณ์
“พี่จัสอย่าลืมกลับมาถักผมให้สมายอีกนะคะ!”
สมายตะโกนไล่หลังรถทัวร์ที่เริ่มเคลื่อนตัวออกไป จัสมินมองลอดหน้าต่างรถออกไปจนภาพของทุกคนเลือนลางหายไป ความโดดเดี่ยวเริ่มกลับมาเกาะกินใจเธออีกครั้ง
เธอต้องเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงที่ชื่อว่ากรุงเทพมหานคร ของประเทศไทยเพียงลำพัง เพื่อเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่เธอเป็นคนเลือกเองเพื่อชีวิตของแม่ และเพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนรัก
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าห้องพักที่เธอคิดว่าพักได้เพียงคนเดียวนั้น คือกรงทองที่ถูกเตรียมไว้โดยชายที่ชื่อ อลัน วิลเลียม และเขากำลังเฝ้ารอวินาทีที่เธอจะเดินกลับเข้ามาในเขตอำนาจของเขา...เพียงลำพัง
การเริ่มต้นชีวิตในไทยของจัสมิน กำลังจะถูกจารึกด้วยคราบน้ำตาและอำนาจมหาศาลที่เธอไม่อาจต้านทานได้!
บรรยากาศบนรถทัวร์ปรับอากาศชั้นหนึ่งเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางหึ่งๆ สม่ำเสมอ จัสมินกระชับเสื้อคลุมตัวบางเข้าหาตัวเมื่อความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเริ่มกัดกินผิว แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่วูบผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นใบหน้าสวยคมที่บัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล
เธอหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่มินตราเขียนสรุปขั้นตอนการเดินทางอย่างละเอียดขึ้นมาดูอีกครั้ง แม้จะอ่านทวนมานับสิบรอบแล้วก็ตาม
[จัส...พอแกลงจากรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 แล้ว แกมองหาป้ายแท็กซี่นะ อย่าไปหลงเชื่อพวกที่เดินเข้ามาเรียกเด็ดขาด ให้พนักงานเอเจนซี่เขามารับแกที่หน้าคอนโดตามที่นัดไว้นะแก...ดูแลตัวเองด้วยนะ ฉันเป็นห่วง]
“ฮัลโหล จัสมิน”
เสียงหวานของบัสโฮสเตสสาวเอ่ยกล่าวทักทายจัสมิน เพราะเห็นว่าเธอเป็นต่างชาติและมินตราได้กำชับไว้แล้วว่าให้ดูแลเพื่อนของเธอให้ดี และบอกรายละเอียดจนเข้าใจกันดีแล้ว
จัสมินจึงยิ้มตอบกลับไปและกล่าวทักทายกลับ
“สวัสดีคะ ”
“โอ้! ว๊าวคุณพูดภาษาไทยได้ด้วยหรอคะ ”
“ได้นิดหน่อยคะ”
“รับเครื่องดื่มอะไรดีค่ะ ? อีกประมาณ 3 ชั่วโมงจะถึงที่หมายและก่อนจะถึงประมาณ 20 นาทีจะมีเจ้าหน้าที่ประกาศบอกให้เตรียมสัมภาระนะคะ่ ”
“ถ้างั้นฉันขอเป็นน้ำเปล่าก็พอคะ ขอบคุณคะ”
“ได้คะ”
การเดินทางของจัสมินยาวนานถึง 4 ชั่วโมงเธอมองดูผู้คนผ่านกระจกหน้าต่างของรถทัวร์ เห็นบรรยากาศที่แปลกใหม่ ต่างจากปารีสเป็นอย่างมาก แม้ใบหน้าของเธอเป็นชาวต่างชาติแต่จัสมินสามารถพูดคุยและสื่อสารเป็นภาษาไทยได้เข้าใจและชัดเจนเพราะมินตราสอนเธอมาบ้างนิดหน่อยและก็หาครูมาเทรนให้ส่วนตัว
หลังจากที่มินตราขอให้บัสโฮสเตสช่วยดูแลเพื่อนแล้วนั้น เธอก็ได้เตรียมแผนการเดินทางให้กับเพื่อนรักด้วย โดยการเดินทางครั้งนี้เธอได้บอกรายละเอียดมาจนหมดแล้วว่าต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง
เพราะตอนกลับจากสนามบินมินตราพาเธอนั่งรถทัวร์ไปบ้านพักของเธอที่ประจวบฯ เพื่อดูเส้นทางแล้วเรียบร้อย
“ตอนนี้เวลา 23.40 น.อีก 20นาทีจะถึงปลายทางผู้โดยสารเตรียมพร้อมคะ”
บรรยากาศในรถทัวร์เริ่มเคลื่อนไหวเมื่อผู้โดยสารบางคนเริ่มขยับตัวเตรียมพร้อมสำหรับการลงจอดที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2)
จัสมินกระชับกระเป๋าสะพายแน่น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่นึกถึงชีวิตที่กำลังจะเริ่มต้นในเมืองที่เธอไม่คุ้นเคย
สถานีขนส่งหมอชิต 2 เวลา 00.00 น.ลมร้อนปะทะใบหน้าทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ กลิ่นควันรถและเสียงอึกทึกของเมืองกรุงยามเที่ยงคืนทำให้จัสมินรู้สึกประหม่า
“แท็กซี่ไหมครับคุณ? ไปไหนครับ?”
เสียงชายฉกรรจ์หลายคนรุมล้อมเข้ามาหาเธอจนจัสมินต้องกอดกระเป๋าสะพายแน่น
“ไม่...ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
จัสมินตอบออกไปเป็นภาษาไทยสำเนียงแปร่งเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินไปที่จุดบริการแท็กซี่ตามที่มินตราเพื่อนของเธอกำชับไว้
รถแท็กซี่สีชมพูเคลื่อนตัวพาเธอฝ่าแสงไฟระยิบระยับของถนนพหลโยธินมุ่งหน้าสู่ที่พักในย่านสุขุมวิท
ในมุมมืดของลานจอดรถสถานีขนส่งรถยุโรปสีดำสนิทฟิล์มมืดทึบจอดซุ่มอยู่อย่างเงียบเชียบ
ลีอองส่งบอดี้การ์ดชุดพิเศษให้คอยติดตามเธอเมื่อเป้าหมายปรากฏตามที่จ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงพิกัดจากเครื่องติดตามที่แอบติดไว้กับกระเป๋าของจัสมินตั้งแต่ที่สนามบิน
“เป้าหมายมาถึงแล้วครับนาย กำลังมุ่งหน้าไปที่คอนโด”
“โอเคร”
ถ้าวันนี้นายน้อยของเขาไม่โมโหและหุนหันพันแล่นด่วนออกมาก่อน คงไม่เกิดอุบัติเหตุและคงจะได้พบกับเธอในวันนี้
คอนโดมิเนียมหรู เวลา 01.00 น.
จัสมินยืนอยู่หน้าตึกระฟ้าหรูหราที่ดูเหมือนยอดของมันจะเสียดแทงก้อนเมฆ พนักงานเอเจนซี่ (ซึ่งเป็นคนของอลันที่จัดฉากไว้) ยื่นคีย์การ์ดให้เธอพร้อมรอยยิ้มที่จงใจปั้นแต่ง
“ห้องชุดชั้นสูงสุดครับคุณจัสมิน...พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายจะมีคนมารับไปบรีฟงาน”
“ขอบคุณคะ ”
เมื่อประตูห้องเปิดออก จัสมินถึงกับชะงักกับความหรูหราที่อยู่ตรงหน้า ห้องโถงกว้างขวางปูด้วยหินอ่อนสีขาวนวล ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ในมุมกว้างที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา แสงไฟบนถนนเบื้องล่างดูเหมือนสายน้ำเพชรที่ไหลวน
เธอนั่งลงบนโซฟาหนังราคาแพง ความเงียบในห้องกว้างขวางนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน จัสมินไม่รู้เลยว่าใกทุกการกระทำของเธออลันรู้ทุกอย่างแม้จะอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร
“ยินดีที่ได้พบกัน จัสมิน!”
ที่คฤหาสน์วิลเลียม อลันกำลังนั่งจิบไวน์แดงสายตาจ้องมองภาพที่แสดงภาพของเธอที่กำลังนั่งนิ่งด้วยความเหนื่อยล้า มือยาวสัมผัสพิกัดที่ปรากฏรูปของเธอจากกล้องวงจรปิดขนาดเล็กซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆของห้อง
น้ำเสียงแหบพร่าเหมือนเป็นเสียงกระซิบ ริมฝีปากหนายกขึ้นยิ้มที่มุมปาก ทั้งสายตาและแววตามันวาวโรจน์คล้ายกับเสือที่รอคอยเวลาจะขยำเหยื่อ